100 ปีฟุตบอลโลก : อังกฤษ(อาจ)เป็นเจ้าภาพอีกครั้ง

3 August 2018
111 VIEWS

หลายหน้าหนังสือพิมพ์กีฬาออนไลน์จากเกาะอังกฤษ กำลังทำตัวเป็นกระบอกเสียงให้ประเทศตนเอง ด้วยการปล่อยข่าวออกมาว่า อังกฤษ อยากจะขอเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ในปี 2030 หรืออีก 12 ปีข้างหน้า

หากเรานั่งเครื่องไทม์ แมทชีน บุกไปในอนาคต ในปี ค.ศ. 2030 ตอนนั้น อะไร ๆ ในโลกคงพัฒนาจาก ณ ปัจจุบันไปมาก และในปีนั้น จะเป็นวาระสำคัญของวงการฟุตบอลด้วย เพราะปี 2030 คือปีที่ครบ 100 ปีพอดี นับตั้งแต่มีฟุตบอลโลกครั้งแรก เป็นต้นมา

สำหรับ ประเทศอังกฤษ ห่างหายไปจากการทำหน้าที่เป็นเจ้าภาพ ฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ใหญ่ๆ มานานมากแล้ว ครั้งสุดท้ายที่พวกเขารับบทบาทเป็นเจ้าภาพ ก็คือฟุตบอล ยูโร 1996 และนั่นคือ 30 ปี หลังจากที่พวกเขาเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 1966

นี่เป็นเพียง 2 ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ที่อังกฤษ เคยโชว์ศักยภาพในการเป็นเจ้าภาพ ให้แฟนบอลทั่วโลกได้เห็น ซึ่งตัวเลขมันช่างน้อยมาก เมื่อไปเปรียบเทียบกับความนิยมความคลั่งไคล้ฟุตบอลของพวกเขา

จะเห็นได้ว่า กว่าที่อังกฤษ ประเทศต้นตำรับฟุตบอลสมัยใหม่ จะได้รับหน้าที่เป็นภาพทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ต้องใช้ระยะเวลารอที่เนิ่นนาน, หากจะบอกว่าต้องรอ กว่าชั่วอายุคนก็คงไม่ผิดจากความเป็นจริงเกินไป

แม้ในยูโร 2020 ซึ่งทางยูฟ่า มีนโยบายตะเวนจัดการแข่งขันให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ยุโรป และสนามเวมบลี่ย์ รังเหย้าสุดแคลสสิคของอังกฤษ จะทำหน้าที่ถึง 7 นัดในทัวร์นาเมนต์นั้น รวมถึงได้จัดแมตช์ใหญ่ รอบรองฯ และรอบชิงฯ แต่  เครดิตต่าง ๆ นั้น เทียบไม่ได้  หากอังกฤษจะสมความปรารถนา ได้มาจัดฟุตบอลโลกเองอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยอีกครั้ง

เกร็ก คลาร์ก ประธานสมาคมฟุตบอลอังกฤษ คนปัจจุบัน เคยให้ความเห็นไว้ว่า บอร์ดบริหารของสมาคมกำลังเปิดแผนงาน วางโครงการ และมองถึงความเป็นไปได้ในทุกแง่มุม เพื่อที่จะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก เวอร์ชั่นปี  2030

“แผนงานต่างๆเกี่ยวกับโครงการนี้ จะถูกนำมาถก ในช่วงที่จะเปิดฟุตบอลลีกฤดูกาลใหม่ และจะยังไม่มีการตัดสินใจใดๆ จนกว่าจะถึงปี 2019 ” เกร็ก คลาร์ก ประธานสมาคมฟุตบอลอังกฤษ เปิดเผยถึงโครงการนี้ แม้จะยังไม่รับเต็มคำว่าจะลุยเต็มที่

นอกจากนี้ เดวิด กิลล์ อดีตบอร์ด แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ปัจจุบันเป็นรองประธานฟีฟ่า เคยแสดงความเห็นว่า อังกฤษ ควรมีความมั่นใจในการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ ด้วยเหตุผลแบบกำปั้นทุบดิน ‘Football’s Coming Home’ ตามเพลงเชียร์ของทีมชาติที่กำลังมาเป็นกระแสฮิตอีกครั้ง

ความจริงแล้ว สิงโตคำราม เพิ่งอกหัก จากการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2018 ทั้งที่ใช้บริการเซเลปคนดังเข้ามาช่วยรณรงค์หาเสียง ทั้ง เดวิด เบ็คแฮม, เจ้าชายวิลเลี่ยม รวมถึง อดีตนายกรัฐมนตรี เดวิด แคเมร่อน โดยต้องปราชัยพ่ายแพ้แก่รัสเซียไป

ว่าด้วยเรื่องความพร้อม อังกฤษ ไม่น่าจะกังวลในเรื่องปัจจัยพื้นฐานใด ๆ เพราะแม้ในฟุตบอลโลก 2030 จะมีจำนวนทีมเพิ่มขึ้นมาเป็น 48 ทีมแล้ว (ฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐ-เม็กซิโก-แคนาดา ก็มี 48 ทีมแล้ว ) เพราะเพียบพร้อมด้วยสาธารณูปโภคต่าง ๆ เศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ชนิดที่ว่าใช้เวลาเตรียมตัวไม่นาน ก็สามารถจัดการแข่งขันใหญ่ ๆได้เลย

หากอังกฤษ เชนเกียร์ห้า เดินหน้าเต็มกำลังกับเมกะโปรเจ็คนี้ สิงโตคำรามจะเจอคู่แข่งในการเสนอเป็นเจ้าภาพที่สูสีกัน อย่าง อุรุกวัย-อาร์เจนฯ-ปารากวัย ที่มัดรวมกันมา 3 ประเทศ พร้อมธีมแคมเปญ 100 ปี ที่อุรุกวัยคว้าแชมป์โลกสมัยแรก

นอกจากนี้ อาจมีม้านอกสายตา โมร็อกโก และ อิยิปต์ ,หรือฝั่งเอเชีย ก็มีเกาหลีใต้เป็นหัวหอก พร้อมที่จะดึงเกาหลีเหนือ-จีน-ญี่ปุ่น เข้ามาร่วมวงในการเสนอตัว

100 ปีฟุตบอลโลกในปี 2030 เหมือนว่าจะยังอีกไกล…แต่ถ้าอยากให้ Football’s Coming Home จริง ๆ ทุกฝ่ายในอังกฤษคงต้องระดมสรรพกำลังเพื่อชัยชนะ

ฟุตบอลจะได้กลับสู่บ้านอันแสนอบอุ่น…อีกครั้ง