5 ประเด็นน่าสนใจก่อน “ไก่” ปะทะ “ผี”

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก สัปดาห์นี้โปรแกรมบิ๊กแมตช์กลายเป็นเกมในค่ำคืนวันอาทิตย์ แมตช์ซูเปอร์ซันเดย์ ระหว่าง ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ทีมฟอร์มแรง กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ฟอร์มทะลุองศาเดือดเช่นกัน และนี่คือ 5 ประเด็นที่น่าจับตามอง และควรรู้ ก่อนศึกสำคัญวันอาทิตย์นี้ ที่จะซัดกันให้รู้ดำรู้แดงในเวลา 23:30 น.

1.เกมนี้ เป็นการเจอกันครั้งที่ 2 ในฤดูกาลนี้ หลังจากนัดแรก ผีแดงในยุคโจเซ่ มูรินโญ่เปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด แพ้ สเปอร์ส ราบคาบ ไร้ยางอาย 0-3 โดยวันนั้น แฮรี่ เคน ซัดได้ 1 และลูคัส มูร่า เบิ้ล 2 ประตู เมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนเกม สเปอร์ส รั้งอันดับ 3 มี 48 คะแนน จาก 21 นัด, ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ที่ 6 มี 38 คะแนน ตามหลังถึง 10 คะแนน ดังนั้น หากสเปอร์สชนะจะฉีกหนีไปเป็น 13 คะแนนทันที, แต่หาก ผีแดงชนะ จะลดช่องว่าง ให้เหลือ 7 คะแนน และยูไนเต็ด ก็จะมีสิทธิ์ลุ้นพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เต็มตัว

2. สภาพตัวผู้เล่น แมนฯยูไนเต็ด จะยังขาด เอริค ไบยี่ กองหลังที่ติดโทษแบนหลังจากเขาโดนตะเพิดตั้งแต่เกมดวลบอร์นมัธ, พอล ป๊อกบา, อเล็กซิส ซานเชซ, คริส สมอลลิ่ง ทุกคนมีอาการบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ ขึ้นอยู่กับว่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ จะเสี่ยงส่งลงสนามหรือไม่ ขณะที่สเปอร์ส น่าจะได้เอริค ไดเออร์ คืนทัพตัวจริงอีกครั้ง, ส่วนลูคัส มูร่า ยังมีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่เล็กน้อย, ขณะที่ ซอง เฮือง มิน ติดภารกิจต้องไปช่วยเกาหลีใต้ลุยศึกเอเชี่ยน คัพ 2019 ที่ยูเออีอยู่

3. สำหรับสงครามระหว่างไก่กับผีนั้น การันตีมีประตูยิงกันเยอะเสมอ ๆ โดยทั้ง 2 ทีมเจอกันมาในพรีเมียร์ลีก 53 ครั้ง แมนฯ ยูไนเต็ด มีภาพรวมที่สวยงามหรูหรากว่า เพราะเป็นฝ่ายชนะ 33 ครั้ง เสมอกัน 11 ครั้ง และ สเปอร์ส เป็นฝ่ายชนะ 9 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลังที่ทั้ง 2 ทีมเจอกันในเกมลีกดงผู้ดี กลับกลายเป็นสเปอร์สภายใต้การคุมทีมของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ที่ทำได้ดีกว่า เพราะ 4 ครั้งหลังสุดที่เจอกันในเกมลีก สเปอร์สกวาดชัยได้ 3 ครั้ง, โดยสเปอร์ส เปิดเวมบลี่ย์ ชนะผีแดง 2-0 เมื่อมกราคมปีที่แล้ว และก็สานต่อความโหดด้วยการบุกชนะ 3-0 ในช่วงเปิดฤดูกาลนี้นั่นเอง

4. หากไม่พูดถึงความร้อนแรงของโอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ คงไม่ได้ เพราะนับตั้งแต่เขาเข้ามาคุมผีแดงแทนมูรินโญ่ ผลงานของผีแดงก็พุ่งสูงชนทะลุทุกแนวต้าน โดยตอนนี้ โซลชาร์ พาทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ 5 นัดซ้อน ในทุกรายการ (บุกชนะคาร์ดิฟฟ์ 5-1, เปิดบ้านชนะฮัดเดอร์สฟิลด์ 3-1, เปิดบ้านชนะบอร์นมัธ 4-1, บุกชนะนิวาคาสเซิ่ล และล่าสุด เปิดบ้านชนะเรดดิ้งในเอฟเอ คัพ 2-0) ขณะที่ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือสเปอร์ส ก็มันสมองระดับอ๋องเหมือนกันในช่วงหลัง เพราะ 8 นัดหลังสุดในทุกรายการ “พอช” เก็บชัยได้ถึง 7 นัด และสะดุดอุบัติเหตุแพ้แค่นัดเดียว ที่แพ้ต่อวูล์ฟแฮมตัน เมื่อปลายปีที่แล้ว

