5 ประเด็นที่ควรรู้ก่อน ‘สิงห์บลูส์’ เปิดศึก ‘ผีแดง’

19 October 2018
95 VIEWS

ว่างเว้นพักเบรกโปรแกรมทีมชาติไปหนึ่งสัปดาห์ ตอนนี้ฟุตบอลลีกใหญ่ของยุโรปกลับมาฟาดแข้งกันอีกครั้ง และทางพรีเมียร์ลีก อังกฤษ มีคู่บิ๊กแมตช์ตั้งแต่คู่แรก ของวันเสาร์ทันที ในเวลา 18.30 น. ตามเวลาประเทศไทย โดยเชลซี รองจ่าฝูง จะได้เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์รับการมาเยือนของแมนฯยูไนเต็ด ของโจเซ่ มูรินโญ่ ที่ยังเอาแน่เอานอนอะไรตอนนี้ไม่ได้เลย แหละนี่คือ 5 ประเด็นที่น่าจับตามองก่อนพรีเมียร์ลีกคู่ซูเปอร์บิ๊กแมตช์ประจำสัปดาห์นี้

1. เชลซี ของเมาริซิโอ ซาร์รี่ เปิดสตาร์ตฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยม โดย 8 นัดที่ผ่านมา ไม่รู้จักคำว่าแพ้ ชนะ 6 เสมอ 2 ยิงได้ 18 ประตู โดยจำนวนประตูที่ยิงได้เป็นรองแค่แมนฯซิตี้ (21) และ อาร์เซน่อล (19) เท่านั้น ขณะที่แมนฯยูไนเต็ด คาดเดาฟอร์มการเล่นลำบาก เพราะ 8 นัดที่ผ่านมา ชนะ 4 เสมอ 1 แพ้ 3 นัดล่าสุดก่อนเบรกทีมชาติ พวกเขาเพิ่งพลิกนรกโกงความตาย แซงชนะนิวคาสเซิ่ล 3-2 ทั้งที่โดนเจาะตาข่ายไปก่อน 2 ลูก ตั้งแต่ 10 นาทีแรก แต่สุดท้ายมาได้อเล็กซิส ซานเชส พังประตูชัยช่วงทดเจ็บแบบจวนเจียนเฉียดตายสุดๆ โดยก่อนหน้านั้นผีแดง ไม่ชนะใครมา 4 เกมติดต่อกัน

2. สถิติการเจอกันของคู่นี้ในสแตมฟอร์ด บริดจ์ในศึกพรีเมียร์ลีก …เชลซีมีภาษีที่ดี เพราะ แพ้แมนฯยูไนเต็ด แค่ 1 เกม จาก 16 เกมหลังสุด ที่เล่นที่สมรภูมิพื้นหญ้าแห่งนี้ , นอกจากนี้ หากเอาแค่เฉพาะ 8 นัดล่าสุดที่เจอกันในทุกรายการ ณ เดอะบริดจ์ เชลซี สามารถกำราบผีแดงได้ถึง 7 เกมด้วยกัน

3. อย่างไรก็ตาม สถิติการเจอกันโดยรวมแบบ Head to Head ไม่ว่าจะเป็นที่ไหน รายการไหนก็ตาม แมนฯยูไนเต็ด ยังมีบุญเก่าที่ดีกว่า เพราะเป็นฝ่ายชนะ 77 เสมอ 49 และ เชลซี ชนะได้ 54 ครั้ง

ทั้งนี้ สิงโตน้ำเงินคราม ยังมีเกมรับที่เหนียวแน่นเวลาเจอกับแมนฯยูไนเต็ด เพราะ 4 นัดหลังสุดที่เจอกันในทุกรายการ ทีมใหญ่จากกรุงลอนดอนไม่เสียประตูให้ผีแดงเลยแม้แต่ลูกเดียว

4. นอกจากนี้ นัดล่าสุดที่ทั้งคู่เจอกัน ก็คือ เกมนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ที่เวมบลี่ย์ ฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งเชลซี เป็นฝ่ายเฉือนชนะไปได้ 1-0 จากจุดโทษของเอเด็น อาซาร์ และเป็นแชมป์ส่งท้ายให้อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือเชลซีคนเก่า

สำหรับ เอเดน อาซาร์ กลายเป็นเครื่องจักรสังหารประตูที่ร้อนแรง ฉุดรั้งแทบไม่อยู่ เพราะตอนนี้ เขาสังหารไปแล้ว 7 ประตูในลีกผู้ดี นำเป็นดาวซัลโวเดี่ยวๆ แถมยังแอสซิสต์ไปอีก 3 ประตูอีกด้วย ขณะที่ โรเมลู ลูกากู เพื่อนร่วมชาติเบลเยียมของอาซาร์ดูจะทำผลงานได้ดีแต่กับทีมชาติ แต่กับแมนฯยูไนเต็ด เขายังหวังผลสกอร์ได้น้อยเกินไป จากการสังหารได้แค่ 4 ประตู เท่านั้น

5. หากมองเจาะลึกที่ตัวผู้เล่นเกมนี้ เชลซี ของเมาริซิโอ ซาร์รี่ ค่อนข้างสมบูรณ์กว่า เพราะแกนหลักทั้งทีมอยู่กันครบ จะมีลุ้นเรื่องความฟิตแค่ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ปราการหลังเยอรมนีแค่คนเดียว ขณะที่ แมนฯยูไนเต็ด ของโจเซ่ มูรินโญ่ ต้องลุ้นทั้ง มารูยาน เฟลไลนี่,อันแดร์ เอร์เรร่า ,เนมานย่า มาติช ,ลุค ชอว์ , อเล็กซิส ซานเชส , เจสซี่ ลินการ์ด และ มาร์กอส โรโฮ

ทั้งนี้ 20 ทีมในลีกอังกฤษ ผ่านการเล่นพรีเมียร์ลีกไปทั้งสิ้น 8 นัด เชลซีกลายเป็นทีมที่มีค่าเฉลี่ยต่อบอลในเกมมากที่สุด คือ 716 ครั้งต่อ 1 เกม…และหากเกมนี้ เชลซีเก็บได้อย่างน้อย 1 คะแนนพวกเขาจะขึ้นไปเป็นจ่าฝูงชั่วคราว โดยจะมีแต้มแซงหน้าแมนฯซิตี้ ที่ลงเล่นที่หลัง ในเวลา 21.00 น วันเสาร์ ซึ่งจะพบกับเบิร์นลี่ย์

เกมเดือดคู่นี้มีให้ชมกันแบบชัดที่สุดเต็มอรรถรสในระบบ 4K ทาง “ทรู วิชั่นส์” ช่อง 400 วันเสาร์ที่ 20 ต.ค. ตั้งแต่เวลา 18.30 น. นอกจากนี้ยังมีฟุตบอลลาลีกา บิ๊กแมตช์ บาร์เซโลน่า ปะทะ เซบีย่า และรถแข่งสูตรหนึ่ง ฟอร์มูลาวัน ที่กำลังบี้ลุ้นแชมป์กันอย่างสุดเดือดด้วยเช่นกัน ข้อมูลเพิ่มเติมรายละเอียดลองคลิ๊กดูนะครับ https://bit.ly/2yu6Qs6