10 ประเด็นเก็บตกลีกใหญ่ช่วงคริสต์มาสอีฟ

24 December 2018
436 VIEWS

ฟุตบอลลีกใหญ่ช่วงปลายปี มีความเข้มข้น-โหดหฤหรรย์และคาดเดายากเกินบรรยาย เพราะนี่ถือเป็นช่วงที่กำลังจะผ่านครึ่งหนึ่งของฤดูกาลในทุกๆลีกแล้ว และในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประเด็นให้เก็บตก เอาย้อนขุดคุ้ยกันต่อ อาทิ การประเดิมคุมงานนัดแรกของโอเล่ กุนนาร์ โซลชา , ความพ่ายแพ้ของแมนฯซิตี้และเชลซี รวมถึงความสุดยอดของสเปอร์ส

พรีเมียร์ลีก

1.จ่าฝูงยังคงไม่เปลี่ยนมือไปไหน เพราะลิเวอร์พูลของเยอร์เก้น คล็อปป์ ยังสามารถเก็บชัยได้ตั้งแต่คืนวันศุกร์ ด้วยการบุกชนะวูล์ฟแฮมตัน 2-0 จากโมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ , โดย ซาลาห์ ตอนนี้ยิงประตูไปแล้ว 20 ทีมจากทั้งหมด 22 ทีมที่เขาเผชิญหน้าในศึกพรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่ย้ายมาเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล ,มีแค่ แมนฯ ยูไนเต็ด และ สวอนซี 2 ทีมเท่านั้นที่รอดน้ำมือหัวหอกทีมชาติอียิปต์รายนี้ ขณะที่ ฟาน ไดค์ กองหลังเนเธอร์แลนด์ ลงเล่นให้หงส์แดง 32 นัดของ เวอร์กิล ฟาน ไดจค์ ทีมเสียประตูไป 17 ประตู แต่ก็สามารถพาทีมเก็บคลีนชีทได้ 17 คลีนชีตเช่นกัน ตัวเลขช่างอัศจรรย์เหลือเกิน

2. แมนฯ ซิตี้ รองจ่าฝูง สะดุดแบบงงในตัวเอง โดยเปิดบ้านแพ้คริสตัล พาเลซ 2-3 ทำให้ตอนนี้เรือใบตามหงส์แดง 4 คะแนนแล้ว , โดย รอย ฮอดจ์สัน โค้ชคริสตัล พาเลซเป็นกุนซือชาวอังกฤษ คนแรกที่บุกไปเอาชนะได้ที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม นับตั้งแต่ แฮร์รี่ เร้ดแนปป์ ทำไว้เกมสุดท้ายเมื่อเดือนพฤษภาคม 2010 (ก่อนหน้านี้สถิติกุนซือชาวอังกฤษที่มาเยือนแมนฯซิตี้ 39 นัด เสมอ 3 แพ้ 36 เกม) นอกจากนี้ คริสตัล พาเลซ บุกชนะแมนฯซิตี้ เป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนธ.ค. ปี 1990 สมัยลีกสูงสุดอังกฤษยังเป็นดิวิชั่น 1 เดิม และสนามเหย้าของ ซิตี ยังเป็น เมน โร้ดอยู่เลย และนับตั้งแต่เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มาคุมทีมแมนฯซิตี้ มีเพียง 3 ทีมเท่านั้นที่บุกมายิง แมนฯ ซิตี้ ได้ถึง 3 ประตูในถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม นั่นคือ เชลซี , แมนฯ ยูไนเต็ด และ คริสตัล พาเลซ เป็นทีมล่าสุด

3. สเปอร์ส รั้งอันดับ 3 ด้วยการมี 42 คะแนน จากการบุกไปชนะเอฟเวอร์ตัน 6-2 , ซองเฮืองมินและแฮรี่ เคน ช่วยกันยิงคนละ 2 ประตู และนี่ทำให้ ตารางพรีเมียร์ลีก ในช่วงวันคริสต์มาส 3 อันดับแรก มีคะแนนเกิน 40 คะแนน เป็นครั้งแรกในรอบ 33 ปี โดยครั้งสุดท้ายที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ต้องย้อนไปฤดูกาล 1985-86

4. เชลซี อันดับ 4 เปิดบ้านแพ้เลสเตอร์ 0-1 จากประตูชัยของเจมี่ วาร์ดี้ , นั่นทำให้ วาร์ดี้ ยิงไปแล้ว 13 ประตูจาก 15 เกมหลังสุดที่เจอกับทีม ท็อปซิกซ์ ของพรีเมียร์ลีก , ส่วน เจมส์ แมดิสัน ตัวรุกของเลสเตอร์ ถือเป็นตัวรุกที่สร้างสรรค์โอกาสพังประตูได้มากที่สุดในลีกไปแล้วตอนนี้ จากการสร้างโอกาสไป 41 ครั้ง , อันดับ 2 ราฮีม สเตอร์ริ่ง 31 ครั้ง , อันดับ 3 แอนดรอส ทาวเซนต์ 29 ครั้ง

