10 ประเด็นเก็บตกลลีกอังกฤษ-อิตาลีส่งท้ายปี

ปิดฉากแบบสะเด็ดน้ำไปแล้ว กับพรีเมียร์ลีกและกัลโช่ เซเรีย อา ที่เตะครบจำนวนในปี 2018 (ขณะที่ลาลีกาและบุนเดสลีกา เบรกครึ่งฤดูกาลไปก่อนหน้าแล้ว) ยังมีเรื่องราวๆ 10 ประเด็นที่น่าสนใจจากลีกอังกฤษและอิตาลี ที่น่าเอามาขุดคุ้ยกับความร้อนแรงของลิเวอร์พูล แมนฯยูไนเต็ดที่กลับมาเร้าร้อนด้วยน้ำมือของโอเล่ กุนนาร์ โซลชา, รวมถึงการกลับมาเรียกฟอร์มเก่งได้ของแมนฯ ซิตี้

พรีเมียร์ลีก

1.คู่บิ๊กแมตช์ ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์ชนะอาร์เซน่อล ขาดลอย 5-1 โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ แฮตทริก,ซาดิโอ มาเน่ 1 และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 1 , 3 ประตูของฟีร์มีโน่ ทำให้เขากลายเป็นนักเตะบราซิลที่ยิงในพรีเมียร์ลีกมากที่สุด ด้วยจำนวน 43 ประตู , นอกจากนี้ลิเวอร์พูล ยังทำสถิติชนะ 9 นัดติดต่อกันในลีกอีกด้วย นอกจากนี้ ฟีร์มีโน่ เป็นนักเตะ ลิเวอร์พูล คนแรกที่ทำแฮตทริกใส่ อาร์เซน่อล ในเกมพรีเมียร์ลีกได้ นับตั้งแต่ ปีเตอร์ เคราช์ เคยทำได้เมื่อปี 2007 ลิเวอร์พูล ไม่แพ้เกมพรีเมียร์ลีก ที่แอนฟิลด์ นับตั้งแต่เดือน เมษายน 2017 นับรวมก็ 31 เกมติดต่อกัน ซึ่งกลายเป็นสถิติไร้พ่ายในบ้านยาวนานที่สุดของสโมสรเรียบร้อยแล้ว

2. ด้าน ปิแอร์ เอเมริก โอบาเมยอง กองหน้าตัวจริงของอาร์เซน่อล เล่นไม่ออกเลยในเกมบิ๊กแมตช์ เพราะโชว์แข้งอยู่ 70 นาที ได้บอลอยู่ 13 ครั้ง , ส่งบอลให้เพื่อนได้ 10 ครั้ง แต่ 6 ครั้งในนั้น คือการเขี่ยจากจุดคิกออฟ ชัยชนะทำให้ลิเวอร์พูล นำแมนฯซิตี้ รองจ่าฝูงหน้าใหม่ อยู่ 7 คะแนน

3. สเปอร์ส จ่าฝูงเดิม พลาดท่าพ่ายแพ้วูล์ฟแฮมตัน คาบ้าน 1-3 ทำให้พวกเขาต้องหล่นไปอยู่ที่ 3 แล้ว , โดยเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือสเปอร์ส แพ้ทีมน้องใหม่พรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรกในการคุมทีมสเปอร์ส เขาหยุดสถิติไร้พ่ายทีมน้องใหม่ไว้เพียง 27 เกม (ชนะ 25 เสมอ 2)

4. แมนฯซิตี้ กลับมารั้งรองจ่าฝูง ด้วยการบุกชนะเซาแธมป์ตันที่เหลือ 10 คน 3-1 , เซร์คิโอ อเกวโร่ มีส่วนถึง 9 ประตูในการเจอ เซาแธมป์ตัน 5 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก นั่นคือยิงได้ 5 ประตู กับอีก 4 แอสซิสต์ ตอนนี้พวกเขารอบิ๊กแมตช์ เปิดบ้านดวลลิเวอร์พูล ในคืนวันพฤหัสบดีนี้ 03.00 น. หากเอาชนะได้ก็จะลดช่องว่างจาก 7 ให้เหลือ 4 คะแนน ทันที

5. เชลซี ของเมาริซิโอ ซาร์รี่ ยังครองอันดับ 4 เหนียวแน่น จากการบุกชนะคริสตัล พาเลซ 1-0 จากประตูชัยของเอ็นโกโล่ ก็องเต้ ซึ่งประตูของมิดฟิลด์ขี้อายชาวฝรั่งเศส ทำให้ เชลซี ชนะเกมเยือน 3 นัดติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก ได้เป็นครั้งแรกภายใต้การคุมทีมของเมาริซิโอ ซาร์รี่อีกด้วย

6. แมนฯยูไนเต็ด เปิดบ้านชนะบอร์นมัธ 4-1 , พอล ป็อกบา เหมา 2 ประตู ในเกมนี้ ซึ่งป๊อกบาในยุคโซลชาดูเหมือนจะกลายเป็นคนละคนจากยุคของมูรินโญ่เลย เพราะในยุคโซลชา ป็อกบาลงไปแล้ว 3 เกม ยิง 4 ประตู 3 แอสซิสต์ ส่วนในยุคมูรินโญ่ ลง 13 เกม 3 ประตู 3 แอสซิสต์เท่านั้น โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เป็นกุนซือแมนฯยูไนเต็ดคนที่ 3 ที่พาทีมเก็บชัยรวดใน 3 นัดแรกต่อจากเซอร์แมตต์ บัสบี้ และ โจเซ่ มูรินโญ่ , นอกจากนี้ โซลชา ยังเป็นกุนซือคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก ที่พาทีมยิงอย่างน้อย 3 ประตูได้ทั้ง 3 เกมแรกที่คุมทีมในพรีเมียร์ลีก ต่อจาก เคร็ก เช็กสเปียร์

