10 ประเด็นร้อน ลีกยุโรปสัปดาห์รองสุดท้ายเดือนตุลาคม

22 October 2018
114 VIEWS

ความสนุกเร้าใจของฟุตบอลลีกใหญ่ของยุโรป ยังคงเหมือนเดิม แถมยังเพิ่มเติมความดราม่าจากหลาย ๆ เกม ทั้งจากบิ๊กแมตช์พรีเมียร์ลีก อย่างเชลซี-แมนฯยูไนเต็ด รวมถึงบิ๊กแมตช์จากฟากฝั่งอิตาลีที่อินเตอร์ มิลาน เฉือน เอซี มิลาน ในเกมดาร์บี้แมตช์แบบเล่นกันเอาถึงตายในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ และนี่คือ 10 ประเด็นที่น่าหยิบยกเอามาพูดถึงจากลีกยุโรป

 

พรีเมียร์ลีก

1. เริ่มต้นกันที่พรีเมียร์ลีก คู่บิ๊กแมตช์ เชลซี เสมอกับแมนฯ ยูไนเต็ด แบบหวุดหวิดเจียนตาย 2-2 โดยประตูตีเสมอของเชลซีมาได้จาก รอสส์ บาร์คลี่ย์ ในช่วงทดเจ็บเลยทีเดียว และความเป็นหนังชีวิตก็คือ มาร์โก ยานนี่ สต๊าฟโค้ชของเชลซี ไปยั่วยุดีใจต่อหน้ามูรินโญ่ แล้วมูรินโญ่ ก็ปรี่จะเอาเรื่องให้ได้ โชคดีที่ไม่มีเรื่องบานปลายกันต่อ และมูรินโญ่ก็บอกแล้วว่าไม่ได้ติดใจเอาความอะไร

ส่วนประตูแรกของเชลซีในเกมนี้ มาจาก “ลูกโหม่ง” ของอันโตนีโอ รูดิเกอร์ ซึ่งนี่เพิ่งเป็นลูกแรกจากการโหม่งของเชลซีในฤดูกาลนี้ ช่างถือว่าผิดปกติวิสัยมาก ๆ เพราะฤดูกาลก่อน เชลซีพังประตูได้จากลูกโหม่งมากที่สุดใน 20 ทีมในลีก ด้วยการพังไป 18 ประตู , แต่อย่างไรก็ตาม เมาริซิโอ ซาร์รี่ กลายเป็นผู้จัดการทีมคนแรกในประวัติศาสตร์เชลซี ที่คุมทีมออกสตาร์ต 9 นัดแรก แล้วไม่แพ้ใครในลีกเลย

ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ชนะเลยในการมาเยือนสแตมฟอร์ด บริดจ์ 10 เกมหลัง โดยแพ้ 8 เสมอ 2

2. ด้าน แมนฯ ซิตี้ จ่าฝูง เปิดบ้านถล่มเบิร์นลี่ย์ 5-0 โดยประตูแรกในเกมนี้เกิดจากการประสานงานระหว่าง กุน อเกวโร่ ยิง – ดาบิด ซิลบา จ่าย และการประสานงานของคู่หูคู่นี้ สามารถพังประตูไปได้แล้ว 16 ประตูในลีก นับเป็นสถิติคู่หูที่ช่วยกันสร้างประตูมากที่สุดในพรีเมียร์ลีกเวลานี้ที่ยังลงเล่นกันอยู่ โดยแซงหน้าสถิติคู่หูอย่าง แฮร์รี่ เคนยิง-คริสเตียน อิริเซ่นจ่าย ไป 1 ประตู, ส่วนสถิติประสานงานสูงสุดตลอดกาลยังเป็นของคู่ ดิดิเยร์ ดร็อกบายิง-แฟรงค์ แลมพาร์ด จ่าย โดยคู่ดูโอนี้ทำไป 24 ประตู

3. ส่วน ลิเวอร์พูล ขยับแต้ม ขึ้นไปเป็น 23 คะแนน แต้มทาบกับจ่าฝูงแมนฯ ซิตี้ ด้วยการบุกไปชนะฮัดเดอร์สฟิลด์ 1-0 จากประตูชัยต้นเกมของโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ตั้งแต่นาที 24 และทำให้ดาวยิงอิยิปต์ยิงในลีกอังกฤษ ไปครบ 50 ประตูแล้ว แบ่งเป็นยิงให้ลิเวอร์พูล 48 และยิงให้เชลซี 2 ประตู

4. นิวคาสเซิ่ล เปิดเซนต์ เจมส์ ปาร์ค แพ้ต่อไบรจ์ตัน 0-1 และทำให้นิวคาสเซิลกลายเป็นทีมที่ 4 ในลีกอังกฤษที่แพ้คาบ้านในการออกสตาร์ตฤดูกาล 5 นัดติดต่อกัน ต่อจากแมนฯยูไนเต็ด ปี 1930-31, ปอร์ทสมัธ 2009-10 และ โบลตัน 2011-12

เอฟเวอร์ตัน เปิดบ้านชนะคริสตัล พาเลซ 2-0 และ เกมนี้ จอร์แดน พิกฟอร์ด นายประตูของเอฟเวอร์ตันเซฟจุดโทษได้ และนั่นทำให้เขาเซฟจุดโทษได้ 3 ครั้ง จากการโดนล่อเป้าจุดโทษ 6 ครั้งหลังสุด

