10 เรื่องเก็บตกจากลีกใหญ่ยุโรป แมตช์เดย์ 13

26 November 2018
301 VIEWS

ความปราชัยแบบล็อกถล่มของเรอัล มาดริด และ เชลซี 2 ทีมใหญ่ในยุโรปในสัปดาห์นี้ กลายเป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้แฟนบอลของทั้ง 2 ทีมหัวร้อนหงุดหงิดไปตาม ๆ กัน เพราะผลงานในสนามทำให้เห็นจุดอ่อน ช่องโหว่อย่างมากมาย, นอกจากนี้ แมนฯยูไนเต็ด ของโจเซ่ มูรินโญ่ ก็ยังไว้ใจอะไรไม่ได้กับฟอร์มการเล่นที่ตื้อตันจนแฟนผีผิดหวังกันไปตามๆกัน นอกจากนี้ยังมีอีกหลากหลายประเด็นให้ได้ติดตามกัน…

 

พรีเมียร์ลีก

1. เริ่มต้นกันที่บิ๊กแมตช์ ลอนดอนดาร์บี้แมตช์ สเปอร์สเปิดเวมบลี่ย์ถล่มเชลซีขาดลอย 3-1 โดยรูปเกมแล้วสเปอร์สควรจะยิงได้ไหลไปไกลกว่านี้ด้วย และถือว่าสเปอร์สของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เอาชนะ เชลซี 2 เกมติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 31 ปีอีกด้วย แถมยังชนะด้วยสกอร์ 3-1 ทั้ง 2 นัด เพราะนัดที่ 2 เมื่อฤดูกาลที่แล้วสเปอร์สก็ชนะด้วยสกอร์นี้

ด้าน ซอน เฮือง มิน ยิงประตูลูกที่ 50 ให้กับ สเปอร์ส นับรวมทุกรายการ โดยนับเป็นประตูที่ 31 ของเขาในพรีเมียร์ลีกที่เล่นให้ไก่เดือยทองอีกด้วย และชัยชนะนัดนี้ทำให้สเปอร์สแซงเชลซีขึ้นไปรั้งที่ 3 ของตารางแทนแล้ว ขณะที่ เมาริซิโอ ซาร์รี่ คุมทีมเชลซีแพ้เป็นนัดแรกในลีก ต้องหยุดสถิติไร้พ่ายไว้ที่ 12 นัด

ขณะที่ แฮร์รี่ เคน ยิงสกอร์ในเกมลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ เป็นลูกที่ 25 แล้วให้กับสเปอร์ส สถิติของเคนตามหลังแค่เท็ดดี้ เชอร์ริงแฮม คนเดียวที่ทำไว้ 32 ประตู

 

2. ด้าน แมนฯซิตี้ ยึดจ่าฝูง บุกยำเวสต์แฮมถึงลอนดอน 4-0 เลรอย ซาเน่ ปีกเยอรมนีฟอร์มสดเหลือเกิน เพราะเหมา 2 ประตู และตอนนี้หากนับสถิติจากฤดูกาลก่อนมารวมกับฤดูกาลนี้ด้วย ณ ตอนนี้ มีผู้เล่นเพียง 2 คนเท่านั้นที่ทำอย่างน้อย 15 ประตู 15 แอสซิสต์ ได้ในพรีเมียร์ลีก นั่นคือ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง (25 ประตู & 17 แอสซิสต์) และ เลรอย ซาเน่ (15 ประตู & 19 แอสซิสต์) ต้องบอกว่า 2 ปีกจากแมนฯซิตี้ตอนนี้ฟอร์มทะลุองศาเดือดจริงๆ

 

3. ขณะที่ลิเวอร์พูล ที่เหลือ 10 คนท้ายเกม เพราะจอร์แดน เฮนเดอร์สันโดนไล่ออก สามารถบุกชนะวัตฟอร์ด 3-0, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 1, เทรนด์ ฟรีคิกสวยๆ 1 และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ 1, โดย บ๊อบบี้ ฟีร์มีโน่ ยิงได้ถึง 5 ประตู จากการเจอคู่แข่งในพรีเมียร์ลีก ถึง 3 สโมสรแล้ว นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ไล่เรียงตั้งแต่ อาร์เซน่อล, สวอนซี และ วัตฟอร์ด คือเหยื่อทีมล่าสุด

 

4. ด้าน แมนฯยูไนเต็ด ทำเอาแฟนๆเซ็งกันไปตามๆกันเพราะเสมอกับคริสตัล พาเลซแบบงงงง, แนวรุกผีแดงเล่นกันไปคนละทิศคนละทาง โดยคริสตัล พาเลซ เพิ่งจะมีแต้มแรกในการมาเยือนโอลด์ แทรฟฟอร์ด เพราะก่อนหน้านี้ 19 ครั้งที่มาเยือนที่นี่ แพ้รวด

 

5. อาร์เซน่อล ลงเล่นเกมวันอาทิตย์ บุกชนะบอร์นมัธหวุดหวิด 2-1 จากประตูชัยของปิแอร์ เอเมริก โอบาเมยอง ท้ายเกม ส่งผลให้ ปืนใหญ่ทำแต้มจี้เชลซี อันดับ 4 เหลือแค่ 1 คะแนนแล้ว และที่สำคัญโอบาเมยอง ยิงในลีกเป็นลูกที่ 8 แล้ว ขึ้นมาเป็นดาวซัลโวร่วมกับเซร์คิโอ อเกวโร่ทันที, นอกจากนี้ อาร์เซน่อลยังไร้พ่าย 17 นัดซ้อน ๆ ในทุกรายการ ซึ่งถือว่าเป็นชุดคอมโบที่ยาวนานที่สุด เมื่อเทียบกับทีมอื่นๆในยุโรปตอนนี้ด้วย, ส่วนบอร์นมัธต้องพบกับความปราชัย 3 นัดรวด

