10 เรื่องที่ควรรู้จากลีกใหญ่ยุโรปวีคต้นเดือน ก.ย.

3 September 2018
246 VIEWS

นัด 1 ผ่านไป,นัด 2 นัด 3 ค่อย ๆ ผ่านไป และล่าสุดนัดที่ 4 ก็จบลงแล้ว สำหรับพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ตอนนี้ความเข้มข้นเริ่มทวีคูณขึ้นเรื่อย ๆ เช่นเดียวกับลีกใหญ่อื่น ๆในยุโรป ทั้ง อิตาลี, เยอรมนี และ สเปน ที่สนุกเร้าใจไม่แพ้กันเลย เราจึงขอรวบรวม 10 ประเด็นที่น่าจดจำเอาไว้จากศึกฟุตบอลลีกยุโรปสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ไว้ที่นี่…

 

พรีเมียร์ลีก

1.ลิเวอร์พูล, เชลซี และ วัตฟอร์ด ตอนนี้กลายเป็น 3 ทีมที่เก็บชัยได้ 100% เต็มในศึกลีกผู้ดี ขณะที่เวสต์แฮมของมานูเอล เปเยกรินี่ อยู่ในขั้วตรงข้าม นั่นคือแพ้รวด 100 % ต้องแบกรับความกดดันไปตามระเบียบเพราะฟอร์มไม่เอาอ่าวเลยจริง ๆ สำหรับขุนค้อนลอนดอน

ย้อนมาดูที่ลิเวอร์พูล สิ่งที่ถูกพูดถึงเยอะกว่าชัยชนะก็คือ ข้อผิดพลาดของอลิสซอน เบคเกอร์ นายทวารเคราสวย ที่ใช้เท้าเล่นบอลแต่พลาด จนถูกเปิดซิงยิงประตูแรก ในเกมที่ลิเวอร์พูลบุกเฉือนเลสเตอร์ 2-1 แม้เยอร์เก้น คล็อปป์ เดอะนอร์มอลวัน จะให้สัมภาษณ์ปกป้องและรู้ว่า สิ่งนี้จะเกิดขึ้นแน่นอนไม่วันใดก็วันหนึ่ง แต่ครั้งนี้คงนับเป็น “บทเรียน” ที่โกล์แซมบ้าคนนี้จะจดจำขึ้นใจไปตลอด

ด้าน ซาดิโอ มาเน่ ที่ซัดเบิกร่องให้ลิเวอร์พูลในเกมนี้ ทำให้ตอนนี้เขายิงเรื่อยๆมาเรียง ๆ นำเป็นดาวซัลโวร่วมในลีกร่วมกับอเล็กซานเดอร์ มิโตรวิช ของฟูแล่ม ที่ยิงไปแล้ว 4 ประตู ต้องบอกว่าฟอร์มกำลังหุงขึ้นหม้อจริง ๆ

ขณะที่ โรแบร์โต้ ฟิร์มีโน่ ที่พังได้ 1 ประตู ทำให้เขามีส่วนรวมในการพังตาข่ายไปแล้ว 60 ครั้งในพรีเมียร์ลีก ในยุคของเจอร์เก้น คล็อปป์ ซึ่งถือว่ามากกว่าผู้เล่นคนไหนในยุคนี้ โดยสถิติแบ่งเป็นยิง 37 เม็ด จ่ายใส่พาน 23 ครั้ง

เจมส์ มิลเนอร์ มิดฟิลด์มดงานก็เป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญเช่นกัน เพราะเขาทำไปแล้ว 80 แอสซิสต์ในลีกอังกฤษ เทียบเท่ากับเทพบุตรลูกหนัง เดวิด เบ็คแฮมแล้ว ตอนนี้เขามีสถิติเป็นรองแค่ไรอัน กิ๊กส์ (162), เชส ฟาเบรกาส (111), เวย์น รูนี่ย์ (103), แฟรงค์ แลมพาร์ด (102), เดนิส เบิร์กแคมป์ (94) และ สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด (92)

