10 เรื่องที่ต้องรู้ ลีกใหญ่ หลังเบรกทีมชาติ

23 November 2018
46 VIEWS

แฟนๆฟุตบอลลีกยุโรป เงียบเหงาไปสัปดาห์กว่า หลังจากต้องหลีกทางให้กับโปรแกรมทีมชาติ อย่างไรก็ตามสุดสัปดาห์นี้ลีกใหญ่ๆของยุโรปกลับมาฟาดแข้งกันเหมือนเดิม การช่วงชิงจ่าฝูงของแต่ละลีกก็ยังเข้มข้น และดูจะเพิ่มดีกรีมากขึ้นเรื่อยๆด้วย…

พรีเมียร์ลีก
1. เริ่มต้นกันที่จ่าฝูง แมนฯซิตี้ ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องยกพลไปเยือนเวสต์แฮม ที่ลอนดอน ในวันเสาร์ 22.00 น. , แมนฯซิตี้ กำลังอยู่ในช่วงเครื่องติด เพราะ 12 นัดหลังสุดในทุกรายการ ชนะไปถึง 11 นัด ล่าสุดก็เพิ่งไปกำราบเพื่อนบ้านอย่างแมนฯยูไนเต็ด 3-1 เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน นัดนี้เป๊ปยังอดใช้งานเควิน เดอ บรอยน์ และ เอเลียควิม มองกาล่า ที่ยังบาดเจ็บอยู่ , ด้านเวสต์แฮมของมานูเอล เปเยกรินี่ อดใช้งานโรเบิร์ต สน็อดกราสส์ที่ติดโทษแบน , ขณะที่ อังเดร ยาร์โมเลนโก้ และ คาร์ลอส ซานเชสยังบาดเจ็บตัวแดงอยู่ แต่ แจ๊ค วิลเชียร์ น่าจะเรียกความฟิตกลับมาทันเกมใหญ่เกมนี้ , สำหรับแมนฯซิตี้ สถิติข่มเวสต์แฮมชัดเจน เพราะเก็บชัยรวด 6 นัดหลังสุดที่เจอกันในทุกรายการ

2. อีกหนึ่งคู่บิ๊กแมตช์ เป็นศึกลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ วันเสาร์ เวลา 00.30 .น ด้านสเปอร์สของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ลุ้นอาการเจ็บของคีแรน ทริปเปียร์ ที่อยู่ระหว่างเส้นแดงว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านความฟิต , ส่วนเชลซี ของเมาริซิโอ ซาร์รี่ ทีมอันดับ 3 ที่ยังแพ้ไม่เป็น , แต่หากเกมนี้ เชลซี เกิดแพ้เกมแรกขึ้นมา พวกเขาจะสูญเสียอันดับ 3 ทันที เพราะสเปอร์ส แต้มจี้ตามหลังแค่ 1 คะแนน โดยเกมนี้สิงโตน้ำเงินครามฟิตทั้งทีม ยกเว้น มาเตโอ โควาซิช แค่คนเดียวที่ล้าๆมา

สถิติก่อนแข่งเกมนี้ ดูดีด้วยกันทั้งคู่ เพราะสเปอร์สชนะ 6 จาก 7 เกมหลังในลีก, ส่วนเชลซีเกมรับเหนียวแน่น คลีนชีท 5 จาก 7 เกมหลังสุดที่ต้องออกมาเป็นทีมเยือน

3. ลิเวอร์พูล รองจ่าฝูง บุกไปเยือนวัตฟอร์ด , เยอร์เก้น คล็อปป์ กุมขมับเรื่องปัญหานักเตะไม่ฟิตแค่คนเดียว นั่นคือจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ที่เหลือฟิตเต็ม 100 % ทั้งหมด , โดย หงส์แดง สถิติเหนือกว่าแตนอาละวาด อยู่หลายช่วงตัว เพราะ 11 นัดหลังสุดที่คู่นี้เจอกันในทุกรายการ ลิเวอร์พูลกวาดชัยมาได้ ถึง 9 นัด , อย่างไรก็ตาม วัตฟอร์ด เล่นในบ้านในฤดูกาลนี้แข็งแกร่งเสมอๆ เพราะเคยปราบทีมใหญ่อย่างสเปอร์สมาแล้วด้วย

