เหตุผล 4 ข้อที่ช่วยให้ ‘ตราหมี’ ตะปบ ‘หงส์แดง’ อยู่หมัด

แอตเลติโก มาดริด
20 February 2020
195 VIEWS

จบลงไปแล้วสำหรับศึกฟุตบอลยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ ลีกรอบ 16 ทีม วันแรก นัดแรก โดยเกมเมื่อคืนเป็นเกมบิ๊กแมตช์ที่ถูกจับตามองอย่างยิ่ง ระหว่างทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล กับ “ตราหมี” แอตเลติโก มาดริด ที่หมีพลิกล็อคขย้ำหงส์ปีกหักช้ำรักกลับบ้านไป และวันนี้ ซึ่งเราจะมาลองเจาะลึกกันว่า มีแท็กติกอะไรบ้างที่หมีใช้เป็นทีเด็ดในชัยชนะครั้งนี้

1. แผนเดิม แต่ได้ผล

ทุกคนคงรู้อยู่แล้วว่าแผนระบบ 4-4-2 เป็นระบบที่เน้นครองบอลในแดนกลางและหาช่องจ่ายทะลุไปให้กองหน้าที่ยืนห้อยอยู่ 2 ตัวคือ โมราต้าเพื่อที่จะเก็บบอลโยนจากแดนกลาง และ อังเคล กอร์เรอา ที่มีสปีดและหาช่องได้ดี 

เมื่อถึงการพบกันระหว่าง 2 ทีมนี้ แอตฯ มาดริดเลือกจะใช้ระบบนี้ 4-4-2 ในขณะที่ลิเวอร์พูลใช้ระบบเดิมคือ 4-3-3 แน่นอนว่าแอตฯมาดริดเน้นไปที่แดนกลาง และไม่คิดที่จะเปิดเกมแลกกับลิเวอร์พูลอยู่แล้ว ซึ่งสะท้อนได้จากตัวเลขการครองบอลที่ไม่ถึง 1/4 ของเกม แต่ก็ไม่ได้จะตั้งรับรอโดนยิงอย่างเดียว โดยหวังว่าจะเน้นไปที่ลูกเซ็ตพีซและการสวนกลับเร็วมากกว่า

2. การเลือก 11 ตัวจริง

นอกจากแอตฯมาดริดจะเน้นไปที่กองกลางเพื่อที่ครองบอลและสกัดเกมรุกของลิเวอร์พูลแล้ว การเลือกตัวผู้เล่นกองกลางอย่างโกเก้กับซาอูล นิเกซ มาด้วยกัน ทำให้แน่นอนแล้วว่าแอตฯมาดริดไม่คิดจะครองบอลตรงกลางอย่างเดียว แต่ยังสามารถที่จะใช้โกเก้ตัดบอลและวางบอลยาวได้ 

ส่วนทางซาอูล นิเกซ ก็ครองบอลได้ดี เอาตัวรอดเก่ง และเมื่อคืนถูกผู้เล่นลิเวอร์พูล เพรสซิ่งหลายครั้ง แต่สามารถเรียกฟาวล์ได้หลายจังหวะ จึงทำให้เกมของลิเวอร์พูลสะดุดตลอดเวลา ไม่สามารถที่จะตั้งเกมได้

3. จังหวะทีเด็ดทีขาด

เมื่อคืนนี้ตั้งแต่เริ่มเกมมา แอตฯมาดริด ก็ทำตามแผนทันที โดยพยายามโจมตีจากบอลโยนทั้งกราบซ้ายและกราบขวาไม่ให้ลิเวอร์พูลตั้งตัว และผลจากการบุกก็เป็นผลเมื่อจังหวะเตะมุมครั้งแรกของเกมแอตฯมาดริดสามารถทำประตูขึ้นนำได้ และทั้งเกมก็เข้าแผนที่วางไว้ทันทีโดยการตั้งรับ รอสวนกลับ ปล่อยให้ลิเวอร์พูลที่ต้องการประตูตีเสมอบุกทั้งเกมในเวลาที่เหลือ 

แต่ถึงลิเวอร์พูลจะครองบอล 73% มีโอกาสยิงไปทั้งสิ้น 8 ครั้ง แต่ไม่สามารถยิงตรงกรอบเลยแม้แต่ครั้งเดียว ต่างจากแอตฯมาดริดที่ครองบอล 27% มีโอกาสยิง 7 ครั้ง ยิงตรงกรอบไป 2 และเป็นประตู 1 พอเวลาเริ่มผ่านไปเรื่อยๆก็ทำให้ลิเวอร์พูลเริ่มกดดันตัวเองจนอาจทำให้พลาดจังหวะที่จะเปลี่ยนไปเป็นประตูได้ในที่สุด 

นี่ก็เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ลิเวอร์พูลไม่สามารถตีเสมอแอตฯมาดริดได้ ทั้งที่มีโอกาสยิงเยอะกว่า

4. ตั้งรับ มีวินัย และใจเย็น

หลังจากแอตฯมาดริดได้ประตูขึ้นนำเร็ว ทำให้ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ โค้ชของแอตฯมาดริดปรับแผนใหม่ในทันที โดยเปลี่ยนจากบุกทั้งซ้ายและขวามาตั้งรับแบบรสบัสจอดหน้าบ้าน และเลือกที่จะหยุดเกมรุกของลิเวอร์พูลจากทางริมเส้นทั้ง เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาโนลด์ และ แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน โดยการเข้าเพรสซิ่งบีบไม่ให้เข้ามาสุดเส้นหลังหรือเปิดบอลเร็วแบบที่ถนัดได้

ส่วนทางด้านมาเน่ และ ซาลาห์ ก็โดนประกบติดไม่ให้มีโอกาสได้เลี้ยงหรือเล่นสบายเลยสักครั้ง 

พอตราหมีตัดบอลในแดนกลางได้ก็ไม่รีบที่จะส่งขึ้นหน้า ค่อยส่งคืนหลังไปตั้งกันใหม่แบบใจเย็น และค่อยเริ่มขึ้นมาจากหลัง มากลาง และหาโอกาสโยนบอลไปให้ทางโมราต้า และ กอร์เรอา ได้ตลอด ถ้าหากว่าเสียบอลก็จะลงมาตั้งรับใหม่ทั้งทีม และสามารถรักษาสมาธิได้ตลอดทั้ง 85 นาทีหลังจากได้ประตูขึ้นนำ 1 – 0 ใน 4 นาทีแรก

และทั้งหมดนี้คือแผนและแท็กติกที่หมีใช้สยบหงส์ ซึ่งแอตฯมาดริดก็แสดงให้เห็นแล้วว่า การใช้โอกาสไม่เปลือง และความมีระเบียบวินัยในเกมรับก็นำมาซึ่งชัยชนะในที่สุด

*พลกฤต แก้วกล้า นักศึกษาฝึกงาน SPORTDesk.co
**ฝากผลงานน้องไว้ในอ้อมใจ สามารถช่วยกันแนะนำติชมได้นะครับ 🙂 /เมธา พันธุ์วราทร Chief Sport Writer