10 เรื่องราวน่าสนใจในพรีเมียร์ลีก #Matchday8: จาก ร็อดเจอร์สกลับบ้าน ไปถึง การปะทะกันของกุนซือเก้าอี้ร้อน

5 October 2019
233 VIEWS

1. “จิ้งจอก” ของร็อดเจอร์ส ที่อาจจะหยุดสถิติโอเวอร์ของ “หงส์แดง”

เป็นคำถามของแฟนบอลโดยเฉพาะกองแช่ง ที่อยากจะรู้ว่า สถิติชนะ 100% ของ ลิเวอร์พูล จะไปหยุดที่ตรงไหน คำตอบที่รู้ตอนนี้คือ “ไม่มีใครรู้” แต่การกลับมาที่ แอนด์ฟิลด์ อีกครั้งของ แบรนแดน ร็อดเจอร์ส ในฐานะกุนซือ เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งมีฟอร์มร้อนแรง น่าจะทำให้แฟนบอลที่ไม่ใช่เด็กหงส์ หันมาเชียร์อดีตกุนซือ “หงส์แดง” คนนี้กันเป็นแถว

4 วันหลังจากที่ ร็อดเจอร์ส โดนปลดจากตำแหน่ง เจอร์เก้น คล็อปป์ เดินเข้าแทนที่และทำทีมลิเวอร์พูล ประสบความสำเร็จในด้านต่าง ๆ มากมาย แต่สำหรับ ร็อดเจอร์ส อาจจะต้องการโอกาสในการพิสูจน์ ว่าเขาก็มีดี ดังนั้น คงไม่ต้องบอกว่าเกมนัดนี้จะมีความหมายมากต่อเขาแค่ไหน

แล้วถ้ายิ่งมองในแง่ของความเป็นจริง เลสเตอร์ ก็มีโอกาสจริง ๆ ในการเล่นงาน ลิเวอร์พูล ด้วย พวกเขามีศักยภาพมากพอที่จะทำแบบนั้น ส่วนจะทำได้ไหม ต้องรอดูกันอย่างเดียว 

2. ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ บนความน่าผิดหวังใน 5 นัดหลังสุด

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แฮงค์โอเวอร์ รึเปล่า ที่ทำให้ปีนี้ ท็อตแนม ดูเมาหมัด และ ไม่น่ากลัวเหมือนฤดูกาลก่อน ๆ ยิ่งใน 5 เกมหลังสุด พูดได้เลยว่า “อาการหนัก” เพราะ “ไก่เดือยทอง” ชนะเพียงแค่นัดเดียว แล้วโดยยิงไปถึง 12 ประตู

อันที่จริง นัดเดียวที่พวกเขาเอาชนะคือเกมพรีเมียร์ลีกสัปดาห์ก่อนกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ก็เป็นเกมที่เกือบเอาตัวไม่รอดเช่นกัน เพราะต้องเหลือ 10 คน และโดน “กดใส่” ตลอดเกม แถมกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาต้องมาโดน บาเยิร์น มิวนิค เล่นงานเสียยับเยิน 7-2 

ดังนั้น เกมกับไบรจ์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน นัดนี้ เป็นเกมที่บังคับให้ “ไก่เดือยทอง” ต้องได้ผลอย่างเดียวเท่านั้น คือ ชัยชนะ ไม่อย่างนั้นทั้งความมั่นใจ และ สปิริตทีมจะเละเทะไปกันใหญ่ ส่วนจะทำได้ไหม ก็ได้แค่รอดูกัน

