5 ประเด็นเดือด ก่อนการปะทะอีกครั้งของ ‘สิงห์’ vs ‘หงส์’

28 September 2018
570 VIEWS

ผ่านพ้นกันไปแล้วสำหรับสงครามภาคแรก ระหว่าง ลิเวอร์พูล-เชลซี ในศึกลีก คัพ ซึ่งกลายเป็นว่า เชลซีของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ สามารถเอาชนะไปได้ “ยกแรก” ด้วยการบุกไปเฉือนลิเวอร์พูลถึงแอนฟิลด์ 2-1 จากทีเด็ดทีขาดของเอเดน อาซาร์ ซึ่งลงมาเป็นเป็นตัวสำรองในเกมนั้นก่อนจะสังหารประตูสุดสวย

อย่างไรก็ตามโอกาสแก้มือของลิเวอร์พูล และเหล่าสาวกเดอะค็อป ไม่ต้องรอกันนาน เพราะเกมพรีเมียร์ลีก สัปดาห์นี้ จะได้ “วัด” กับเชลซีอีกครั้ง คราวนี้ทั้ง 2 ทีม คงจะจัดหนักจัดเต็ม แบบไม่ต้องมีพะวงอีกแล้ว เพราะหากไม่เต็มที่กับเกมลีก ก็ไม่รู้ว่าจะไปให้เต็มที่กับเกมไหนอีกแล้ว โดยคู่นี้จะดวลกันที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ วันเสาร์ 29 ก.ย. ในเวลา 23.30 น. และต้องถือว่าเป็นคู่ซูเปอร์บิ๊กแมตช์สำหรับ วงการฟุตบอลอังกฤษสัปดาห์นี้ และมี 5 ประเด็นที่น่าจับตามองก่อนเกมบิ๊กแมตช์ครั้งนี้

1) นี่เป็นเกมของสองทีมที่ยังไร้พ่ายในลีกอังกฤษ ในฤดูกาลนี้ที่ต้องโคจรมาพบกัน โดยปัจจุบันในลีกดงผู้ดีมี 3 ทีมที่ยังไร้พ่ายคือลิเวอร์พูล (ชนะ 6 นัดรวด) , แมนฯซิตี้ และ เชลซี (ชนะ 5 เสมอ 1 ) หากสงคราม ณ สมรภูมิ สแตมฟอร์ด บริดจ์ เสาร์นี้ ผลออกเสมอขึ้นมา สถิติไร้พ่ายของทั้ง 2 ทีมก็จะยังคงอยู่ต่อไปอีก แต่ลิเวอร์พูล จะหยุดสถิติชนะรวดเอาไว้ที่ 6 เกมทันที

2) นับตั้งแต่ปี 1991 เป็นต้นมา ลิเวอร์พูล ยังไม่เคยเปิดหัว ออกสตาร์ต ฤดูกาล ด้วยชัยชนะ 7 นัดซ้อนๆในลีกเลย ดังนั้นหากพวกเขาบุกกำราบเชลซีได้ถึงถิ่น พวกเขาจะทาบสถิติเดิมที่เคยทำไว้เมื่อปี 1991 ทันที

แต่ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์นั้น เกมรับลิเวอร์พูลมักจะมีรอยรั่วเสมอ เพราะหงส์แดง มาเสียประตูที่สนามแห่งนี้ 14 นัดติดต่อกันแล้ว เยอร์เก้น คล็อปป์คงต้องหวังพึ่งพาบริการของเวอร์จิล ฟาน ไดก์ และ โจ โกเมส รวมถึงแผงหลังคนอื่นๆด้วย เพราะในลีก คัพ กลางสัปดาห์ กุนซือเดอะนอร์มอลวันเลือกที่จะขนตัวสำรองลงทั้งแผงหลัง

3) โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ เฟียร์มิโน่ จะกลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้งในไลน์อัพของลิเวอร์พูลแน่นอน หลังจากเป็นสำรองเกมลีก คัพ ขณะที่เชลซี น่าจะเลือก โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ยืนแนวรุกเป็นตัวค้ำมากกว่าอัลบาโร่ โมราต้า เพราะชิรูด์ มีสถิติที่ดีเวลาเจอหงส์ เพราะเขายิงไปแล้ว 5 ประตูจาก 6 นัดหลังสุดที่ลงเป็นตัวจริง เวลาเจอลิเวอร์พูล ซึ่งรวมถึงผลงานการเจอกันครั้งหลังสุดที่ลอนดอนด้วย เพราะชิรูด์ กองหน้าฝรั่งเศส เป็นคนซัดชัย 1-0 เมื่อ 6 พ.ค. 2018

ยามนี้ เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือเชลซี อาจจะต้องพึ่งพาบริการของเอเดน อาซาร์ ยอดตัวรุกชาวเบลเยียมเป็นพิเศษ เพราะนอกจากเป็นคนซัดประตูชัยในลีก คัพ ที่ผ่านมาแล้ว , อาซาร์ ยังเป็นคนที่เล่นโดดเด่นเสมอเมื่อยามได้โชว์ลีลาต่อหน้าแฟนบอลเชลซีในบ้าน เพราะเกมลีก 2 เกมหลังสุดที่เล่นที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ เขาซัดไป 4 ประตู (ยิง 3 ในเกมชนะคาร์ดิฟฟ์ 4-1 , และยิง 1 เกมชนะบอร์นมัธ 2-0)

4) สถิติการเจอกันของคู่นี้ ในยุคหลังๆ ต้องบอกว่าลิเวอร์พูล เป็นรองเต็มประตู 14 นัดหลังสุดที่เจอกันทุกรายการ เชลซี เก็บชัยได้ 5 ครั้ง เสมอกัน 7 ครั้ง และหงส์แดงเก็บชัยได้แค่ 2 นัดเท่านั้น

5) หากไม่นับแมนฯยูไนเต็ดที่ลิเวอร์พูล เคยปราชัยในลีกมามากที่สุดนั่นคือ 28 แมตช์ , เชลซี คือ ทีมที่ลิเวอร์พูล แพ้มากที่สุดเป็นอันดับ 2 ด้วยจำนวน 20 เกม

เกมสุดมันที่มีเดิมพันยิ่งใหญ่คู่นี้ระหว่าง “สิงโตน้ำเงินคราม” กับ “หงส์แดง” เราจะได้ชมกันแบบชัดที่สุดเต็มอรรถรสในระบบ 4K ทาง “ทรู วิชั่นส์” ช่อง 400 วันเสาร์ที่ 28 ก.ย. ตั้งแต่เวลา 23.30 น. นอกจากนี้ยังมีฟุตบอลลาลีกา และรถสูตรหนึ่ง ฟอร์มูลาวัน ด้วยเช่นกัน ข้อมูลเพิ่มเติมรายละเอียดตามนี้ครับ https://bit.ly/2yu6Qs6