นอกจากนี้ชัยชนะ 4 นัดรวดของลิเวอร์พูล ยังเป็นการทำได้ครั้งแรก นับตั้งแต่ลีกสูงสุดของอังกฤษ เปลี่ยนผ่านจากดิวิชั่น 1 เดิม มาเป็นพรีเมียร์ลีกอีกด้วย

 

2.ด้าน เชลซี ของเมาริซิโอ ซาร์รี่ ใช้ความแกร่งเบียดชัยเหนือบอร์นมัธ 2-0 จาก 2 ประตูท้ายเกม ทำให้ตอนนี้ เชลซี ทำสถิติเก็บชัยช่วงเปิดฤดูกาล 4 นัดรวด เป็นครั้งที่ 6 ในประวัติศาสตร์สโมสร ต่อจาก 2004-05, 2005-06, 2009-10, 2010-11, 2014-15 และล่าสุดก็คือฤดูกาลนี้ ทั้งหมดนั้นเกิดขึ้นในยุคเสี่ยหมี โรมัน อบราโมวิช เป็นประธานสโมสรนั่นเอง

ในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก มีกุนซือเพียง 6 คนเท่านั้นที่เก็บชัยได้ 4 นัดแรกที่คุมทีม ได้แก่ โจเซ่ มูรินโญ่, กุส ฮิดดิ้งค์, คาร์โล อันเชล็อตติ, เคร็ก เช็กสเปียร์, เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ เมาริซิโอ ซาร์รี่ ของเชลซีเข้าคลับเป็นคนล่าสุด…

 

3.แมนฯ ซิตี้ เก็บชัยเหนือ นิวคาสเซิล 2-1 เกมนี้ ไคล์ วอล์กเกอร์ ซัดชัยนาที 52 ประตูนี้ยังถือเป็นประตูแรกในเกมลีกของวอล์กเกอร์อีกด้วย หลังจากที่เขาลงเล่นมาแล้ว 111 เกม, นอกจากนี้ แมนฯ ซิตี้ ยังทำสถิติไม่แพ้นิวคาสเซิ่ลใน 22 เกมหลังสุดในลีกด้วย แบ่งเป็นชนะ 19 เสมอ 3

อย่างไรก็ตาม เกมนี้มีประเด็นนอกสนามน่าสนใจ เมื่อไม่มีชื่อของ เลรอย ซาเน่ เพราะเป๊ปสั่งดร็อปแบบกะทันหันเลย แว่ว ๆ ว่า ซาเน่กับเป๊ป มีปัญหาเรื่องทัศนคติไม่ตรงกัน แล้วเผลอ ๆ หากร้ายแรงเกินเยียวยา ซาเน่ ที่เพิ่งมีชื่อกลับไปติดทีมชาติเยอรมนี อาจจะโดนปล่อยตัวในช่วงมกราคมนี้เลย

 

4. ขณะที่ โจเซ่ มูรินโญ่ กุนซือแมนฯ ยูไนเต็ด คลายความกดดันลงไปได้บ้าง เมื่อสามารถบุกชนะ เบิร์นลี่ย์ 2-0 จากการเหมาคนเดียวของโรเมลู ลูกากู แต่เกมนี้ยังไม่วายที่มูรินโญ่ต้องมาเครียดท้ายเกม ๆ เพราะพอล ป็อกบา ซัดจุดโทษพลาด ขณะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด ก็ขาดสติชั่วขณะ ทำให้โดนใบแดงไป

 

5. ด้าน อาร์เซน่อล บุกเฉือนชนะ คาร์ดิฟฟ์ สุดสูสี 3-2 ทำให้อูไน เอเมรี่ เริ่มลืมตาอ้าปากได้บ้างแล้ว โดยเกมนี้ปิแอร์ เอเมริก โอบาเมยอง ซัดได้ 1 ประตู ทำให้กองหน้ากาบองคนนี้ ยิงในการเล่นลีกยุโรปครบ 150 ประตูไปแล้ว แบ่งเป็นที่ฝรั่งเศส 41 ประตู,บนแผ่นดินเยอรมนี 98 ประตู และล่าสุดที่เกาะอังกฤษ 11 ประตู