5. อาร์เซน่อล ชนะเบิร์นลี่ย์ 2-1 โดยครึ่งแรก ปืนใหญ่เป็นฝ่ายขึ้นนำได้ 1-0 และนั่นทำให้ ปืนใหญ่ จบครึ่งแรกด้วยการเป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อนเป็นครั้งแรกในฤดูกาลนี หยุดสถิติ 45 นาทีแรกที่เลวร้ายซึ่งไม่เคยนำใครไว้ที่ 17 เกมเท่านั้น , ปิแอร์ เอเมริก โอบาเมยอง เหมา 2 ประตูเกมนี้ ทำให้เขาเป็นดาวซัลโวลีก ด้วยจำนวน 12 ประตูด้วย

6. ปิดท้ายลีกอังกฤษ ด้วยบอลเปลี่ยนโค้ชอย่างแมนฯยูไนเต็ด ซึ่งโอเล่ กุนนาร์ โซลชา พาผีแดงหลอนบุกชนะคาร์ดิฟฟ์ถึง 5-1 , ครั้งสุดท้ายที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ยิง 5 ประตูในเกมพรีเมียร์ลีก ต้องย้อนไปเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2013 ในเกมนัดอำลาของ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน โดย 207 เกมผ่านไป โซลชา ปลดล็อกได้ในเกมเปิดตัวคุมทีมนัดแรกของตัวเองอย่างสวยงาม ฟูแล่ม บุกเสมอ นิวคาสเซิ่ล 0-0 และนั่นทำให้ ฟูแล่ม เก็บคลีนชีตได้เป็นนัดแรกพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลหนี้ หลังก่อนหน้านี้ 17 เกมเสียทุกนัดและโดนซัดไปถึง 42 ประตู

บุนเดสลีกา

7. ดอร์ทมุนด์ของลูเซียง ฟาฟร์ ชนะเกมบิ๊กแมตช์ต่อมึนเช่นกลัดบัค 2-1 , จาดอน ซานโช่ ซัดได้ 1 ประตู โดยผลงานของ จาดอน ซานโช่ กับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในฤดูกาลนี้ มีส่วนไปแล้วถึง 21 ประตูนำรวมทุกรายการ และ 9 ประตูหลังสุดที่เป็นประตูแบบ open play ในฟุตบอลลีกของ ดอร์ทมุนด์ จาดอน ซานโช่ มีส่วนร่วมด้วยทุกประตู , และความพ่ายแพ้ของมึนเช่นกลัดบัค ทำให้พวกเราสูญเสียตำแหน่งรองจ่าฝูงด้วย ส่วน รองจ่าฝูงทีมใหม่ คือ เสือใต้ บาเยิร์น มิวนิค ที่บุกชนะแฟรงค์เฟิร์ต 3-0 ซึ่งเป็นทีมเก่าของนิโก้ โควัช นั่นเอง , แมตช์นี้ฟรองค์ ริเบรี่ เหมา 2 ประตู และทำให้ บาเยิร์นเก็บชัยชนะได้ต่อเนื่อง 5 เกมติดต่อกันแบบสวยๆ

8. ไฮโก้ แฮร์ลิช กุนซือเลเวอร์คูเซ่น คุมทีมนัดสุดท้าย ด้วยการชนะแฮร์ธ่า เบอร์ลิน 3-1 แม้ชัยชนะจะทำให้ นายห้างขายยา กระโดดขึ้นมาอยู่ที่ 9 แต่บอร์ดบริหารที่ไบ อารีน่า เกินทนแล้ว เพราะได้ประกาศแต่งตั้งให้ปีเตอร์ บอสซ์ อดีตกุนซือดอร์ทมุนด์มาคุมทีมในช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง

กัลโช่ เซเรีย อา

9. ยูเวนตุส คว้าชัยบิ๊กแมตช์ด้วยการเก็บ 3 คะแนนเหนือโรม่า 1-0 จากประตูชัยของมาริโอ มานด์ซูคิช และทำให้พวกเขาเดินหน้ารักษาสถิติไร้พ่ายต่อไป ชนะ 16 เสมอ 1 นัด นำนาโปลีรองจ่าฝูง 8 คะแนนตามเดิม นาโปลี ของคาร์โล อันเชล็อตติ ก็ยังไม่ย่อท้อต่อการไล่ตามยูเว่ โดยนัดล่าสุดชนะสปาล ได้ 1-0 , ขณะที่ เอซี มิลาน ของเจนาโร่ กัตตูโซ่ แพ้คารังอีกแล้ว โดยพ่ายต่อฟิออเรนติน่า 0-1 ตอนนี้เอซี มิลาน ตกลงมาอยู่อันดับ 5

ลาลีกา

10. บาร์เซโลน่า เก็บชัยเหนือเซลต้า บีโก้ 2-0 จากอุสมาส เดมเบเล่ และ ลีโอเนล เมสซี่ คนละ 1 ประตู ทำให้บาร์ซ่ายังนำเป็นจ่าฝูงต่อไป ส่วนรองจ่าฝูงเปลี่ยนมือจากเซบีย่ามาเป็นแอต.มาดริดแล้ว โดยแอต.มาดริด บุกชนะเอสปันญ่อล 1-0 ส่วนเซบีย่านั่นสะดุดบุกเสมอเลกาเนส 1-1 ขณะเรอัล มาดริด ไม่มีโปรแกรมแข่งลาลีกา เพราะมีภารกิจแข่งสโมสรโลก และพวกเขาสามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จจากการชนะอัล ไอล์ในนัดชิงฯ 4-1 คว้าแชมป์ถ้วยใบนี้เป็นสมัยที่ 4 แล้ว