5 ประเด็นที่ควรรู้ก่อนเอล กลาซิโก้

26 October 2018
95 VIEWS

ศึกสุดคลาสสิก “เอล กลาซิโก้” ระหว่างบาร์เซโลน่า ดวล เรอัล มาดริด กำลังจะเปิดฉากยกแรกของฤดูกาลนี้ในวันอาทิตย์ แม้ว่าจะเป็นศึกเอล กลาซิโก้ ครั้งแรกในรอบ 11 ปีที่ไม่มีทั้งลีโอเนล เมสซี่และคริสเตียโน่ โรนัลโด้อยู่ในสนามแน่นอนแล้ว แต่ก็ยังมีหลากหลายประเด็นให้น่าติดตาม สำหรับศึกแห่งศักดิ์ศรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคู่หนึ่งของวงการฟุตบอล

1. ศึกเอล กลาซิโก้ ครั้งนี้ จัดขึ้นที่คัมป์ นู วันอาทิตย์ เวลา 22.15 น. ตามเวลาไทย ก่อนเกมบาร์ซ่าของเออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ รั้งตำแหน่งจ่าฝูง 9 นัดมี 18 คะแนน ขณะที่เรอัล มาริด อยู่ไกลถึงอันดับที่ 7 ตามหลังบาร์ซ่าอยู่ 4 คะแนน และเกมนี้อย่างที่ทราบๆกันดีอยู่แล้ว ว่าจะไม่มี 2 ซูเปอร์สตาร์แห่งยุค นั่นคือลีโอเนล เมสซี่ ที่บาดเจ็บแขน และ โรนัลโด้ ที่ย้ายไปอยู่กับยูเวนตุสแล้ว และนับเป็นครั้งแรกที่เอล กลาซิโก้ ไม่มี 2 ซูเปอร์สตาร์ตั้งแต่ ธ.ค. 2007 ซึ่ง เกมสุดท้ายที่ไม่มี 2 ซูเปอร์สตาร์แห่งยุคลงสนาม จบลงด้วยชัยชนะของเรอัล มาดริด 1-0 จากประตูชัยของลีโอ บัปติสต้า

2. คำถามตัวโตๆ ว่า เมื่อบาร์ซ่า ไม่มี ลีโอเนล เมสซี่ แล้ว บัลเบร์เด้ จะจัดใครลงสนามแทน ระหว่างอุสมาน เดมเบเล่,ราฟินญ่า หรือ มูนีร์ เอล ฮาดาดี้ โดยสถิติของทั้ง 3 คน นั้นค่อนข้างสูสีกันในแง่ของตัวเลขที่ลงเล่นในลาลีกา โดย เดมเบเล่ ลงเล่นไป 26 เกม ยิงได้ 6 แอสซิสต์ 7 , ราฟินญ่า ลงเล่น 82 เกม ยิง 12 ประตู แอสซิสต์ 10 ขณะที่เอล ฮาดาดี้ ลงเล่น 96 เกม ยิง 21 ประตู แอสซิสต์ 13 แต่สุดท้ายบัลเบร์เด้จะส่งใครลงสนามก็คงต้องขึ้นอยู่กับกุนซือชาวอาร์เจนไตน์

3. ลีโอเนล เมสซี่ คือคนที่ยิงประตูในศึกเอล กลาซิโก้ ได้มากที่สุด นั่นคือ 26 ประตู และเป็นเจ้าของสถิติแอสซิสต์สูงสุดในเอล กลาซิโก้ ด้วย ด้วยจำนวน 14 ครั้ง แต่ในเมื่อเกมนี้เขาลงสนามไม่ได้เพราะอาการบาดเจ็บที่แขน คาริม เบนเซม่า จะกลายเป็นนักเตะยุคปัจจุบันที่ยิงประตูในศึกแห่งศักดิ์ศรีที่ยิงได้มากที่สุด นั่นคือ 8 ประตู

ส่วน เซร์คิโอ รามอส ณ เวลานี้เขาลงเล่นในศึกเอล กลาซิโก้ ไปแล้ว 38 เกม เท่าๆกับลีโอเนล เมสซี่ ดังนั้นหากเกมวันอาทิตย์นี้ รามอส ได้ลงเล่นตามปกติ เขาจะกลายเป็นนักเตะยุคปัจจุบัน ที่ลงเล่นเกมสุดแคลสสิก มากที่สุดทันที

อย่างไรก็ตาม สถิติลงเล่นเอล กลาซิโก้ สูงสุดตลอดกาล ยังคงเป็นของมานูเอล ซานชิส ที่ลงเล่นไป 43 เกม ขณะที่อันดับ 2 ได้แก่ ฟรานซิสโก้ เกนโต้ และชาบี้ ที่ลงเล่นไป 42 เกมเท่ากัน

4. ที่ผ่านมา รวมถึงรายการ ศึกเอล กลาซิโก้ จัดมาแล้ว 271 เกม ราชันชุดขาว ชนะ 99 เกม บาร์ซ่าชนะ 112 เกม และเสมอกัน 60 , แต่หากนับเฉพาะการเจอกับในศึกลาลีกา สเปน คู่นี้ เจอกันมาแล้ว 176 เกม เรอัล มาดริด ชนะ 72 บาร์ซ่า ชนะ 70 และ เสมอกัน 34 เกม เรอัล มาดริดกะซวกประตูได้ 286 ประตู ขณะที่ บาร์ซ่า ยิงได้ 282 ประตู

5. บาร์เซโลน่า ไม่แพ้เกมลีกมาแล้ว 72 จาก 76 เกมหลังสุด และหากว่ากันตามตรงในเอล กลาซิโก้ เฉพาะเกมลีก 2 ฤดูกาลหลังสุด บาร์ซ่าไม่แพ้ให้เรอัล มาดริดเลย โดย บาร์ซ่าเก็บชัยได้ 2 ครั้ง และ เสมอ 2 ครั้ง , นัดสุดท้ายที่เรอัล มาดริด ชนะในเกมเอล กลาซิโก้ ในเกมลาลีกา คือต้องย้อนไป 2 ก.พ. 2016 ที่คัมป์ นู ราชันชุดขาวบุกแซงชนะได้ 2-1 จากเบนซ์และโด้คนละเม็ดท้ายเกม โดยปิเก้เป็นคนซัดให้ตัวแทนจากคาตาลันไปก่อน 1 ประตูในเกมนั้น

สงครามลูกหนังคลาสสิกเกมนี้ เราจะได้ชมกันแบบชัดที่สุดด้วยระบบ 4K ทาง “ทรู วิชั่นส์” ช่อง 400 มีนัดกันคืนวันอาทิตย์ที่ 28 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 22.15 น. เป็นต้นไป นอกจากนี้ยังมีเกมบิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีก “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ปะทะ “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในคืนวันจันทร์ที่ 29 ต.ค.ด้วย (เวลาฤดูหนาว 03.00 น.) และรถแข่งสูตรหนึ่ง “ฟอร์มูลาวัน” ใครสนใจลองดูข้อมูลเพิ่มเติมรายละเอียดตามนี้นะ https://bit.ly/2yu6Qs6

และพิเศษอีกนิดสำหรับแฟน “ลาลีกา” ที่ไม่อยากอยู่บ้านดู “เอล กลาสิโก้”​คนเดียว มีกิจกรรมพิเศษจัดชมฟุตบอลเกมนี้ที่ Whisgars & Crafts สุขุมวิท 23 มานั่งเชียร์ด้วยกันได้นะ มันแน่ 🙂