กัลโช่ เซเรีย อา

5. เริ่มต้นลีกอิตาลีด้วยมิลาน ดาร์บี้แมตช์ อินเตอร์ มิลานเฉือนเอซี มิลาน จากประตูของเมาโร อิคาดี้ กัปตันทีมงูใหญ่ในช่วงทดเจ็บ, ซึ่งเป็นการย้ำรอยแค้นของอิคาดี้อีกรอบ เพราะเมื่อปีที่แล้ว อิคาดี้ก็ยิงในช่วงทดเวลาบาดเจ็บให้อินเตอร์ชนะ 3-2 ซึ่งเกมนั้นกองหน้าอาร์เจนไตน์จัดการซัดแฮตทริกซะด้วย.

ลูกทีมงูใหญ่ของลูชาโน่ สปัลเล็ตติ ต้องบอกว่าฟอร์มแรงสุด ๆ ในช่วงหลัง เพราะเก็บชัย 7 นัดซ้อน ๆ ในทุกรายการแล้ว ปราบทีมใหญ่ๆทั้งสิ้น อาทิ สเปอร์ส, ซามพ์โดเรีย, ฟิออเรนติน่า, กายารี่, พีเอสวี, สปาล และ เอซี มิลาน ได้กลายเป็นเหยื่อรายล่าสุด

6. ยูเวนตุส จ่าฝูงต้องเสียสถิติชนะรวดทุกนัดแล้ว เพราะนัดล่าสุด เสมอกับเจนัว 1-1 โดยยูเว่ได้ประตูจากคริสเตียโน่ โรนัลโด้ และนั่นทำให้ CR7 เป็นผู้เล่นคนแรกที่ยิง 400 ประตูในเกมลีกยุโรป แบ่งเป็น 311 ประตูในลาลีกา, 84 ประตูในพรีเมียร์ลีก และ 5 ประตูในกัลโช่, ส่วนอันดับ 2 ที่ตามมาคือลีโอเนล เมสซี่ ที่ยิงไป 388 ประตู, อันดับ 3 จิมมี่ กรีฟส์ 366 ประตู,อันดับ 4 แกรด มุลเลอร์ 365 ประตู

บุนเดสลีกา

7.ดอร์ทมุนด์ ยังยึดตำแหน่งจ่าฝูงลีกเมืองเบียร์ ไม่เปลี่ยนแปลง บุกชนะสตุ๊ตการ์ท 4-0 เกมนี้ปาโก้ อัลคาเซร์ ซัดได้ 1 ประตู ตอนนี้กองหน้าทีมชาติสเปนลงเล่นในบุนเดสลีกาไปแล้ว 4 เกม ซัดไป 7 ประตู เฉลี่ยแล้ว ทุกๆ 18 นาที จะมีประตูจากอัลคาเซร์ 1 ประตู

8. บาเยิร์น มิวนิค ของ นิโก้ โควัช เริ่มตื่นจากฟอร์มอันหลับใหลเสียที เพราะบุกไปชนะโวล์ฟสบวร์ก 3-1 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้เบิ้ล 2 และฮาเมส โรดริเกวซ ซัด 1 ก่อนที่ครึ่งหลัง อาร์เยน ร็อบเบนจะถูกไล่ออก ตอนนี้บาเยิร์นขึ้นมาอยู่ที่ 4 แล้ว มี 16 คะแนน ตามหลังดอร์ทมุนด์จ่าฝูง 4 คะแนน และถือเป็นชัยชนะนัดแรก หลังจากไม่ชนะใครมา 4 นัดซ้อน ๆ ในทุกรายการ

ลาลีกา

9. ฆูเลน โลเปเตกี กุนซือเรอัล มาดริดใกล้จะชะตาขาดเต็มที เพราะนัดล่าสุดยังกล้าแพ้เลบันเต้ คารัง ซาน ติอาโก้ เบอนาเบว 1-2 ตอนนี้เรอัล มาดริดหล่นไปอยู่ที่ 7 แล้ว และไม่ชนะใคร 5 นัดติดต่อกัน แถมยังเป็นการแพ้ไปถึง 4 นัด

ประตูของมาร์เซโล่ ในนาที 72 ยังเป็นการหยุดสถิติอันเลวร้ายสำหรับเกมรุกของเรอัล มาดริด เพราะก่อนหน้านี้ ราชันชุดขาวยิงประตูไม่ได้ 8 ชั่วโมง 1 นาที แต่นั่นก็ยังดีไม่พอ…

10. บาร์เซโลน่า ต้องเจอกับข่าวร้าย จากเกมที่พวกเขาชนะเซบีย่า 4-2 เพราะต้องเสีย ลีโอเนล เมสซี่ ที่มีอาการบาดเจ็บที่แขน และต้องพัก 3 สัปดาห์ นั่นหมายความว่า วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ ในศึกเอล กลาซิโก้ จะเป็นครั้งแรกในรอบ 11 ปี ที่ศึกแห่งศักดิ์ศรี ที่จะไม่มี ทั้งเมสซี่ และ โรนัลโด้ อยู่ในสนาม