5 สิ่งที่เราได้เรียนรู้หลัง พรีเมียร์ลีก #Matchday14

เจอร์เก้น คล็อปป์

พรีเมียร์ลีกสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมหัวตารางอย่าง ลิเวอร์พูล กับ เลสเตอร์ ซิตี เป็นสองทีมที่พร้อมใจกันเก็บ 3 คะแนนเต็มได้แบบน่าเสียวใส้ แต่ทีมอื่น ๆ ในอันดับรองลงมากลับพร้อมใจกันพลาด ทำให้มีเรื่องราวเกิดขึ้นในเราเอามาพูดคุยกันได้เหมือนเดิมในสัปดาห์นี้

ดังนั้นไปดูกันเลยว่า หลังจากเกมสัปดาห์ที่ 14 จบลง มีอะไรน่าสนใจที่เราต้องจับตามองกันบ้าง? 

แมนฯ ซิตี้ ต้อง “Run the Table” อีกครั้ง

“รัน เดอะ เทเบิล” เป็นคำพูดเปรียบเทียบที่มาจากวงการสอยคิวแบบ บิลเลียด ถ้าแปลเป็นไทยแบบคุ้นหูก็คงคล้าย ๆ “ไม้เดียวหมดโต๊ะ” แต่ในที่นี่คว่า “รัน เดอะ เทเบิล” สามารถใช้แทนความหมายประมาณว่า “กวาดเรียบ” หรือ “เก็บทั้งหมด” ได้ด้วย

จากผลเสมอที่เกิดขึ้นในเกมกับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะพลาดไม่ได้อีกแล้ว และพวกเขาจำเป็นต้องเก็บเกมที่เหลือให้ได้ทั้งหมด คำว่าทั้งหมดในที่นี้ อาจจะไม่ได้หมายความว่าชนะทั้ง 24 เกมที่เหลือ แค่ถ้าทำได้ โอกาสพวกเขาจะมากขึ้น

ซิตี้ เคย “รัน เดอะ เทเบิล” มาแล้วในฤดูกาลก่อน หลังพ่ายความพ่ายแพ้ต่อ นิวคาสเซิล พวกเขากวาดเรียบ 14 นัดรวด และพลิกมาแซงคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในบั้นปลาย แต่ปัจจุบันจากการตาม ลิเวอร์พูล 11 คะแนน ต่อให้กวาดเกมที่เหลือหมดเรียบ ก็ยังไม่การันตีว่าพวกเขาจะได้แชมป์รึเปล่า แต่ที่แน่ ๆ ก่อนจะไปหวังให้ “หงส์แดง” สะดุด พวกเขาต้องทำหน้าที่ตัวเองให้ดีกว่านี้ก่อน

อะไร ๆ ก็เป็นใจให้ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์

อาร์เซนอล เสมอ นอริช 2-2, แมนฯ ยูไนเต็ด เสมอ แอสตัน วิลลา ด้วยสกอร์เดียวกัน, วูล์ฟแฮมป์ตัน เสมอ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 1-1 และ เชลซี พ่าย เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 0-1 ทั้งหมดนี้เป็นสถานการณ์ที่ (โคตร) บังเอิญราวกับนัดกันเพื่อเป็นใจให้ ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ของ โชเซ มูรินโญ กลับมาอยู่หัวตารางอีกครั้ง

ที่จริง ตั้งแต่นายใหญ่ชาวโปรตุกีสเข้ามาทำทีม “ไก่เดือยทอง” ก็ดูเหมือนจะมีแต่เรื่องดี ๆ ไม่หยุดหย่อย ไล่ตั้งแต่ทีมชนะรวด, การันตีเข้ารอบ ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก, นักเตะคืนฟอร์ม และล่าสุดก็มาไล่ตามหลังพื้นที่ ชปล. เหลือแค่ 4 คะแนนแล้วด้วย

