2021 โอกาสสุดท้ายสำหรับโตเกียวในการจัดโอลิมปิก

22 May 2020
23 VIEWS

ว่ากันว่า การมาของโควิด-19 ที่ทำให้โอลิมปิก 2020 ต้องเลื่อนออกไป 1 ปี จนต้องไปจัดในเดือนกรกฎาคมของปี 2021 น่าจะทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก และ พาราลิมปิก ที่โชคร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะนอกจากจะทำให้สิ่งที่พวกเขาเตรียมการมากว่า 4 ปี ต้องเลื่อนออกไปแล้ว มันยังสร้างความเสียหาทางเศรษฐกิจต่อแดนอาทิตย์อุทัยอีกมหาศาล โดยตัวเลขจากการประเมินเบื้องต้นอยู่ที่ ไม่ต่ำกว่า 6 พันล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2 แสนล้านบาท

อย่างไรก็ตาม นั้นอาจจะไม่ใช่ข่าวร้ายที่สุดที่ญี่ปุ่นอาจจะต้องเผชิญก็ได้ เมื่อล่าสุดคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หรือ ไอโอซี เพิ่งยืนยันว่า โอกาสจัดโอลิมปิกในปี 2021 นั้นเปรียบเสมือน “โอกาสสุดท้าย” ของประเทศญี่ปุ่น หลังมีการเปิดเผยว่า การจัดโอลิมปิก ในวันที่ 23 กรกฎาคม 2021 จะเป็นตัวเลือกสุดท้ายที่จะเป็นไปได้ ซึ่งถ้าโอลิมปิก เกมส์ ไม่เกิดขึ้น ในวัน-เวลาดังกล่าว พวกเขาจะกำหนดให้มีการยกเลิกการแข่งขันในครั้งนี้แทน

คำสั่งนี้ของ โธมัส บาค ในฐานะประธานคณะกรรมการโอลิมปิกสากล หมายความว่า ญี่ปุ่น ต้องรีบแก้ไขการระบาดของโควิด-19 ด้วยการ บรรเทา หรือ ชะลอ และ ลดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ให้ได้ภายใน 1 ปี เพื่อให้โอลิมปิก โตเกียว ที่เลื่อนมาแล้วหนหนึ่งจัดขึ้นได้จริงในปีหน้า โดย ไอโอซี ไม่สนว่า ทางการของญี่ปุ่น จะใช้หนทางใดในการจำกัดการระบาดของไวรัสเจ้าปัญหาตัวนี้ และคำสั่งนี้มันหมายถึงว่าพวกเขาต้องการเพียงแค่ผลลัพธ์ในการจัดโอลิมปิกได้เท่านั้น ซึ่งถ้าพูดตอนนี้ก็ต้องยอมรับตามตรงว่า เป็นไปได้ยากมากทีเดียวที่จะทำให้ทั้งประเทศปลอดการระบาด 100%

“เอาแบบตรงไปตรงมา ผมมีความเข้าใจในเรื่องนี้อยู่บ้างเพราะคุณไม่สามารถจ้างคน 3,000 หรือ 5,000 คนในคณะกรรมการจัดงานตลอดไป” บาคกล่าว “คุณไม่สามารถเปลี่ยนตารางการแข่งขันกีฬาทั่วโลกของสหพันธ์ที่สำคัญทั้งหมดได้ทุกปี คุณไม่สามารถให้นักกีฬาอยู่ในความไม่แน่นอนได้”

อย่างไรก็ตามบาคเสริมว่า ไอโอซีมุ่งมั่นที่จะให้การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกิดขึ้นในเมืองหลวงของญี่ปุ่นปีหน้าแม้ว่าการระบาดจะบังคับให้ผู้จัดงานต้องระมัดระวัง รวมถึงอาจจะต้องมีการกักกันตัวนักกีฬาหลังจากเดินทางเข้ามาในประเทศก็ตาม

“สิ่งนี้มีความหมายต่อชีวิตในหมู่บ้านนักกีฬาในโอลิมปิกอย่างไร?” บาคกล่าว “สถานการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาและนี่คือเหตุผลที่ผมบอกว่ามันเป็นงานช้างระดับแมมมอธ เพราะมีตัวเลือกมากมายให้ต้องตัดสินใจ ซึ่งนี่ไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยที่จะกล่าวถึงในตอนนี้