3. มาร์โก ซิลวา กับโอกาสจะรักษาตำแหน่งกุนซือท็อฟฟี่ ที่เทิร์ฟ มัวร์

ตั้งแต่ขึ้นชั้นมาที่ยังพรีเมียร์ลีก เบิร์นลีย์ เป็นทีมที่มีสถิติการเล่นในบ้านที่ดีมาตลอด อาจจะไม่ได้ยอดเยี่ยม แต่ก็ไม่ใช่ว่าใครก็ได้ จะมาเก็บ 3 คะแนนเต็มที่ เทิร์ฟ มัวร์ โดยในฤดูกาลนี้ พวกเขาเล่นในบ้านไปแล้ว 3 นัด ชนะ 2 แพ้ 1 และความพ่ายแพ้นัดเดียวของพวกเขาคือความพ่ายแพ้ต่อจ่าฝูงอย่าง ลิเวอร์พูล เท่านั้น

สนามแห่งนี้เอง ที่อาจจะตัดสินอนาคตของ มาร์โก ซิลวา กุนซือตัวเต็งโดนเด้งออกจากตำแหน่งหมายเลข 1 ในพรีเมียร์ลีกตอนนี้ ซึ่งต้องยอมรับว่า เขาต้องการชัยชนะอย่างยิ่งเพื่อสร้างความมั่นใจ และ รักษาตำแหน่งไว้ แต่ถ้าผลไม่เป็นแบบนั้นก็น่าคิด

เสมออาจจะยังไม่เป็นไร แต่ถ้าแพ้ไปล่ะก็…

4. สิงห์ผยอง-นกขมิ้น การเจอกันอีกครั้งของ 2 น้องใหม่ในลีกที่ใหญ่กว่า

ย้อนกลับไปก่อนที่ทั้งคู่จะขึ้นชั้นมาสู่พรีเมียร์ลีกเล็กน้อย นอริช ซิตี้ กับ แอสตัน วิลลา เจอกัน 2 ครั้งใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ โดยในปีก่อน ผลจบลงด้วยสกอร์ 2-1 และเป็นชนะของทีมนกขมิ้นทั้ง 2 นัด แต่มาปีนี้ พวกเขาก็ยังถือไพ่เหนือกว่า ทั้งผลงานที่ดีกว่า อันดับในตารางคะแนนที่สูงกกว่า และ สิทธิ์การได้เล่นในบ้านก่อนในนัดนี้

แน่นอน เกมนี้ถ้าดูจากชื่อชั้น อาจจะไม่ได้น่าสนใจเท่ากับเกมที่มีทีมใหญ่แข่งขันกันในเวลาที่ตรงกัน แต่แมตช์นี้น่าจะเป็นเกมหนึ่งที่สนุก และน่าจะเป็นเกมที่น่าประทับใจแมตช์หนึ่งเลย

5. ชัยชนะครั้งแรก (อีกครั้ง) ของ ชานเชซ ฟลอเรซ ที่ยังหาไม่เจอ

วัตฟอร์ด ตัดสินใจปลด มาร์โก ซิลวา หลังทีมไม่ชนะใครมา 3 นัด ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเร็วเกินไป ก่อนใส่ชื่อของ กีเก ซานเชซ ฟลอเรซ กุนซือหน้าเก่า เข้ามารับตำแหน่งกุนซือคนใหม่ แต่ก็ดูเหมือนมันยังไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก เพราะหลังจากนั้น “แตนอาละวาด” ก็ยังไม่สามารถคว้าชัยได้อยู่ดี

การต้อนรับการมาเยือนของ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในสัปดาห์นี้ ดูเหมือนจะเป็นโอกาสให้วัตฟอร์ด เก็บ 3 แต้ม แต่ถ้ามองดูสถิติแล้วก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่ดี เพราะทีมน้องใหม่ ยังไม่แพ้ใครในเกมเยือนปีนี้เลย ดังนั้นถ้า ซานเชซ ฟลอเรซ จะเก็บชัยนัดแรกในเกมลีกให้ได้สักที ก็ต้องโชว์ของดีให้เห็นกันหน่อย

6. “ขุนค้อน” จะไล่ล่าพื้นที่ยุโรปในฤดูกาลนี้?