5. เรื่องสถิติใครข่มใคร ?
5.1 การยิงประตู : 2 อันดับแรกของสเปอร์ส คือ แฮรี่ เคนที่ซัดไป 14 ประตู (นำเป็นดาวซัลโวร่วมกับปิแอร์ เอเมริก โอบาเมย็อง) และ ซอง เฮือง มิน 8 ประตู ส่วน 2 อันดับแรกของแมฯยูไนเต็ด คือ โรเมลู ลูกากู และ อองโตนี่ มาร์กซิยาล ที่ซัดคนละ 8 ประตูเท่าๆกัน
5.2 แอสซิสต์ : อันดับ 1 ของทีมสเปอร์ส คือ คริสเตียน อีริคเซ่น ที่ส่งให้เพื่อนยิงประตูไปแล้ว 7 ลูก , ส่วน แมนฯยูไนเต็ด มีคนแอสซิสต์สูงสุดร่วมกัน 2 คน ที่จำนวน 6 ประตู นั่นคือ พอล ป็อกบา และ มาร์คัส แรชฟอร์ด
5.3 คลีนชีท : อูโก้ โยริส ผู้รักษาประตูสเปอร์ส ไม่เสียประตูถึง 7 เกม , ส่วนดาบิด เด เกอา ไม่เสียประตูแค่ 3 เกม , ส่วนสถิติการ “เซฟ” เด เกอา ป้องกันได้ 69 ครั้ง ส่วนโยริส เซฟได้ 50 ครั้ง
5.4 การผ่านบอล : โทนี่ อัลเดอร์ไวเรลด์ คือนักเตะสเปอร์ส ที่ผ่านบอลเยอะที่สุดในทีม โดยเขาทำไป 1,361 ครั้ง คิดเป็นอันดับที่ 9 ของลีก , ส่วนแมนฯยูไนเต็ด คนที่จ่ายบอลเยอะที่สุดคือ เนมานย่า มาติช กองกลางเซอร์เบียจ่ายบอลไป 1,242 ครั้ง คิดเป็นอันดับ 12 ของลีกในเวลานี้



RELATED POSTS

Story

10 บทสรุปจากลีกใหญ่ส่งท้ายเดือนกันยายน

SPORTDesk. Team

เปิดฉากอย่างเร้าใจและปิดฉากลงไปแล้วในแบบมีหลากหลายอารมณ์สำหรับฟุตบอลลีกใหญ่ของยุโรปในช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา… สิ่งที่ร้อนแรงและคุกรุ่นที่สุดของหนีไม่พ้นบรรยากาศของทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ที่กลายเป็นเรื่องสุดฮอตที่สุดในโลกจริงและโลกออนไลน์ จากฟอร์มอันย่ำแย่ของทีม

Story

WC2018 Day 18: Result, Fixture, Table & Broadcast

SPORTDesk. Team

ครึ่งทางของรอบ 16 ทีมสุดท้าย ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เราได้ 4 จาก 8 ทีม ในรอบต่อไปแล้ว ส่วนเกมเมื่อคืน ใครดูบอลก็บอกได้เลยว่า เกือบเช้า ใครไม่ดู ก็มากดดูผล และ สถิติต่างๆ ตรงนี้เลย

Thought

#coachingpoints คิดถึง gegenpressing

ไข่มุกดำ

“ชนะ” แต่ก็เป็นอีกเกมที่ไม่ได้เห็นลิเวอร์พูลที่ดีที่สุดยกเว้นจังหวะได้ประตู “คุณภาพ” ในเกมที่ฮัดเดอร์สฟิลด์ไม่ได้ “ขี้เหร่” แม้แต่น้อย ทว่าบทสรุปของมันคือ ทีมแชมเปี้ยนชิพ vs. ทีมไฟนอลแชมเปี้ยนส์ลีก นั่นเองครับ