ขณะที่ อเล็กซางเดร์ ลากาแซตต์ คนซัดประตูชัยให้ปืนใหญ่ท้ายเกม เขามีส่วนร่วมกับประตูของอาร์เซน่อลถึง 10 ประตู จาก 9 เกมหลังสุดที่เขาเป็นตัวจริง (8 ประตู กับ 2 แอสซิสต์)

 

6. เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือสเปอร์ส ผีเข้าผีออกเหมือนกัน เพราะสัปดาห์ที่แล้ว ยังบุกปราบผีลงหลุมได้อยู่เลย แต่สัปดาห์นี้บุกไปแพ้แตนอาละวาด วัตฟอร์ด 2-1 นั่นทำให้วัตฟอร์ดล้างอาถรรพ์ เอาชนะสเปอร์ส ในเกมลีก ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1987

 

บุนเดสลีกา

7. บาเยิร์น มิวนิค โหดร้ายไร้ปราณีเช่นเดิม ไม่ว่าจะยุคไหน ล่าสุดบุกชนะสตุ๊ตการ์ท 3-0 และเลออน โกเร็ตก้า ซัดประตูแรกในสีเสื้อเสือใต้ได้แล้ว ขณะที่ดอร์ทมุนด์สะดุดแล้วบุกเสมอฮันโนเวอร์ 0-0, ตอนนี้ในบุนเดสลีกา ยังมีโวล์ฟสบวร์ก และ แฮร์ธ่า อีก 2 ทีมที่เก็บชัยรวด เหมือนกันบาเยิร์น

 

ลาลีกา

8. เรอัล มาดริด ถล่ม เลกาเนส 4-1 แกเร็ธ เบล 1 เม็ด และคาริม เบนเซม่าซัด 2 เม็ด ทั้ง 2 คนดูจะกลายเป็นที่พึ่งพาคนสำคัญแทนที่โรนัลโด้ที่ไม่อยู่แล้ว, โดยในเกมนี้ ราชันชุดขาวยังเหนือกว่าหลายขุมสุด ๆ ต่อบอลกันสำเร็จถึง 798 ครั้ง ขณะที่ คาริม เบนเซม่า ก็ยิงเลกาเยส ได้เป็นทีมลำดับที่ 33 ในการลงเล่นในลีกสเปนด้วย เรียกได้ว่า ทุก ๆ ทีมที่เจอเรอัล มาดริดนั้น “เบนซ์” ขอยิงทุกทีม อย่างน้อยๆก็ 1 ประตู, ขณะที่ เบล ลงเล่น 3 นัด 3 ประตู จากโอกาสส่อง 12 ครั้ง ต้องบอกว่างานนี้เขาเร้าร้อนเกินห้ามใจสุด ๆ

 

9. ด้าน บาร์ซ่า ถล่ม อูเอสก้า ของกุนซือลีโอ ฟรานโก้ แบบไร้เยื่อใย 8-2 ลีโอเนล เมสซี่ ซัด 2 ประตู ความจริงแล้วมีโอกาสแฮตทริกเพราะได้จุดโทษได้ท้ายเกม แต่เมสซี่ใจกว้าง ให้หลุยส์ ซัวเรส ซัดแทน ทำให้กองหน้าอุรุกวัยยิง 2 ประตูในเกมนี้เท่าๆกัน

ขณะที่ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ถึงกับช็อกเพราะ แอตเลติโก้ มาดริด พลาดบุกไปแพ้เซลต้า 2-0

 

กัลโช่ เซเรีย อา

10. ยูเวนตุสเก็บชัยแบบหืดจับในเกมบุกไปเฉือนปาร์ม่า 2-1 แต่คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังยิงไม่ได้ ตอนนี้เขามีโอกาสลุ้นประตู 23 ครั้งแล้ว แต่สกอร์ยังเป็นศูนย์ ตอนนี้ในลีกใหญ่ของยุโรป ไม่มีใครได้โอกาสลุ้นประตูเยอะเท่ากับ CR7 อีกแล้ว, ด้านบิ๊กแมตช์ เอซี มิลาน ได้ประตูชัยท้ายเกม เฉือนโรม่า 2-1, ด้าน คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือนาโปลีเจอฝันร้าย บุกไปแพ้ ซามพ์โดเรีย หมดสภาพ 0-3