“เมื่อเรามีมุมมองที่ชัดเจนว่าโลกจะเป็นอย่างไรในวันที่ 23 กรกฎาคม 2021 จากนั้น เราจะทำการตัดสินใจที่เหมาะสมอีกครั้ง”

ถึงแม้จะมีการพูดกันเช่นนั้น แต่การจะให้มีการจำกัดการแพร่เชื้อในประเทศใดประเทศหนึ่งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนที่จะรักษา และว่ากันว่าอย่างเร็วที่สุดที่มนุษยชาติจะสามารถผลิตวัคซีนได้ก็น่าจะใช้เวลา 2-3 ปี นั่นหมายความว่า ญี่ปุ่นต้องต่อสู่กับการระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 แบบใช้วิธีที่เป็นไปได้ในตอนนี้ คือการตรวจ คัดกรอง และ กักกันผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงที่จะแพร่เชื้อเท่านั้น ซึ่งนั่นต้องใช้เวลาและความร่วมมือจากหลายฝ่าย รวมไปถึงงบประมาณมหาศาล

ปัจจุบัน ญี่ปุ่นมียอดผู้ป่วยมากกว่า 17,100 รายและผู้เสียชีวิตไปแล้วถึง 797 คน แม้ประเทศพวกเขาจะประสบความสำเร็จมากกว่าในประเทศอื่นในแง่ของการสกัดกั้นไม่ให้มีการระบาดครั้งใหญ่ในประเทศได้สำเร็จ แต่ในปัจจุบันพวกเขายังอยู่ในความเสี่ยงของการระบาดในเวฟที่ 2 และ 3 ที่มีข่าวมาตลอด ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะควบคุมโรคนี้ถ้ามีการจัดการแข่งขันโอลิมปิกขึ้นมา เพราะญี่ปุ่นจะต้องรองรับการเข้าประเทศของคนอีกจำนวนมาก

โดยที่ผ่านมา ประเทศที่ประสบความสำเร็จในการควบคุมเชื้อไวรัสดังกล่าว อย่าง ไต้หวัน หรือ เยอรมนี มีมาตรการที่ใกล้เคียงกันนั่นคือการควบคุมเที่ยวบินขาเข้าประเทศ โดยการสั่งงดรับเที่ยวบินจากประเทศกลุ่มเสี่ยง และคัดกรองผู้โดยสารขาเข้าอย่างเข้มงวดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งนั้นทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จในการควบคุมการแพร่ระบาด แต่ญี่ปุ่นจะไม่สามารถทำเช่นนั้นได้กับการจัดโอลิมปิก

ไม่นับนักกีฬากว่า 11,000 จากกว่า 200 ประเทศ ที่ต้องเดินทางเข้าประเทศแล้ว ญี่ปุ่นจำเป็นต้องรองรับสื่อมวลชนจากหลากหลายชาติ และ นักท่องเที่ยวอีกมากมาย ซึ่งแม้จะกำหนดให้โอลิมปิก ที่จะจัดขึ้นใหม่ในปี 2021 ไม่มีการให้คนดูเข้าไปชมในสนามก็ตาม แต่ก็จะมีคนที่พยายามเดินทางมาเก็บบรรยากาศ, เชียร์นอกสนาม หรือ ตามนักกีฬาที่โปรดปราณมาถึงญี่ปุ่น ซึ่งทั้งหมดมาจากต่างชาติ ต่างภาษาทั่วโลก ดังนั้นการจะควบคุม และ คัดกรองโรค ต้องใช้คนจำนวนมหาศาล และถ้าเกิดมีการระบาดครั้งใหม่ในระหว่างการแข่งขัน นั่นก็อาจจะนำมาสู่จุดจบของ โอลิมปิก โตเกียว อยู่ดี

อย่างไรก็ตาม หากมองในแง่ดี ญี่ปุ่นยังมีเวลาอีกกว่า 1 ปี ในการบริหารจัดการ และหาทางรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น เพราะถ้านี่คือโอกาสสุดท้ายของญี่ปุ่นแล้ว มันก็มีแต่ต้องคว้าเอาไว้เท่านั้น