10 ประเด็น “เก็บตก” ลีกใหญ่ที่ฝุ่นควันยังเป็นพิษ

21 January 2019
290 VIEWS

ฟุตบอลลีกใหญ่สุดสัปดาห์ที่ผ่านมามีประเด็นสำคัญมากมาย ทั้งความร้อนแรงของแมนฯยูไนเต็ด ภายใต้การคุมบังเหียนของโอเล่ กุนนาร์ โซลชา , แมนฯซิตี้ กลายเป็นทีมแรกในซีซั่นนี้ที่ยิงทะลุ 100 ประตู , และควันหลงบิ๊กแมตช์ ปืนชนะสิงห์ในลอนดอน ดาร์บี้แมตช์…ท่ามกลางหมอกควัน ค่าฝุ่นที่กรุงเทพที่ยังเกินมาตรฐานต่อไปอีก

พรีเมียร์ลีก 

1.ลิเวอร์พูล จ่าฝูงชนะคริสตัล พาเลซ หืดจับสุดๆ ชนะ 4-3 โดยเกมนี้ เจมส์ มิลเนอร์ โดนไล่ออกท้ายเกมด้วย  ขณะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เหมา 2 ประตู  ทำให้โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซัดประตูในพรีเมียร์ลีก ครบ 50 ประตูแล้ว โดยใช้เกมลงเล่นทั้งสิ้น 72 เกม เทียบเท่ากับสถิติของเฟร์นันโด ตอร์เรส , โดยในอดีตมีเพียง 3 คนเท่านั้นที่ยิง 50 ประตูโดยใช้เวลาเร็วกว่า ซาลาห์ นั่นคือ แอนดี้ โคล (65 เกม),อลัน เชียร์เรอร์ (66 เกม) และ รุด ฟาน นิสเตลรอย (68 เกม) 

อย่างไรก็ตาม เกมนี้ อลิซอน ต้องเสีย 3 ประตูในเกมเดียวเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เขาย้ายมาอยู่กับหงส์แดง 

2. แมนฯซิตี้ ก็ยังตามกดดันลิเวอร์พูลได้ต่อไป โดยบุกชนะฮัดเดอร์สฟิลด์ 3-0 ทำให้ยังตามหลัง หงส์แดง 4 คะแนนเหมือนเดิม  , และ แมนฯซิตี้ กลายเป็นทีมแรกในลีกหลักที่ยิงประตูในทุกรายการทะลุ 100 ประตูในซีซั่นนี้ โดยปัจจุบันพวกเขายิงไปแล้ว 102 ประตู ส่วนทีมอันดับ 2 ที่ตามมาคือเปแอสเช ยิงไป 90 ประตู 

3. สเปอร์ส อันดับ 3 เก็บชัยได้แบบหวุดหวิดสุด จากการบุกแซงชนะฟูแล่ม 2-1 ได้ประตูชัยในช่วงทดเจ็บจากแฮร์รี่ วิงค์ส  ซึ่งนี่คือประตูที่ 2 ของวิงค์ส ในพรีเมียร์ลีก แต่ทว่าทิ้งห่างจากประตูแรกที่เขาทำได้ถึง 792 วัน 

4. บิ๊กแมตช์ อาร์เซน่อล ชนะ เชลซี 2-0 จาก 2 ประตูของอเล็กซองด์ ลากาแซตต์ และ โลร็องต์ กอสเซียลนี่ , ซึ่ง 1 ประตูของกอสเซียลนี่ ทำให้เขาทำสถิติยิงได้ทุกฤดูกาลอย่างน้อยๆ 1 ประตู นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับอาร์เซน่อล เมื่อปี 2010  และ และ  ปืนใหญ่ ชนะรวดทุกนัดที่ กอสเซียลนี่ ยิงได้ในเกมเหย้าของพรีเมียร์ลีก นับรวมนัดนี้เป็นนัดที่ 13 ติดต่อกันให้แล้ว

5. ส่วน แมนฯยูไนเต็ด ชนะ ไบรท์ตัน 2-1  มาร์คัส แรชฟอร์ดซัดได้ 1 ประตู ซึ่งต้องถือว่าช่วงนี้แรชฟอร์ดมีสถิติอันตรายสุดๆ เพราะ 10 เกมหลังสุด เขา ยิง 7 ประตู แอสซิสต์อีก 3 ประตู , ด้าน โอเล่ กุนนาร์ โซลชา สร้างประวัติศาสตร์เป็นกุนซือแมน ยูไนเต็ด คนแรกที่เข้ามาคุมทีม และออกสตาร์ทเก็บชัยชนะเกมลีก 6 นัดรวด ในยุคพรีเมียร์ลีก มีกุนซือแค่ 2 คนคือ คาร์โล อันเชล็อตติ และเป๊ป กวาร์ดิโอลา ที่เข้ามาคุมทีมในอังกฤษ และชนะรวดเกมลีก 6 นัดแรก