4. มากันที่ทีมผีเข้าผีออกอย่างแมนฯยูไนเต็ด อันดับ 8 สัปดาห์นี้โจเซ่ มูรินโญ่ จะได้เปิดโอลด์ แทรฟฟอร์ด ลุยกับ คริสตัล พาเลซ ที่ฟอร์มกำลังดิ่งเหว แพ้ 6 จาก 7 นัดหลังสุด หากนัดนี้ผีแดงไม่อาจเก็บชัยผ่านไปได้ การันตีกระแสลุกฮือขับไล่มูรินโญ่คงสะพัดขึ้นมาอีกครั้งแน่ อย่างไรก็ตามเกมนี้แมนฯยูไนเต็ด ขาดตัวหลัก 2 คน ที่บาดเจ็บคือ พอล ป๊อกบา และ อันโตนีโอ วาเลนเซีย ส่วนลุค ชอว์ ติดโทษแบน แต่ขุมกำลังที่เหลือก็ยังเหนือว่า ‘ดิ อีเกิ้ล’ อยู่ดี อีกทั้ง 15 นัดหลังสุดที่คู่นี้ดวลกัน แมนฯยูไนเต็ดไม่แพ้เลย

5. ด้าน อาร์เซน่อล อันดับ 5 ต้องยกพลไปเยือนบอร์นมัธ อันดับ 6 ในเกมวันอาทิตย์ 20.30 น เกมนี้อูไน เอเมรี่ กุนซือปืนใหญ่มีปัญหาเรื่องตัวผู้เล่นบาดเจ็บ ที่พร้อมใจกันลงสนามไม่ได้เพียบ อาทิ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ , แดนนี่ เวลเบ็ค, สเตฟาน ลิชท์สไตเนอร์ และ นาโช่ มอนเรอัล และจากช่วงฟอร์มแรงๆของอาร์เซน่อลที่เคยชนะติดๆกันมาหลายนัด ตอนนี้พวกเขาอยู่ในช่วงฟอร์ม ‘พักตัว’ เพราะเสมอในลีกมา 3 เกมติดต่อกันแล้ว

ลาลีกา
6. บิ๊กแมตช์ของลีกกระทิงดุสัปดาห์นี้ แอต.มาดริด อันดับ 3 จะเปิดบ้านพบกับจ่าฝูง บาร์เซโลน่า คู่ดึกคืนวันเสาร์ 02.45 น. ปัญหาใหญ่ของดีเอโก้ ซิเมโอเน่ คือตำแหน่งคู่เซนเตอร์ เพราะดีเอโก้ โกดินและโฆเซ่ ฆิมิเนซ มีอาการเจ็บ , ขณะที่ โกเก้ และ โธมัส เลอมาร์ ในแดนกลางก็ไม่สมบูรณ์ , ส่วนบาร์ซ่า นัดล่าสุดแพ้คาคัมป์ นู ต่อเรอัล เบติส มาแบบล็อกถล่ม 3-4 นัดนี้ต้องมาเจอบททดสอบที่ยากเย็นต่ออีก แถมนัดนี้ อิวาน ราคิติช มาติดโทษแบน , ส่วน เฟลิเป้ คูตินโญ่ มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย , ส่วน เซร์คิโอ บุสเกตส์ กำลังจะลงรับใช้บาร์ซ่าเป็นนัดที่ 500

คู่นี้ 6 นัดหลังสุดที่เจอกันในทุกรายการ บาร์ซ่าไม่แพ้เลย โดยสามารถเก็บชัยได้ 3 นัดเสมอ 3 นัด , แต่ฟอร์มในบ้านของตราหมีก็ดีใช่ย่อย เพราะเก็บชัยมา 4 นัดรวดในลีก

7. ด้าน เรอัล มาดริด ของซานติอาโก้ โซลารี่ ต้องไปเยือนเออิบาร์ คู่แรกของเกมวันเสาร์ ซึ่ง ราชันชุดขาว ฟูลทีม ไร้ปัญหาใดๆเรื่องนักเตะ แถมทีมตอนนี้มีขวัญและกำลังใจดี นับตั้งแต่โซลารี่คุมทีมมา 4 เกม พวกเขาเก็บชัยได้ทุกนัด ยิงได้ 15 ประตู เสียแค่ 2 ประตูเท่านั้น , นอกจากนี้ เรอัล มาดริด ยังเก็บชัยเหนือ เออิบาร์ ได้ 8 จาก 9 เกมหลังสุดที่เจอกันในทุกรายการอีกด้วย