นี่จึงเป็นเหมือนช่วง “กอบโกย” ของ สเปอร์ส ซึ่งจะว่า ‘ดวงดี’ อย่างเดียวก็คงไม่ได้ เพราะเมื่อโอกาสมาพวกเขาก็ไม่ปล่อยให้พลาดด้วย และนี่อาจจะยังพีคไม่สุด เพราะเดี๋ยวเกมหน้า กลางสัปดาห์นี้ ท็อตแนม จะไปเยือน ยูไนเต็ด ซึ่งมันเปิดโอกาสให้ มูรินโญ่ ได้เอาคืนทีมที่ปลดเขามา และ อาจจะส่ง โอเล กุนนาร์ โซลชา คนที่มาแทนที่เขา ตกงานไปในคราวเดียวกันได้เลย!…แบบนี้ จะ (โคตร) พีค สุด ๆ

เทศกาลปลดโค้ช – ใครคือคนต่อไป?

ไหน ๆ ข้อข้างบนก็ไปแตะ ๆ เรื่อง “ตกงาน” แล้ว สัปดาห์นี้ก็มีคนตกงานเพิ่มอีกคนแล้ว คือ กีเก ซานเชซ ฟลอเรส เท่ากับว่าในรอบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีโค้ชตกงานถึง 3 คนไปแล้ว และวี่แววของการปลดโค้ช ไม่มีทีท่าว่าจะหมดไปง่าย ๆ เลยด้วย

ตอนนี้กุนซือเก้าอี้ร้อนวอนตกงาน มีชื่อของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่พาทีมเสมอกับทีมที่ควรชนะมา 2 เกมติด ตามมาแบบหายใจรดต้นคอด้วย มาร์โก ซิลวา ที่ไป ๆ มา ๆ พา เอฟเวอร์ตัน อยู่เหนือโชนตกชั้นแค่ 2 แต้ม รวมไปถึง แดเนียล ฟาร์เก กุนซือ นอริช ทีมรองบ๊วย, ราล์ฟ ฮาเซิลฮุตเทิล ทีมอันดับ 3 จากบ๊วยด้วย โดย 2 คนหลังสถาการณ์ดีขึ้นหน่อยจากผลงานในเกม 1-2 นัดหลังสุด

จากสถานการณ์แล้ว ซิลวา วิกฤตที่สุด เพราะเกมหน้าต้องทำศึก เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี ไปเยือน ลิเวอร์พูล ถ้าแพ้โอกาสปลิวก็สูง ส่วน โซลชา ก็ดีกว่าไม่มาก แม้จะได้เล่นในบ้าน แต่ ท็อตแนม ก็ฟอร์มแรงเหลือเกิน งานนี้ ใครจะ “เกม” ก่อนกันดี?

อาจจะเป็น เลสเตอร์ ที่ขับเคี่ยวกับ ลิเวอร์พูล

ที่ผ่านมา แม้เลสเตอร์ ซิตี จะเล่นได้ดีมาตลอดและไม่แพ้ใครนับตั้งแต่พ่ายต่อ “หงส์แดง” (แบบไม่น่าแพ้) แต่พวกเขายังไม่เคยแสดงให้เห็นถึงจิตใจที่แข็งแกร่ง และการเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่คับขัน จนกระทั้งเกมล่าสุดที่พลิกแซงชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-1 แบบโดนนำไปก่อนร่วม 45 นาที

จิตใจที่แข็งแกร่ง เป็นคุณสมบัติสำคัญของการลุ้นแชมป์มาทุกยุคทุกสมัย และปีนี้ “หงส์แดง” ได้แสดงความสามารถนี้ของพวกเขาออกมาให้เห็นบ่อยครั้ง แต่เรายังไม่เห็นสิ่งเดียวกันนี้จากผู้ตามที่ว่ากันว่าจะขับเคี่ยวกับพวกเขาอย่าง แมนฯ ซิตี้ เลย โดยปีนี้ เมื่อ ซิตี้ โดนนำ ส่วนใหญ่ก็จอด นี่คือสิ่งที่หายไปจาก “เรือใบสีฟ้า” ในปีก่อน

