5 สถิติส่วนตัวจากพรีเมียร์ลีกฤดูกาลที่ผ่านมา | by SPORTDesk. Team

29 July 2020
286 VIEWS

แม้ฤดูกาลฟุตบอลอังกฤษอย่างพรีเมียร์ลีก จะจบลงไปเป็นที่เรียบร้อย แต่ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับฤดูกาลที่ยาวนานที่ผ่านมาให้พูดถึงกันอีกมากมาย โดยเฉพาะในเรื่องของ สถิติต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งนั่นทำให้เรื่องราวของฟุตบอลอังกฤษในปีที่ผ่านมาน่าสนุก และ น่าสนใจยิ่งขึ้น แม้ว่ามันเป็นเป็นฤดูกาลที่ทุลักทุเล และใช้เวลาแข่งขันกันนานถึง 11 เดือนหลังจากที่อังกฤษต้องเจอโควิด-19 เล่นงานอย่างหนักก็ตาม

สถิติที่น่าสนใจที่คนส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญ หนีไม่พ้นเรื่องของการทำประตู และ การทำแอสซิสต์ แต่มีตัวเลขที่สำคัญหลายอย่างที่บางครั้งถูกมองข้าม และเมื่อเรามองลึก ๆ ลงไป จะเห็นเว่าไม่ได้มีเฉพาะแค่ทีมหัวตารางเท่านั้น ที่ครองสถิติตัวเลขสวย ๆ เพราะในบางกรณี ทีมกลางตาราง หรือแม้แต่ทีมท้ายตาราง ก็สามารถครองสถิติตัวเลขที่น่าสนใจ ซึ่งกลายเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อได้เช่นกัน และนี่คือเรื่องราวของตัวเลขเหล่านั้นที่ทีมงาน SPORTDesk. คัดสรร มาให้ติดตามกัน

เปอร์เซ็นต์การทำประตูต่อทีม : แดนนี อิงส์ ยิงคนเดียวเกือบครึ่งจากประตูของ เซาธ์แฮมป์ตัน

อีกชื่อหนึ่งของการครองสถิตินี้ อาจจะเรียกว่า “เดอะ แบก” ของทีมก็คงจะไม่ผิดนัก เพราะสถิตินี้ แม้แต่ 2 ดาวยิงที่ขับเคี่ยวดาวซัลโว และ หลาย ๆ คนเชื่อว่าพวกเขาจะ “เดอะ แบก” มากที่สุดอย่าง เจมี วาร์ดี หรือ ปิแอร์ เอเมริค โอบาเมยัง ยังเทียบไม่ติด ซึ่ง เจ้าของสถิตินี้ คือ แดนนี อิงส์ แห่ง เซาธ์แฮมป์ตัน นั่นเอง

อิงส์ ทำไป 22 ประตูในฤดูกาลนี้ เป็นรองแค่ เจมี วาร์ดี ที่เป็นดาวซัลโวประจำฤดูกาลคนเดียวเท่านั้น แต่ที่น่าแปลกใจคือเขายิงไปคนเดียวคิดเป็น 43.1% ของทีม ‘นักบุญ’ ทั้งทีม สถิตินี้เฉือน เตมู ปุกกิ แห่ง นอริช ซิตี ไปเพียงไม่ถึง 1% โดย ปุกกี ยิงให้ นอริช เพียง 11 ประตู แต่คิดเป็น 42.3% เลยทีเดียว

ขณะที่ 2 ดาวดังอย่าง โอบา และ วาร์ดี ที่ยิงไป 22 และ 23 ประตูตามลำดับ ไล่มาเป็นอันดับ 3 และ 4 โดย โอบาเมยัง ยิงให้ ‘ปืนใหญ่’ คิดเป็น 39.3% และ วาร์ดี ทำประตูคิดเป็น 34.3% ของทัพ ‘จิ้งจอก’

สถิติตรงนี้ ยิงเยอะใช่ว่าจะเป็นเรื่องดี เพราะเขาอาจจะทำประตูเยอะให้กับทีมได้ก็จริง แต่นั่นมันก็หมายความว่า ทีมสามารถพึ่งพาเขาได้คนเดียวเท่านั้นด้วยนั่นเอง