 

บุนเดสลีกา

6. บาเยิร์น ของนิโก้ โควัช สถานการณ์ลำบากอีกแล้ว เพราะเล่นในบ้านนำฟอร์ทูน่า ดุสเซลดอร์ฟ 3-1 แท้ ๆ แต่สุดท้ายโดนคู่แข่งไล่ตีเสมอ 3-3 เสือใต้ทำ 2 คะแนนหล่นหายแบบน่าเจ็บใจ, โดยทั้ง 3 ประตูของดุสเซลดอร์ฟได้มาจากการรับเหมาของโดดี้ ลูเคบาคิโอ และเขาถือเป็นนักเตะคนแรกในรอบ 17 ปี นับตั้งแต่เอ็บเบ่ ซานด์ (ของชาลเก้ ในปี 2001) ที่สามารถยิงแฮตทริกใส่บาเยิร์นในรังเสือใต้ได้ในเกมบุนเดสลีกา

ส่วนผลงานในรังเหย้าของบาเยิร์น 4 นัดหลังสุด พวกเขาเสมอ 3 แพ้ 1 นับเป็นสถิติเลวร้ายที่สุดในรอบ 24 ปี ที่เก็บชัยไม่ได้ 4 นัดติด, ตอนนี้บาเยิร์น ตามหลังจ่าฝูงดอร์ทมุนด์ไกลถึง 9 แต้มแล้ว

 

7. ด้าน ดอร์ทมุนด์ จ่าฝูง บุกชนะไมนซ์ 2-1 และได้ 1 ประตูจากปาโก้ อัลคาเซร์ กองหน้าที่เพิ่งเซ็นสัญญามาอยู่บนถิ่นซิกนัล อิดูน่า ปาร์ค เป็นการถาวรด้วยค่าตัว 23 ล้านยูโร ทั้งที่ก่อนหน้าที่เสือเหลืองยืมมาจากบาร์ซ่าแล้วเกิดติดอกติดใจ, นอกจากนี้ ลูเซียง ฟาฟร์ กุนซือยังทำสถิติพาดอร์ทมุนด์ไม่แพ้ในการออกสตาร์ตฤดูกาลได้ใน 12 นัดแรก และนี่คือครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของดอร์ทมุนด์

ลาลีกา
8. บิ๊กแมตช์เต็มไปด้วยความเร้าใจ แอต.มาดริด เสมอกับบาร์ซ่า 1-1 โดยตราหมีนำก่อนจากดีเอโก้ คอสต้า นาที 77 และบาร์ซ่าโกงความตายนาทีสุดท้ายจากตัวสำรองอย่างอุสมาน เดมเบเล่ ส่งผลให้บาร์ซ่ายังมีแต้มเหนือแอต.มาดริด 1 คะแนนตามเดิม และนัดนี้เป็นนัดที่ 500 ของเซร์คิโอ บุสเกตส์ กองกลางผู้ปิดทองหลังพระของบาร์ซ่าอีกด้วย

 

9. เรอัล มาดริด เกิดฟ้าผ่าขึ้นมาดื้อ ๆ บุกไปแพ้เออิบาร์ ขาดลอย 3-0 ทั้งที่เกมนี้เป็นเกมแรกที่ซานติอาโก้ โซลารี่ได้สัญญาคุมทีมถาวร,หรือนี่จะเป็นช่วงเวลาหมดโปรโมชั่นอย่างรวดเร็วของโซลารี่แล้ว และนี่คือความพ่ายแพ้ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเรอัล มาดริดที่มีต่อเออิบาร์อีกด้วย, แต่หากมองในแง่ดี ราชันชุดขาวยังตามหลังบาร์ซ่าแค่ 5 คะแนนเท่านั้น

กัลโช่ เซเรีย อา

10. สัปดาห์นี้นักเตะลีกมักกะโรนีเกือบทุกคนจะป้ายหน้าเป็นสีแดง เพราะช่วยรณรงค์แคมเปญต่อต้านความรุนแรงในสตรี โดยได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 หลังจากเริ่มขึ้นครั้งแรกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว สีแดงที่ป้ายแก้มเป็นสีเดียวกับสีปากที่ผู้หญิงใช้นั่นเอง ทั้งนี้ปัญหาความรุนแรงในเพศหญิง ถือว่าเป็นวาระระดับชาติที่อิตาลีกำลังจะยุติความรุนแรงนี้

ด้าน ยูเวนตุส จ่าฝูงเปิดบ้านชนะสปาล 2-0 โดย คริสเตียโน่ โรนัลโด้ทำได้ 1 ประตู และนั่นทำให้ โรนัลโด้ ยิง 9 ประตูใน 13 เกมแรกบนเวทีเซเรีย อาให้สโมสร ทาบสถิติของ ปิเอโตร อนาสตาซี่ที่ทำไว้ตั้งแต่ 50 ปีก่อนด้วย, นอกจากนี้ CR7 ยังขึ้นมาเป็นดาวซัลโวร่วมกับ คริสตอฟ เพียเท็ค ของเจนัวอีกด้วย