แต่ในเกมล่าสุด ลูกทีมของ แบรนแดน ร็อดเจอร์ส พิสูจน์ว่าพวกเขามีความสามารถนี้อยู่ และนั่นเป็นเรื่องที่น่าประทับใจมาก ซึ่งถ้าพวกเขารักษาทั้งฟอร์ม และ จิตใจ แบบนี้ได้ต่อไป ก็จะเป็นพวกเขานี่แหละที่ก้าวขึ้นมาขับเคี่ยวกับ ลิเวอร์พูล ในการลุ้นแชมป์ในบั้นปลาย แต่ต้องมีดอกจันทร์ตัวโต ๆ ทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า “ถ้า ร็อดเจอร์ส ไม่ทิ้งทีมไปทำอาร์เซนอลเสียก่อน”

ทุกอย่างอยู่ในกำมือของ “หงส์แดง”

ตอนนี้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันในสื่อของอังกฤษว่า พรีเมียร์ลีก ปีนี้ อาจจะเป็น “One Horse Race” ของลิเวอร์พูล ไปแล้ว กล่าวคือ ลิเวอร์พูล เหมือนลุ้นแชมป์อยู่ทีมเดียว ไร้คู่แข่ง และมีโอกาสคว้าแชมป์สูง ซึ่งมองจากฟอร์มของพวกเขาก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ

แต่ครั้งจะบอกว่าพวกเขาลุ้นแชมป์อยู่ข้างเดียวก็อาจจะเกินไปหน่อย เพราะปีก่อน ถ้ายังจำกันได้ ในช่วงบ็อกซิ่งเดย์ มีบางช่วงเวลาที่ “หงส์แดง” นำ “เรือใบ” ถึง 10 คะแนน แต่สุดท้าย แชมป์ก็ตกไปอยู่ในมือของ เปป กวาร์ดิโอลา ไม่ใช่เจอร์เกน คล็อปป์

แน่นอน ปีนี้อาจจะไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะพวกเขามีประสบการณ์ และ ฟอร์มการเล่นที่ดูดีกว่า แต่ก็คล้าย ๆ กันตรงที่ “หงส์แดง” ได้ควบคุมทุกอย่างในมืออีกครั้ง และพวกเขาต้องทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งถ้าพวกเขาทำได้ โอกาสการเป็นแชมป์สูงสุดครั้งแรกในรอบเกือบ 30 ปีก็จะกระจ่างขึ้นทีละนิด แต่ถ้าพวกเขาค่อย ๆ สะดุดขาตัวเองแล้วล่ะก็

ระวังเงาสีฟ้าฟ้า และ น้ำเงิน ที่ตามหลังมาห่าง ๆ ให้ดีแล้วกัน!



MOST POPULAR

Thought

หงส์สุกงอม ?

อ่าน 23,323 ครั้ง

Thought

หงส์สุกงอม (2) ?

อ่าน 15,917 ครั้ง

Thought

หงส์แดงชนะเพราะ?

อ่าน 14,091 ครั้ง

RELATED POSTS

Thought

การจากลิเวอร์พูลไปทำให้เขาเศร้า คูตินโญ่คิดถึงโค้ชอย่างคล็อปป์

ลูกแม่กิ่ง

อย่างที่คาดเอาไว้ครับว่าฤดูหนาวนี้จะมีการโยกย้ายของนักเตะในระดับสตาร์อยู่หลายราย แม้ว่าอาจจะไม่ถึงกับเป็นนักเตะในระดับท็อปคลาส หรือ rank S แต่นักเตะในระดับ A หรือ B+ ก็มีอยู่ไม่น้อย

Story

World Cup Diary: เรื่องราวที่คุณไม่ควรพลาดใน Day 31

SPORTDesk. Team

สวัสดีวันสุดท้ายของฟุตบอลโลก การชิงชัยที่ยาวนานถึง 31 วัน กำลังจะสิ้นสุดลง ส่วนใครจะเป็นแชมป์โลก ไม่นานเกินรอครับ

Talk

มองความเห็น Football Pundit #MCILIV

ลูกแม่กิ่ง

ก่อนเกมพรีเมียร์ลีก นัดซูเปอร์ บิ๊กแมตช์ ระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ในคืนนี้ “ลูกแม่กิ่ง” เรียกน้ำย่อย ด้วยการรวบรวมความเห็นจากกูรูหลาย ๆ ท่านมาฝากกันครับ เชิญอ่าน