เปอร์เซ็นต์การยิง : โม ซาลาห์ ทั้งยิงมากสุด และ แม่นกรอบที่สุด

แม้ 3 อันดับแรกของ ดาวซัลโว จะมีชื่อของ เจมี วาร์ดี, แดนนี อิงส์ และ ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยัง แต่สถิตินี้กลัยไม่มีชื่อของเขาทั้ง 3 คนมาเอี่ยวเลยเสียอย่างนั้น โดยนักเตะที่ ครองสถิติ ‘นักยิง’ ตกเป็นของ ‘บังโม’ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่สับไกไปทั้งหมด 132 ครั้งและเขากรอบถึง 59 ครั้ง คิดเป็นเปอร์เซ็นมากถึง 14.39% ด้วย

รองลงมาคือ ราอูล ฆิเมเนซ ที่สับไกยิงรวม 118 ครั้ง และเข้ากรอบ 44 ครั้ง คิดเป็น 14.41% ซึ่งถ้ามองถึงจุดจุดนี้เขาอาจจะมีเปอร์เซ็นต์แม่นกรอบกว่า ‘บังโม’ แต่ถ้านำจับนวนครั้งห่างกันถึง 15 ครั้งเลยทีเดียว ส่วนที่ 3 เป็น กาเบรียล เฮซุส ที่ยิงไป 101 ครั้ง เข้ารอบ 48 ครั้ง และคิดเป็น 9.09% เท่านั้น 

อย่างไรก็ตามตัวเลขนี้ไม่ได้นับรวมถึงการทำประตูได้ เพราะการยิงเข้ากรอบ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นประตู นั่นหมายความว่า ในฤดูกาลนี้ แม้พวกเขาจะยิงเข้ากรอบกันบอล และได้โอกาสยิงมา แต่ลูกยิงของพวกเขาก็อาจจะไม่คมพอทำให้ต่อให้มีโอกาสมาก แต่พวกเขาเหล่านี้ก็ไม่ได้ครองตำแหน่ง ดาวซัลโว นั่นเอง

เปอร์เซ็นต์การจ่าย : วีวีดี จ่ายบอลมากสุด แต่ โรดรี จ่ายบอลแม่นสุด

การเล่นฟุตบอลในยุคใหม่ คือการขึ้นเกมมาจากแดนหลัง และกองหลังนอกจากจะต้องเล่นเกมรับดี ทำให้พวกเขาต้องจ่ายบอลแม่นยำไปในคราวเดียวกันด้วย หาไม่แล้วการถูกตัดบอลหน้าบ้านตัวเอง อาจจะหมายถึงการเสียประตูก็ได้ และสถิติต่อไปนี้ ตอกย้ำได้อย่างดีถึงการขึ้นบอลจากแนวรับของทีมในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลที่ผ่านมา

เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค คือนักเตะที่จ่ายบอลมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก เขาจ่ายลอลในฤดูกาลที่ผ่านมา 3,253 ครั้ง มากที่สุดในบรรดานักเตะทั้งหมด และความแม่นยำในการจ่ายบอลก็สูงถึง 89.15% ด้วย แต่เขาไม่ใช่คนที่จ่ายยอลแม่นยำที่สุด เพราะคนที่ครองสถิตินั้นคือ โรดรี มิดฟิลด์ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี ที่จ่ายบอลไป 2,580 ครั้ง แต่เข้าเป้าถึง 92.83% 

ที่ยืนยันได้ดีมาก ๆ ว่าฟุตบอลในฤดูกาลที่ผ่านมา นิยมขึ้นเกมจากแนวรับ คือการที่ ในอีก 3 อันดับถัดมา คือนักเตะในตำแหน่งกองหลังทั้งหมด ที่เป็นคนครองอันดับในการจ่ายบอลเยอะที่สุด ไล่จาก แฮร์รี แมคไกวร์ จ่ายบอล 2,518 ครั้ง แม่นยำ 86.74% จอนนี อีแวน จ่ายบอล 2,491 ครั้ง แม่นยำ 86.83% และ แอนดี โรเบิร์ตสัน จ่ายบอล 2,490 ครั้ง แม่นยำ 83.65%

