10 ประเด็นน่าจับตามองศึกเอฟเอ คัพ

สุดสัปดาห์นี้ ไม่มีโปรแกรมฟุตบอลลีกเตะเลยใน 4 ลีกใหญ่ทั้งสเปน,อิตาลี และ เยอรมนี ที่พักเบรกช่วงปีใหม่กันหมด , ขณะที่ พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ต้องหลีกทางให้กับฟุตบอลเอฟเอ คัพ ฟุตบอลระบบน็อกเอาท์ และเป็นถ้วยที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ปีนี้จะเป็นปีที่ 138 ในการจัดการแข่งขันแล้ว และในรอบที่ 3 ตัวแทนจากลีกสูงสุดในพรีเมียร์ลีกก็มีคิวลงสนามโดยพร้อมเพรียงกัน

1.โปรแกรมฟุตบอลเอฟเอ คัพ สุดสัปดาห์นี้เป็นการแข่งขันรอบที่ 3 หรือรอบ 64 ทีมสุดท้าย และถือเป็นรอบที่ 20 ทีมจากพรีเมียร์ลีกได้ประเดิมสนามกันแล้ว รวมถึงอีก 24 ทีมในเดอะแชมเปี้ยนชิพ ก็ได้ประเดิมสนามครั้งแรกเช่นกัน โดยในโปรแกรมทั้งหมด 32 คู่นั้น มีทีมจากพรีเมียร์ลีก ต้องโคจรมาเจอกันเอง แค่ 2 คู่เท่านั้น นั่นคือ บอร์นมัธ พบกับ ไบรท์ตัน วันเสาร์ที่ 5 มกราคม และอีกคู่ที่น่าจะถือเป็นบิ๊กแมตช์ของเอฟเอ คัพ รอบนี้คือเกมคืนวันจันทร์ที่ 7 มกราคม วูล์ฟแฮมตัน เปิดบ้านโมลินิวซ์ กรานด์พบกับ ลิเวอร์พูล จ่าฝูงลีกผู้ดี

2. สำหรับรายการนี้แชมป์เก่าปีที่แล้ว คือ เชลซี ที่ชนะแมนฯยูไนเต็ด 1-0 ในรอบชิงฯ ซีซั่นก่อน จากจุดโทษของเอเด็น อาซาร์ และถือเป็นแชมป์สมัยที่ 8 ของสโมสร…โดยในปีนี้ เชลซี จะได้เปิดบ้านเจอกับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ จากลีกเดอะแชมเปี้ยนชิพ ซึ่งปัจจุบันพวกเขารั้งอยู่ที่ 7 ห่างจากพื้นที่เพลย์ออฟเลื่อนชั้นอยู่ 4 คะแนน

3. ก่อนเกม เชลซีเพิ่งจะสะดุด เสมอเซาแธมป์ตัน 0-0 ในเกมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ และนั่นทำให้ลูกทีมของเมาริซิโอ ซาร์รี่ ยิงประตูในเกมลีกในบ้านไม่ได้ 2 เกมติดต่อกันแล้ว หลังจากก่อนหน้าผลงานในบ้านคือ แพ้ เลสเตอร์ 0-1 เมื่อ 22 ธันวาคม และนับเป็นครั้งแรกของเชลซีภายใต้ยุคของซาร์รี่ที่ต้องปืนฝืดในบ้าน 2 นัดติด ขณะที่ ฟอเรสต์ ล่าสุดเพิ่งจะหยุดสถิติไม่ชนะใคร 5 นัดซ้อนลงได้ ด้วยการเปิดบ้านชนะลีดส์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงของลีกเดอะแชมเปี้ยนชิพ 4-2

4. รองแชมป์เก่า แมนฯยูไนเต็ด อดีตแชมป์ 12 สมัย ในรอบ 3 พวกเขาจะได้เปิดบ้านเจอกับเรดดิ้ง จากแชมเปี้ยนชิพ ซึ่งปันจุบัน เรดดิ้งอยู่อันดับ 23 หรือรองบ๊วยนั่นเอง ซึ่งฟอร์มช่วงหลัง หลุดออกทะเลเป็นอย่างมาก เพราะไม่ชนะใคร 8 นัดติดต่อกันแล้ว สวนทางกลับแมนฯยูไนเต็ดเจ้าถิ่น ที่นับตั้งแต่โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เข้ามาคุมทีมก็สามารถเก็บชัยได้ 4 นัดซ้อน เทียบเท่ากับสถิติเปิดตัวกุนซือใหม่ของเซอร์แมตต์ บัสบี้ ในอดีตกาลเลยทีเดียว

5. อาร์เซน่อล แชมป์ 13 สมัย และถือว่ายังครองสถิติเป็นแชมป์สูงสุดอยู่ รอบนี้ จะต้องบุกไปเยือนแบล็กพูล ทีมจากลีก วัน ซึ่งฟอร์มล่าสุดก็ไม่สามารถชนะใครใน 90 นาทีมาเป็นเวลา 5 นัดซ้อนๆแล้ว , ส่วนอาร์เซน่อลเองก็เพิ่งคืนฟอร์มเก่ง ถล่มฟูแล่มมา 4-1 นัดนี้อูไน เอเมรี่ อาจจะพักแกนหลักพร้อมกับจัดชุดผสมก็น่าจะผ่านได้ ปีเตอร์ เช็ก จะกลับมาเฝ้าเสาอีกครั้งแน่นอน และเพราะองค์ประกอบทุกอย่างของปืนใหญ่ดีกว่าเยอะ และคู่นี้เพิ่งจะเจอกันมาในลีก คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้ายเมื่อปลายปีที่แล้ว โดยอาร์เซน่อลเป็นฝ่ายชนะมา 2-1 (ก่อนที่อาร์เซน่อลจะมาตกรอบ 8 ทีมสุดท้ายลีก คัพด้วยน้ำมือสเปอร์สในเวลาต่อมา)

