จุดเปลี่ยน 5 นาที

31 December 2018
614 VIEWS

ฟุตบอลก็เหมือน “ชีวิต” นะครับ มีขึ้นมีลง บางทีเหมือนไม่มีอะไรแต่หากได้ “จุดเปลี่ยน” (turning points) เหมาะ ๆ อะไรก็เกิดขึ้นได้ครับ

ดังเช่นเกมนี้จาก เซนต์ แมร์รี ที่สกอร์ไลน์ทำท่าจะจบ 1-1 ในครึ่งเวลาแรกแบบเจ้าบ้าน เซาแธมป์ตัน “ได้ฟิน” กันถ้วนหน้า และกุนซือป้ายแดง ฮาเซนฮุตเทิล เตรียม team talk กระตุ้นสวย ๆ ไว้แล้ว

แต่ทว่าช่วงทดเจ็บ 45+1 และ 45+4 แชมป์เก่า แมนฯซิตี้ กลับทำได้ 2 ประตูรวด กลับขึ้นนำ 3-1 ชิว ๆ ใส ๆ แบบมี 2 เม็ดเป็น “ผลต่าง” และรักษาสกอร์ดังกล่าวกระทั่งจบ 90 นาที

บทสรุป (ง่าย ๆ) จึงเป็นว่า ทีมเรือใบสีฟ้า “เฉียบคม” เก็บโอกาสโดยเฉพาะท้ายครึ่งแรกได้งดงาม และกลับคืนฟอร์มเก่งก่อนรับมือลิเวอร์พูลกลางสัปดาห์หน้า 3 ม.ค.โดยมีแต้มตามหลังลดเหลือ 7 คะแนน

ดูดีทีเดียวครับกับชัยชนะนัดนี้ของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา และลูกทีม รองจ่าฝูง

แต่หากให้ “สรุป (ยาก ๆ)” เกมนัดนี้มี “จุดเปลี่ยน” สำคัญอยู่ที่ท้ายครึ่งแรก 5 นาทีรวมทดเจ็บ

ช่วงเวลาดังกล่าว ทีมนักบุญกำลังได้ใจ และมีพลังฮึกเหิมหลัง ฮอยเบิร์ก โชว์ความดุดันขโมยบอลจาก ซินเชนโก้ แบ็คซ้ายที่จังหวะดังกล่าว “หุบใน” (Inverted Full-back) แล้วกระชากเข้ากดเสียตาข่ายตีเสมอ 1-1 ในนาทีที่ 38

ไม่มากก็น้อย ซิตี้ “เริ่มหลอน” จากที่เพิ่งโดนทั้งพาเลซ และเลสเตอร์ เล่นงานมาติด ๆ กัน

เฉพาะอย่างยิ่งจากบอลยาวทะแยงมุมจากแดนหลังข้ามศีรษะ ซินเชนโก้ ในกรอบเขตโทษไปลงที่เท้า วอร์ด-เพราส์ ซึ่งเฟิร์สทัชดีเยี่ยม แตะเข้า “เหลี่ยมใน” และมีโดนสัมผัสจากชินเชนโก้ทางด้านหลังเล็กน้อย

No penalty!!! ในนาทีที่ 44 โดยเชิ้ตดำ พอล เทียร์นีย์

ท่ามกลางเสียงแฟนบอลเจ้าบ้าน “โห่ระงม” และนักเตะเซาฯกำลัววุ่นวายใจ ประท้วงปนเสียดาย

ก่อนที่ภาพจะตัดกลับมาอีก 2 นาที แนวรับนักบุญเสียสมาธิให้ สเตอร์ลิงกระชากเข้าเขตโทษด้านซ้ายแล้วเปิดเข้ากลาง “แฉลบ” วอร์ด-เพราส์ เข้าประตูตัวเองเต็ม ๆ

2-1 แมนฯซิตี้ กลับเป็นผู้นำท่ามกลางความเจ็บปวด และเสียงโห่ยิ่งดังในสนาม

ภาพสีหน้า วอร์ด-เพราส์ จากที่ควรจะเป็น “ฮีโร่” เอาชนะจุดโทษกลายเป็นทำเสียประตู

เท่านั้นยังไม่พอ น.45+4 ซินเชนโก้ กลายร่างจาก “ซาตาน” เป็นมนุษย์แอสซิสต์โยนเข้ากลางให้ กุน ที่เก่งฉกาจไปแทรกตัวระหว่างคู่เซนเตอร์ฯ โหม่งปิดหีบ 3-1

“โหดร้าย” สำหรับเซาแธมป์ตันที่หากไม่ได้จุดโทษก็น่าจะรักษาสกอร์ 1-1 ไว้ได้แล้วกลับมาสู่ต่อไปอย่างสนุกในครึ่งหลัง

ครับ ฟุตบอลบางทีก็แบบนี้

กล่าวคือ ผมไม่ได้เชียร์ลิเวอร์พูลแล้วจะมาเข้าข้างเซาแธมป์ตันแบบบอกว่า เชียร์ตั้งแต่ยุค มิค แชนน่อน, แดนนี่ วัลเลซ, จิมมี่ เคส, ปีเตอร์ ชิลตัน, แมตต์ เลอทิสซิเอร์ ฯลฯ นะครับ

อีกทั้งก็ “ยอมรับ” ว่า แมนฯซิตี้ ดีเพียงพอจะเอาชนะ และเก็บ 3 แต้มในเกมนี้ได้สบายดังตัวอย่างจาก “มูฟเมนต์” ประตู 1-0 และคุณภาพของกุน กับประตู 3-1

อย่างไรก็ดี มัน “ปฏิเสธ” ได้ยากเช่นกันว่า ในเกมฟุตบอลเกมหนึ่งไม่เว้นแม้แต่ “ทีมเทพ” อย่างแมนฯซิตี้ก็จำเป็นเหมือนกันที่ต้องมี “โมเมนต์” แบบที่จะสามารถ “เปลี่ยนเกม”

หรือเรียกว่า turning points ได้เฉกเช่น 5 นาทีท้ายครึ่งแรกเกมนี้ที่ “ปลดล็อก” จนได้ผลการแข่งขันที่ถวิลหา

แน่นอนครับ ความสามารถ, ความมุ่งมั่น เพื่อ “แปรเปลี่ยน” จุดเปลี่ยนนั้นให้กลายเป็น “ผลงาน” โบว์แดงก็สำคัญไม่แพ้กัน

แบบที่ผมเกริ่นไว้ตอนต้นเรื่องด้วยครับว่า ในชีวิต หน้าที่ การงาน ความรัก ของเรา บางที “จุดเปลี่ยน” คือสิ่งที่เรา ๆ ท่าน ๆ รอคอย

โดยเราต้องเตรียมตัวให้ “พร้อม” รอไว้ด้วยนะครับ หาใช่ นั่งฝันกลางวันโดยไม่ทำอะไร

วันนี้เป็นวันส่งท้ายปีเก่า ผมหวังว่า ไม่เร็วก็ช้าตั้งแต่ปีใหม่ 2019 “จุดเปลี่ยน” ดี ๆ ในชีวิตของทุกคนจะเกิดขึ้นครับ

Have a great last day of the year ครับ