การรอคอยของ ลิเวอร์พูล กว่า 30 ปี อาจจบลงในอีก 5 วัน

ลิเวอร์พูล
9 March 2020
401 VIEWS

30 ปีเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานขนาดไหนให้ไปถามแฟนบอล ลิเวอร์พูล ที่รอคอยการชูถ้วยแชมป์ของพวกเขาอีกครั้งหลังจากที่ครั้งสุดท้ายที่มันเกิดขึ้น พวกเขาต้องขับเคี่ยวลุ้นแชมป์กับ แอสตัน วิลลา (ก่อนจะเอาชนะไป 9 คะแนน) ส่วนทีมสองทีมแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ ในตอนนั้นยังทำได้แค่ลุ้นอันดับกลางตาราง และทีมอย่าง วิมเบิลดัน, น็อตติงแฮม ฟอร์เรสต์, ควีนส์ ปาร์ก เรนเจอร์ส, โคเวนทรี, ดาร์บี เคาน์ตี, ลูตัน ทวาน์, เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์, ชาร์ลตัน แอธเลติก และ มิลล์วอลล์ ที่มีชื่อในตอนนั้น ล้วนไม่ได้อยู่ในลีกสูงสุดอีกต่อไป

แม้จะเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน แต่เวลาแห่งการรอคอยดังกล่าว กำลังจะจบลงแล้ว และมันอาจจะใช้เวลาอีกเพียง 5 วันเท่านั้น…ใช่ เพียงแค่ 5 วันนับจากวันนี้ (จันทร์ที่ 8 มีนาคม) เหล่า “เดอะ ค็อป” ก็อาจจะได้ฉลองกันอย่างเต็มที่ในคืนวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม หากทุกสิ่งทุกอย่างเป็นใจ และพวกเขาอาจจะได้เห็นการยืนเข้าแถวปรบมือให้แชมป์ทีมใหม่จากทีมอย่าง เอฟเวอร์ตัน, แมนเชสเตอร์ ซิตี, อาร์เซนอล และ เชลซี หลังจากนี้ก็ได้

คำถามคือ “ทำยังไงพวกเขาถึงจะได้แชมป์เร็วขนาดนั้น?”

คำตอบของคำถามนั้นคือ “ไม่ต้องทำอะไรเลย” คำตอบดังกล่าวอาจจะดูกวนไปบ้าง แต่มันก็เป็นความจริง สิ่งที่พวกเขาต้องทำคือแค่ลุ้นให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พ่ายแพ้ในเกมนัดตกค้างกลางสัปดาห์ และพ่ายต่อเกมช่วงสุดสัปดาห์หน้า ทุกอย่างก็จะจบลงทันที ซึ่งทั้งนี้ ลิเวอร์พูล อาจจะต้องแอบขอบคุณ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ในใจที่ช่วยทำให้เรื่องทั้งหมดมันง่ายขึ้น หลังจากเอาชนะ ซิตี ในเกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี ได้สำเร็จ

ชัยชนะ 2-0 จากประตูของ อองโตนี มาร์กซิยาล และ สก็อตต์ แมคโทมิเนย์ ทำให้ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา จะได้คะแนนสูงสุดในฤดูกาลนี้เท่าที่จะเป็นไปได้เหลือแค่ 87 คะแนน ซึ่งถ้าพวกเขาพ่ายอีกในเกมนัดกลางสัปดาห์กับอาร์เซนอล พวกเขาจะทำได้สูงสุดแค่ 84 คะแนน และถ้าไปแพ้ในเกมสุดสัปดาห์กับ เบิร์นลีย์ อีกนัด นั่นหมายความว่า พวกเขาจะมีคะแนนสูงสุดที่จะเป็นไปได้ในฤดูกาลนี้แค่ 81 คะแนน ขณะที่ ทีมของเจอร์เกน คล็อปป์ ตอนนี้มี 82 คะแนนในมือ

นั่นหมายความว่า ถ้า ซิตี แพ้ 2 นัดติด ในเกมนัดตกค้างกลางสัปดาห์นี้ และ เกมวันเสาร์ การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกปีนี้ก็จะจบลงทันที แต่ถ้า พวกเขาชนะได้แค่นัดเดียว การลุ้นแชมป์ก็จะจบลงก็ต่อเมื่อ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ได้ในสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งแฟนบอลทีม “ท็อฟฟี่สีน้ำเงิน” ก็คงอยากจะให้ ซิตี ไม่แพ้ติดกันทั้ง 2 นัดแน่นอน เพราะการต้องมาดูทีมของตัวเองยืนเข้าแถวต้อนรับแชมป์เป็นทีมแรกไม่น่าใช่อะไรที่ “เอฟเวอร์โตเนียน” ที่เคยล้อ “เดอะ ค็อป” เมื่อปีก่อนว่าไม่ได้แชมป์เพราะพวกเขา ต้องการจะเห็นแน่นอน

แต่ถ้า ซิตี กลับมาได้จากความปราชัยใน แมนเชสเตอร์ ดาร์บี และเก็บชัยชนะทั้งในเกมกับ อาร์เซนอล และ เบิร์นลีย์ แฟนบอล “หงส์แดง” ก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะถ้าหากพวกเขาแค่คว้าชัยเหนือทั้ง เอฟเวอร์ตัน และ คริสตัล พาเลซ ก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาได้แชมป์เช่นกัน และจะเป็นการได้แชมป์ก่อนที่จะเจอกับ แมนฯ ซิตี อยู่ดี ซึ่งหมายความว่า พวกเขาจะได้รับการปรบมือให้แชมป์ทีมใหม่ จากทีมแชมป์เก่านั่นเอง

อันที่จริงแล้วทุกฝ่ายต่างรู้ดีว่า การได้แชมป์ของ ลิเวอร์พูล เป็นเรื่องของ “เวลา” เท่านั้น ว่าเมื่อไหร่ แต่การได้แชมป์เร็วมันส่งผลดีต่อการลุ้นในฟุตบอลรายการอื่น อย่าง ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก ที่ถ้าพวกเขาคัมแบ็กในเกมเลกที่ 2 แซงเอาชนะ แอตเลติโก มาดริด เข้ารอบได้ การได้แชมป์หลังจากนั้นแค่ 3 วัน ย่อมดีกว่าการต้องไปลุ้นอีก 2 สัปดาห์ เพราะมันจะส่งผลต่อการเตรียมทีมในการเล่นรอบต่อไปแน่นอน

หลังจากการรอคอยมายาวนาน 30 ปี “เดอะ ค็อป” อาจจะเหลือเวลารอคอยแค่ 5 วันเท่านั้นก็ได้ ในการที่พวกเขาจะได้ฉลองกันอย่างเต็มคราบอีกครั้ง และถ้ามันนานกว่า เชื่อว่า พวกเขาก็คงไม่ว่าอะไรหรอก…