เวสต์แฮม เป็นทีมที่ทำผลงานได้ดีแบบเงียบ ๆ ในฤดูกาลนี้ ส่วนหนึ่งที่ไม่หวือหวา เพราะว่าเมื่อดูจากรายชื่อนักเตะบนหน้ากระดาษแล้ว พวกเขามีศักยภาพเพียงพอในการทำแบบนั้นอยู่แล้วแต่ตอนนี้ ต้องยอมรับว่าหนทางยังยาวไกล และเปิดกว้างสำหรับทุกทีมอยู่พอสมควร

การเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ คริสตัล พาเลช ในนัดนี้ถือเป็นบททดสอบที่ดีของ “ขุนค้อน” ที่ต้องเจอกับทีมที่เล่นเกมรับดีเป็นอันดับ 2 ของพรีเมียร์ลีก โดยพวกเขาเพิ่งเสียประตูไป 7 ลูก เป็นรองเพียง ลิเวอร์พูล และ เลสเตอร์ ที่เสีย 5 ประตู เท่านั้น และลูกทีมของ มานูเอล เปเยกรินี จะเจาะเกมรับปราสาทเรือนแก้วเก็บ 3 แต้มได้หรือไม่?

7. เอเมรี กับกองกลางของเขา

แม้จะไม่ถูกใจแฟนบอล แต่ อูไน เอเมรี ก็ตั้ง กรานิต ชากา เป็นกัปตันทีม และส่งลงเล่นเสมอ ๆ จนแฟน ๆ เรียกว่า “ลูกรัก” ไปแล้ว อันที่จริง ต้องยอมรับว่า แดนกลางของอาร์เซนอล ไม่ใช่กองกลางที่ทำผลงานยอดเยี่ยมเมื่อเทียบกับทีมบิ๊กซิกซ์ อื่น ๆ แต่ก็ดูเหมือน เอเมรี จะพอใจที่เป็นแบบนั้น

การมีตัวเลือกอย่าง มัตเตโอ เกวนดูซี, โจ วิลล็อก, ดานี เซบาญอส และ ลูคัส ตอร์เรย์รา ทำให้มีความเป็นไปได้ในการจัดทัพมากมายสำหรับกุนซือชาวสเปน และยิ่งต้องมาเจอกับทีมที่แพ้ทางเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม อย่าง บอร์นมัธ ที่ไม่เคยมาเก็บแต้มที่นี่ได้เลย จึงทำให้นี่น่าจะเป็นแมตช์ที่ให้โอกาส เอเมรี ได้ทดลองอะไรเพิ่มเติมได้

ภายใต้กองหน้าที่มีอยู่ในทีมอย่าง ปีแอร์ เอเมอริค โอบาเมยัง, อเล็กซองด์ ลากาแซ็ตต์ และ นิโกลาส์ เปเป้ ถ้าอาร์เซนอล ได้กองกลางที่ลงตัว จะทำให้พวกเขาน่ากลัวยิ่งขึ้นไป แต่คำถามคือ พวกเขาจะหาเจอกันเมื่อไหร่ หรือ จะเป็นเกมนี้เลย?

8. 3 คะแนนที่พลาดไม่ได้ของ “เรือใบสีฟ้า”

ช่องว่าง 5 คะแนนระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี กับลิเวอร์พูล บนตารางคะแนนพรีเมียร์ลีกในตอนนี้ อาจจะไม่ได้ห่างเกินไป เมื่อดูจากโปรแกรมที่เหลือ และ ความเป็นไปได้ในโลกฟุตบอล แต่เมื่อดูจากความแข็งแกร่งที่ “หงส์แดง” เป็นอยู่ตอนนี้ คงไม่ใช่เรื่องดีที่จะปล่อยให้คู่แข่งหนีไปไกลกว่าเดิม

เป็นเรื่องที่รู้กันดีว่า วูล์ฟแฮมป์ตัน เป็นทีมที่ทำผลงานกับทีม บิ๊กซิกซ์ ได้อย่างน่าประทับใจในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ในฤดูกาลนี้ จะเป็นแบบนั้นอีกหรือไม่ก็ไม่มีใครแน่ใจ ยิ่งฟอร์มของพวกเขาจนถึงตอนนี้ก็เพิ่งชนะไปแค่นัดเดียวเท่านั้น แฟน ๆ “หงส์แดง” คงต้องลุ้นเหนื่อยถ้าจะให้พวกเขาเบรก ซิตี้ ในเกมนี้