7. เกมฟูแล่ม ชนะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ 1-0 มีดราม่าสุดๆ เพราะเกมนี้ นาที 80 ฟูแล่มได้จุดโทษ อับดุลบาก้า กามาร่า ไปแย่ง อเล็กซานเดอร์ มิโตรวิช แล้วเกิดยิงไม่เข้าขึ้นมา , แต่สุดท้าย มิโตรวิช ก็มาสวมวิญญาณฮีโร่ สังหารประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บแบบลุ้นสุดๆ , ตอนจบเกมแล้ว เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือฟูแล่มออกมาให้สัมภาษณ์อยากจะ “ฆ่า” กามาร่าให้ตายเลย เพราะนักเตะฝรั่งเศสมาทำในสิ่งที่ไม่เคารพคำสั่งเขาเลย เพราะหน้าที่ยิงจุดโทษเป็นของมิโตรวิช

กัลโช่ เซเรีย อา

8. ยูเวนตุส เปิดบ้านชนะซามพ์โดเรีย 2-1 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เหมา 2 ประตู ทำให้ตอนนี้ CR7 ขึ้นเป็นดาวซัลโวลีกอิตาลีด้วยจำนวน 14 ประตู อย่างไรก็ตาม หากนับตามปีปฏิทิน ปี 2018 เป็นปีแรกในรอบ 8 ปี ที่โรนัลโด้ยิงไม่ถึง 50 ประตู โดยปีนี้เขายิงไป 49 ประตู (ปี 2011 ยิง 60 , ปี 2012 ยิง 63,ปี 2013 ยิง 69 , ปี 2014 ยิง 61 , ปี 2015 ยิง 57 , ปี 2016 ยิง 55 , ปี 2017 ยิง 53) สำหรับ 1 ประตูของซาพ์โดเรียในเกมนี้ มาจากฟาบิโอ กวายาเรลล่า ซึ่ง กวายาเรลล่า กลายเป็นนักเตะคนแรกที่ยิงประตูได้ 9 เกมติดต่อกัน ที่ลงสนาม โดยเขาเป็นคนแรกที่ทำสถิตินี้ต่อจากคนสุดท้ายที่ทำได้คือ ดาวิด เทรเซเกต์ ที่ทำไว้ช่วงปี 2005

9. นาโปลี ยังครองอันดับ 2 อย่างเหนียวแน่น โดยเฉือนชนะโบโลญญ่า 3-2 ได้ประตูชัยก่อนจบเกมแค่ 2 นาทีจากดรีส์ เมอร์เท่น ส่วนอีก 2 ประตู อาร์คาดิอุส มิลิค ทำให้นาโปลียังตามยูเวนตุสอยู่ที่ 9 คะแนนตามเดิม

10. อินเตอร์ มิลาน ยังเก็บชัยได้จากการบุกเฉือนเอ็มโปลี 1-0 จากเกต้า บัลเด้ , ขณะที่ เอซี มิลาน เปิดบ้านเฉือนสปาล 2-1 เป็นการหยุดสถิติไม่ชนะใคร 5 นัดติดต่อกันได้สำเร็จ



MOST POPULAR

RELATED POSTS

Story

5 ประเด็นต้องรู้ก่อนซูเปอร์แมตช์ ‘หงส์แดง’ ปะทะ ‘เรือใบ

SPORTDesk. Team

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก สัปดาห์นี้เป็นโปรแกรมส่งท้ายก่อนที่จะหลีกทางให้กับโปรแกรมฟุตบอลทีมชาติ แต่ก็ยังมีคู่ซูเปอร์แมตช์ให้จับตามอง พุ่งความสนใจ ในการดวลกันระหว่างจ่าฝูง “เรือใบสีฟ้า”​ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่จะยกพลบุก “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล รองจ่าฝูงของลีกผู้ดีอังกฤษ ซึ่งถูกคาดหมายว่านี่แหละคือสองทีมเต็งที่จะลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้

Thought

ปิศาจแดงยัง “มีของ” ขลัง

ไข่มุกดำ

ตามประสบการณ์ที่ได้สัมผัสมา “ขั้นตอน” ในการเลือกกุนซือ หรือนักเตะของสโมสรอาชีพที่เหมาะสมน่าจะต้องมี “กระบวนการ” มาตรฐานประมาณหนึ่ง โดยมีอย่างน้อย 2-3 เหตุผลประกอบการพิจารณานะครับ

Thought

น่าห่วงมากที่พูดว่า “ผมไม่ได้รับบอลคืนหลังที่ดี”

ไข่มุกดำ

ผมเคยเขียนถึง อลิสซง ไปแล้ว 1 ครั้งเมื่อสัปดาห์ก่อน 26 ส.ค.หลังเกมเล่น “ลูกชิพ” มหัศจรรย์ในแมตช์ชนะไบร์ทตัน 1-0 ในหัวข้อ “อลิสซง ยังต้องพัฒนาอะไร?”