การตัดบอล : เอ็นดิดี คือ นิว กองเต

สถิตินี้เคยเป็นของ เอ็นโกโล กองเต ในปีที่ เลสเตอร์ ซิตี คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และปีนี้มันวนกลับมาเป็นของนักเตะเลสเตอร์ ซิตี อีกครั้ง โดยคนที่ครองสถิตินี้คือ วิลฟรีด เอ็นดิดี ที่ตัดบอลได้ถึง 80 ครั้งตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา และเป็นนักเตะที่ครองสถิติการตัดบอลมากที่สุดของฤดูกาลด้วย

รองลงมาน่าจะเป็นนักเตะที่ไม่มีใครคาดคิดอย่าง ดีเอโก ริโก ของ บอร์นมัธ ทีมน้องใหม่ในศึก เดอะ แชมเปียนชิพ ที่ติดยบอลไป 79 ครั้ง และที่ 3 ก็ติดท็อป 5 ในเรื่องของการตัดบอลเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน คือ ดีแคลน ไรซ์ กองกลางดาวรุ่งจากเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ที่ติดบอลไปได้ 78 ครั้ง

ส่วนที่ 4 และ 5 ตัดบอลได้เท่ากันที่ 77 ครั้ง แต่เฉือนกันที่จำนวนนาทีที่ลงสนามเท่านั้น โดย ที่ 4 เป็น คริส บาแชม จาก เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด และ ที่ 5 เป็น แยน เบดนาเร็ค จาก เซาธ์แฮมป์ตัน ซึ่งกลายเป็นว่าท็อป 5 นักเตะที่ตัดบอลได้มากที่สุดของฤดูกาลนี้ ไม่มีนักเตะจากทีม บิ๊ก 6 เลยแม้แต่คนเดียว

การเซฟ : ดูบราฟกา มาที่หนึ่ง

เรื่องการเซฟมากที่สุด อันนี้เราพอเข้าใจได้ถ้าจะไม่มีผู้รักษาประตูจากบรรดาทีมหัวตารางมาเอี่ยว เพราะถ้าคุณจะเป็นทีมระดับท็อปได้ ก็ไม่น่าจะโดนส่องบ่อย ๆ จนทำให้ผู้รักษาประตูต้องเซฟเยอะ ๆ ได้แน่ ดังนั้น ในลำดับท็อปเซฟ นี้จึงจะอุดมไปด้วยนายทวารจากทีมกลางตาราง และ ท้ายตาราง

มาร์ติน ดูบราฟกา ยืนหนึ่งในฤดูกาลนี้ เขาเซฟไปถึง 140 ครั้งให้ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ถึง 70.56% รองลงมาคือ ทิม ครูล ที่ทำ 132 เชฟ ให้นอริช ซิตี แต่นั่นก็ยังไม่พอให้ทีมรอดตกชั้น โดยเขาเซฟไป 65.66% และที่ 3 ก็เป็นนายทวารทีมที่ตกอีกทีมอย่าง บอร์นมัธ คือ อารอน แรมสเดล เซฟไป 129ครั้ง คิดเป็น 67.02% 

อันดับ 4 และ 5 ทั้งคู่ไม่ใช่นายทวารจากทีมตกชั้น โดยที่ 4 คือ นิค โป๊ป ทำไป 120 เซฟ คิดเป็น 70.20% ซึ่งนี่เป็นคำตอบว่าทำใม โจ ฮาร์ท ถึงไม่เคยได้โอกาสลงสนามในปีนี้เลย ส่วนอีกคนคือ แมตต์ ไรอัน ทำไป 117 เซฟ คิดเป็น 68.24% และพา ไบรจ์ตัน รอดตกชั้นได้สำเร็จด้วย