ความน่าสนใจคือแรงกดดันของคำว่า “ต้องชนะ” จะเล่นงาน ซิตี้ ได้มากแค่ไหน เพราะแมตช์นี้ พวกเขาต้องเล่นหลัง ลิเวอร์พูล ด้วย และไม่ว่า “หงส์แดง” จะชนะ หรือไม่ คำว่า “ต้องชนะ” จะกดดัน ซิตี้ หนักไม่แพ้กันแน่นอน 

9. การมองหา คลีนชีต ต่อไปของ เชลซี

หลังผ่านมา 7 นัด เชลซี เพิ่งทำ คลีนชีตสำเร็จ นัดแรกในนัดที่แล้วมี่พวกเขาเอาชนะ ไบรจ์ตัน 2-0 และพวกเขายังต้องการ คลีนชีต อย่างต่อเนื่องอย่างไม่ต้องสงสัย

เชลซี ของ แฟรงก์ แลมพาร์ด เริ่มผลิดอกออกผลในการพยายามใช้เด็ก ๆ ลงสนาม และทำผลงานได้ดีเรื่อย ๆ แถมล่าสุดก็ไปชนะมาใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อกลางสัปดาห์ ทำให้ความมั่นใจในทีมน่าจะอยู่ในสภาวะที่ยอดเยี่ยม และเกมกับ เซาธ์แฮมป์ตัน พวกเขาก็ดูมีเปรียบกว่าในการเก็บ 3 คะแนน

แต่คงจะดีกว่าสำหรับ “แลมพ์” ถ้าพวกเขาได้ทั้ง 3 แต้ม และ คลีนชีต ซึ่งเมื่อดูผลงานการเล่นใน เชนต์ แมรี ที่ยังไม่ชนะใครตลอด 3 นัด และยิงได้แค่ 3 ประตูเท่านั้น “สิงห์บลูส์” ก็ดูมีโอกาสได้สิ่งที่ต้องการอยู่เหมือนกัน

10. #SaveSolskjaer หรือ #SaveBruce จะเชฟใครแฟนบอลก็ไม่ถูกใจทั้งนั้น

การเจอกันที่ เชนต์ เจมส์ ปาร์ค ของ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือการเผชิญหน้ากันของ 2 ทีมที่มีกุนซือเก้าอี้ร้อนที่สุด 2 คน (ไม่นับมาร์โก ซิลวา อีกคน) มาเจอกันเอง 

สำหรับ สตีฟ บรูช คงไม่ต้องบรรย้ายว่าทำไม เพราะอันดับในตารางคะแนนชี้ชัดอยู่แล้ว ถึงแม้ว่าอันที่จริง ความเดือดดานของเหล่า “ทูนอาร์มี” จะไปอยู่ที่ฝ่ายบริหาร มากกว่าจะไปลงที่กุนซือวัย 58 ปีก็ตาม ขณะที่ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เป็นหนึ่งในกุนซือที่แฟน ๆ เอือมมากที่สุดในตอนนี้ เพราะผลงานในสนามเริ่มไม่เป็นทรง ส่วนหนึ่งอาจจะพูดได้ว่าเป็นเพราะอาการบาดเจ็บของนักเตะ แต่หากใครดูเกมของ “ปีศาจแดง” ก็จะรู้ว่า เป็นบอลที่ “ไม่มีอะไร” พอสมควรเลยทีเดียว

ผลแพ้ชนะนัดนี้ อาจจะมีผมต่อความอยู่รอดของทั้งสองกุนซือไม่น้อย และถ้าผลออกเสมอนี่ ก็ไม่ดีต่อทีมไหนเลยเหมือนกัน