กัลโช่ เซเรีย อา
8. ยูเวนตุส จ่าฝูงที่ยังไม่แพ้ใคร 12 นัดที่ผ่านมา ขุนพลม้าลายเก็บชัยไปถึง 11 นัด สัปดาห์นี้ได้เปิดบ้านเจอกับสปาล ทีมอันดับ 15 ในเวลา 00.00 น วันเสาร์ เวลานี้คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยิงในเกมลีกไปแล้ว 8 ประตู เป็นรองดาวซัลโวอยู่ ดังนั้นการเจอคู่แข่งที่อ่อนชั้นกว่ามาก แถมโรนัลโด้ไม่ได้ลุยเกมทีมชาติมา ดังนั้นมีสิทธิ์ที่เขาจะมาระบายความอัดอั้นแบบทะลุปรอทกับสปาลก็เป็นได้

ขณะที่ เปาโล ดีบาล่า คู่หูในแดนหน้าของโรนัลโด้ ก็เพิ่งมีข่าวดีกับทีมชาติ เพราะล่าสุดเขาเพิ่งปลดล็อกคลายกุญแจที่ปิดตายในใจ หลังจากยิงประตูแรกในนามทีมชาติอาร์เจนติน่าได้แล้ว ทั้งที่เขาติดทีมชาติมาแล้วเป็นเวลา 3 ปี

9. อีกคู่ที่น่าหยิบยกมาพูดถึงสำหรับลีกแดนมักกะโรนี ก็คือเกม ลาซิโอ อันดับ 4 ดวลกับ เอซี มิลาน อันดับ 5 , เกมนี้ต้องถือว่าเป็นการชิงพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างแท้จริง เพราะหากใครพลาด จะถูกผลักให้ไปอยู่ในโซนกลางตารางทันที โดยลาซิโอ 3 นัดหลังสุด ภายใต้การนำทีมโดยซิโมเน่ อินซากี้ ยังไม่แพ้ใคร , ส่วนเอซี มิลาน เพิ่งเป๋มา เพราะแพ้ยูเว่ ก่อนเบรกทีมชาติ

บุนเดสลีกา
10. ดอร์ทมุนด์ จ่าฝูงภายใต้การคุมทีมของลูเซียง ฟาฟร์ ยกพลไปเยือนไมนซ์ 05 ทีมที่ตอนนี้รั้งอยู่อันดับ 9 , โดยเสือเหลืองกลายเป็นทีมเดียวในลีกเยอรมนี ตอนนี้ที่ยังไม่แพ้ใคร ชนะ 8 เสมอ 3 และสภาพผู้เล่นก็พร้อมมากสำหรับเกมนี้ เพราะไม่มีเรื่องนักเตะบาดเจ็บให้กังวลเลย , ขณะที่ ไมนซ์ 05 ฟอร์มกระเตื้องขึ้นมา จากการเก็บชัย 3 นัดหลังสุดในทุกรายการ แต่ติดปัญหาตรงที่เลเน่ อ๊าดเลอร์ ผู้รักษาประตูฝีมือเฉียบบาดเจ็บอยู่

ด้าน บาเยิร์น ทีมอันดับ 5 จะได้เปิดบ้านดวลกับดุสเซลดอร์ฟ รองบ๊วย แม้นัดนี้เสือใต้มีปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บเพียบ ทั้ง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้,อาร์เย็น ร็อบเบน, ฮาเมส โรดริเกวซ และ ติอาโก้ อัลคันทาร่า แต่หากนิโก้ โควัช เอาชนะผ่านไปไม่ได้ บางทีนัดนี้อาจจะเป็นนัดสุดท้ายที่โควัชได้คุมทีมบนถิ่นอลิอันซ์ อารีน่า

พิเศษ! สัปดาห์นี้​ “ทรูวิชั่นส์” ถ่ายทอดสดแบบ 4K ให้ดูกันแบบชัดที่สุดเหมือนเดิม โดยมีรายการดังนี้
• ลอนดอนดาร์บี้ “ไก่เดือยทอง” ปะทะ “สิงโตน้ำเงินคราม”
• บิ๊กแมตช์ลาลีกา “ตราหมี” ปะทะ “บาร์ซ่า”
• และรถแข่ง F-1 สนามสุดท้ายของปี “อาบูดาบี กรังด์ปรีซ์”

คอกีฬาคนไหนสนใจลองดูข้อมูลเพิ่มเติมรายละเอียดตามนี้ได้เลย https://bit.ly/2yu6Qs6