6. ด้าน เซาแธมป์ตัน ชนะ เอฟเวอร์ตัน 2-1 แต่ 1 ประตูของเอฟเวอร์ตันที่ได้จาก กิลฟี่ ซิกูร์ดสัน นั้น ทำให้เขา   ยิงไปแล้ว 55 ประตูในพรีเมียร์ลีก ขึ้นไปทาบสถิตินักเตะ ไอซ์แลนด์ ยิงประตูสูดสุดในรายการนี้เทียบเท่า ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่น เรียบร้อยแล้ว 

วูล์ฟแฮมตัน เฉือนชนะเลสเตอร์ สุดมันส์ 4-3 โดยที่วูล์ฟแฮมตัน ได้ ดีเอโก้ โจต้า ทำแฮตทริกได้  และ โจต้า ถือเป็นนักเตะโปรตุเกสคนแรกในรอบ 11 ปีที่ทำแฮตทริกได้ในพรีเมียร์ลีก , โดยคนสุดท้ายที่ทำได้คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยิงนิวคาสเซิ่ล เมื่อปี 2008 

ลาลีกา 

7. บาร์เซโลน่า เปิดบ้านชนะเลกาเนส 3-1  โดยที่ลีโอเนล เมสซี่ลงมาเป็นตัวสำรองและซัดปิดกล่องได้  ส่วนอีก 2 ประตูได้มาจากอุสมาน เดมเบเล่ และ หลุยส์ ซัวเรส , 1 ประตูของหลุยส์ ซัวเรส ทำให้เขา ขึ้นมาเป็นดาวยิงอันดับ 5 ตลอดกาลของสโมสร โดยยิงไปแล้ว 168 ประตู  ขณะที่อันดับ 1 ตลอดกาลยังคงเป็นของเมสซี่ที่กระทุ้งไป 576 ประตู

8. ด้าน แอต.มาดริด  รองจ่าฝูง บุกชนะอูเอสก้า 3-0 ทำให้ยังตามบาร์ซ่า 5 คะแนนต่อไป , ส่วนเรอัล มาดริด แม้ชนะเซบีย่า ในบิ๊กแมตช์ 2-0 แต่ก็ได้ 2 ประตูในช่วงท้ายเกมจากคู่หูมิดฟิลด์ คาเซมิโร่ และ ลูก้า โมดริช และนั่นทำให้ เรอัล มาดริด ชนะเซบีย่า ในบ้าน ในเกมลีก 10 ปีติดต่อกัน

กัลโช่ เซเรีย อา

9. นาโปลี เฉือนชนะ ลาซิโอ ที่เหลือ 10 คนแบบสุดมัน 2-1 จากชัยชนะทำให้ นาโปลีของคาร์โล อันเชล็อตติ มี 47 แต้ม ตามหลังยูเวนตุส 6คะแนน แต่ยูเวนตุสยังมีเกมในมืออีก 1 เกม โดยจะพบคิเอโว่ ในค่ำคืนวันจันทร์

ด้าน ฟิออเรนติน่า เปิดบ้านเสมอ ซามพ์โดเรีย 3-3 เกมนี้ ฟาบิโอ กวาร์ยาเรลล่า กองหน้าลา ซามพ์ ซัด 2 ประตู และนั่นทำให้เขา ยิงประตูติดต่อกันในลีก 10 เกมแล้ว  ส่วนจำนวนประตู ตอนนั้นขึ้นมาเป็น 14 ประตู เป็นดาวซัลโวร่วมกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ของยูเว่ และ ดูวาน ซาปาต้า ของอตาลันต้า แล้ว 

บุนเดสลีกา

10. ปิดท้ายที่ลีกเยอรมนีที่กลับมาโม่แข้งสัปดาห์แรก ดอร์ทมุนด์ยืดเวลาในการรั้งจ่าฝูงได้ต่อไป จากการบุกชนะแอร์เบ ไลป์ซิก 1-0 จากประตูชัยของอาเซล วิตเซล ตั้งแต่ต้นเกม  , ขณะที่ บาเยิร์น มิวนิค ก็ไม่ยอมลดราวาศอกง่ายๆ บุกชนะฮอฟเฟ่นไฮม์ 3-1 จากการเหมา 2 ประตูของเลออน โกเร็ตก้า และ 1 ประตูจากโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ทำให้บาเยิร์นตามหลังดอร์ทมุนด์อยู่ 6 คะแนนเท่าเดิม