6. แมนฯซิตี้ จะได้เฝ้ารังเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ปะทะร็อตเธอร์แฮม ทีมจากเดอะ แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งปัจจุบัน พวกเขารั้งอยู่อันดับ 21 ของลีก มีแต้มเหนือโซนตกชั้นแค่ 3 คะแนน ไม่ว่าเป๊ป กวาร์ดิโอล่าจะจัดทัพแบบไหน อย่างไรแล้วขุนพลเรือใบสีฟ้าก็เหนือกว่าทุกประการ แม้นัดนี้แมนฯซิตี้จะอดใช้งานฟาเบียน เดลป์ ที่ติดโทษแบนก็ตาม

7. บิ๊กแมตช์สำหรับ เอฟเอ คัพ รอบ 3 เมื่อลิเวอร์พูล จะต้องไปเยือน วูล์ฟแฮมตัน 02.45 น. ในคืนวันจันทร์ และถือว่าเป็นคู่ปิดท้ายของเอฟเอ คัพ รอบนี้ และคู่นี้ก็เจอกันเมื่อเอฟเอ คัพ เมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน ซึ่งตอนนั้นวูล์ฟแฮมตัน ยังอยู่ในเดอะแชมเปี้ยนชิพ อยู่เลย และเป็นฝ่ายลิเวอร์พูลที่ต้องตกรอบ 4 ในการแข่งขันซีซั่น 2016-17 ไป

8. สำหรับคู่นี้ หมาป่าVSหงส์ เพิ่งจะเจอกันในพรีเมียร์ลีก ช่วงปลายปี 22 ธ.ค. และลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายบุกชนะ 2-0 จากโมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ เวอร์จิล ฟาน ไดค์ คนละประตู จุดที่เสียเปรียบของลูกทีมเยอร์เก้น คล็อปป์ ก็คือเพิ่งจะเจอดวลศึกหนักกับแมนฯซิตี้ เมื่อคืนวันพฤหัสบดีมา ดังนั้นอาการล้าของแข้งหงส์ย่อมมีมากกว่าวูล์ฟ เพราะวูล์ฟเจอกับคริสตัล พาเลซ ในคืนวันพุธ

9. สเปอร์สของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ได้ลงเล่นเอฟเอ คัพ เป็นคู่แรกของรอบนี้ ตั้งแต่คืนวันศุกร์ 02.45 น. โดยสเปอร์ส จะต้องไปเยือน ทรานเมียร์ โรเวอร์ ซึ่งเป็นตัวแทนจากลีก 2 หรือลีกดิวิชั่น 4 ในสารบบของอังกฤษเลยทีเดียว โดยสเปอร์สจะหมดสิทธิ์ใช้งานซอง เฮือง มิน เพราะศูนย์หน้าเกาหลีใต้ต้องกลับไปรับใช้ชาติในศึกเอเชี่ยน คัพ ที่ยูเออี

10. ทั้งนี้ จากทั้ง 64 ทีมที่แข่งขันในเอฟเอ คัพ รอบ 3 มีทีมจากนอกลีกทีมเดียวที่สามารถทะลุเข้ามายังรอบนี้ได้ นั่นคือ บาร์เน็ต โดยพวกเขามีโปรแกรมจะต้องไปเยือน เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด จากลีกเดอะแชมเปี้ยนชิพ



RELATED POSTS

Thought

ซาร์รี่ คืนความสุขให้เชลซี

มาริโน่

หนึ่งในเซอร์ไพรส์ช่วงต้นฤดูกาล ต้องยกให้การออกสตาร์ตของเชลซี ในยุคกุนซือใหม่ป้ายแดงอย่างเมาริซิโอ ซาร์รี่ แม้แต่เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่ได้งัดข้อประลองฝีมือไปแล้วสองครั้่ง ยังยกนิ้วว่าแปลกใจที่โค้ชชาวอิตาเลียน เข้ามาพลิกโฉมสิงห์บลูส์แทบจำไม่ได้ในเวลาอันรวดเร็ว

Story

มาห์เรซ : ประตูนี้ขออุทิศให้คุณวิชัย

SPORTDesk. Team

เกมพรีเมียร์ลีก คู่มันเดย์ ไนท์ จบลงด้วยชัยชนะของแมนฯ ซิตี้ โดยบุกชนะสเปอร์ส ที่สนามเวมบลี่ย์ 1-0 จากประตูชัยของริยาด มาห์เรซ แนวรุกชาวแอลจีเรีย ตั้งแต่ต้นเกม นาทีที่ 6 และทำให้ ซิตี้ กลับขึ้นไปเป็นจ่าฝูงด้วยการมี 26 แต้มเท่ากับลิเวอร์พูล แต่ผลต่างประตูเรือใบสีฟ้าดีกว่า

Story

10 ประเด็นที่ ‘ต้องไม่พลาด’ ศึกลีกใหญ่ยุโรป

SPORTDesk. Team

สัปดาห์นี้ถือเป็นสัปดาห์แรก ที่ลีกใหญ่ ๆ ทั่วภูมิภาคยุโรป กลับมาฟาดแข้งกันหลังจากเมื่อกลางสัปดาห์มีบอลถ้วยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ ยูฟ่า ยูโรป้า ลีกมาคั่นกลางเป็นแมตช์แรกของฤดูกาลนี้