10 ประเด็นต้องห้ามพลาด! เอฟเอ คัพ และ 3 ลีกยักษ์ยุโรป

15 February 2019
95 VIEWS

แม้จะไม่มีโปรแกรมพรีเมียร์ลีกในสัปดาห์นี้ แต่ฟุตบอลเอฟเอ คัพ รอบที่ 5 ที่รออยู่ก็เร้าใจไม่แพ้กัน

เพราะอย่างน้อยก็ยังมีบิ๊กแมตช์แบบเอาให้สาสมใจ เมื่อ เชลซี จะได้เปิดบ้านดวลกับ แมนฯยูไนเต็ด ขณะที่เต็งหนึ่ง แมนฯซิตี้ จะบุกไปเยือนทีมจอมพลิกล็อกจากลีก ทู อย่างนิวพอร์ท นอกจากนี้ลีกอื่นๆ อาทิ สเปน , อิตาลี และเยอรมนี ก็มีหลากหลายคู่ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษ

เอฟเอ คัพ 

1.เอฟเอ คัพ รอบ 16 ทีมสุดท้าย บิ๊กแมตช์ เชลซี จะเปิดบ้านพบกับ แมนฯยูไนเต็ด ในคืนวันจันทร์ ซึ่งก่อนเกม เชลซี ของ เมาริซิโอ ซาร์รี่ เรียกขวัญกลับมาด้วยการบุกไปพิชิต มัลโม่ 2-1 ในถ้วยยูโรป้าลีก หลังเพิ่งโดน แมนฯซิตี้ ถล่มมายับเยิน 6-0 ส่วนแมนฯยูไนเต็ด ภายใต้ยุคของโอเล่ กุนนาร์ โซลชา เพิ่งแพ้นัดแรกคาบ้านต่อ เปแอสเช ในแชมเปี้ยนส์ ลีก 2-0 

สำหรับคู่นี้ ถือเป็นการรีแมตช์นัดชิง ซีซั่นที่แล้วด้วย โดยนัดชิงฯปีก่อน เชลซี เป็นฝ่ายชนะ 1-0 จากจุดโทษของเอเด็น อาซาร์ 

2.ส่วนในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ เจอกันมาแล้ว 1 ครั้งที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ จบลงด้วยผลเสมอ 2-2 โดย อันโตนิโอ รูดิเกอร์ และ รอสส์ บาร์คลี่ย์ ช่วยกันซัดประตูให้เชลซี ขณะที่ผีแดงได้ อองโตนี่ มาร์กซิยาล ซัดเบิ้ล  แต่เกมนี้ มาร์กซิยาล รวมถึง เจสซี่ ลินการ์ด อาจจะมีปัญหาอาการบาดเจ็บและไม่พร้อมสำหรับเกมนี้ 

3.เชลซี อาจจะต้องมีการรื้อระบบ ยกแผงกันชุดใหญ่ หากยังต้องการความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดย วิลเลี่ยน ที่ไม่ได้โอกาสลงเล่นในเกมลีกล่าสุด น่าจะกลับมาคืนตำแหน่งตัวจริง และที่สำคัญ เชลซีได้พักมาน้อยกว่า แมนฯยูไนเต็ด เพราะเพิ่งบดกับ มัลโม่ มาในเกมยูฟ่า ยูโรป้า ลีก เมื่อวันพฤหัสบดี 

4..ส่วนเอฟเอ คัพอีกคู่ที่น่าสนใจ นิวพอร์ท เคาท์ตี้ จากลีก ทู จะเปิดบ้านพบกับ แมนฯซิตี้ ในวันเสาร์ เวลา 00.30 น. โดยการเจอกันของคู่นี้ ถือเป็นการเจอกันที่ “ห่างชั้น” ที่สุดในรอบ 16 ทีมสุดท้าย หากนับรวมกับอีก 7 คู่ที่เหลือ เพราะปัจจุบัน นิวพอร์ต รั้งอันดับ 14 ในลีกทู  ขณะที่ แมนฯซิตี้ เป็นจ่าฝูงของพรีเมียร์ลีก ซึ่งเมื่อหากเอาอันดับของทุกทีมในลีกอังกฤษ มาเทียบกัน คู่นี้ อยู่ห่างกันราว 82 อันดับ

นิวพอร์ท ว่ากันตามจริงแล้ว ถือเป็นพวกจอมพลิกล็อก ในเอฟเอ คัพ เพราะในรอบที่ 3 พวกเขาปราบ เลสเตอร์ ตัวแทนจากพรีเมียร์ลีกได้ในบ้านด้วยสกอร์ 2-1 จากนั้น ในรอบที่ 4 ก็จัดการปราบ มิดเดิลสโบรช์ จากเดอะแชมเปี้ยนชิพ ด้วยสกอร์ 2-0 ในนัดรีเพลย์ หลังจากนัดแรกพวกเขาไปยันเสมอโบโร่ ได้  1-1 

5.ด้าน แมนฯซิตี้ อดีตแชมป์รายการนี้ 5 สมัย ในรอบที่ 3 ชนะ ร็อตเธอร์แฮม จากแชมเปี้ยนชิพ 7-0, รอบที่ 4 ถล่ม เบิร์นลี่ย์ เพื่อนร่วมลีก 5-0 แต่นัดนี้ ต้องขึ้นอยู่กับว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะจัดทัพแบบไหน เพราะอย่างน้อย พวกเขามีเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก ที่จะต้องบุกไปเยือน ชาลเก้ ในคืนวันพุธรออยู่

ลาลีกา 

6.บาร์เซโลน่า จ่าฝูงของกุนซือ เออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้  ที่เพิ่งสะดุดเสมอในลีกมา  2 นัดซ้อนๆ จะได้เปิดบ้านคัมป์ นู เจอกับ เรอัล บายาโดลิด อันดับ 15 โดยคู่นี้ บัลเบร์เด้ คงต้องเรียกความมั่นใจกลับมาให้เร็วที่สุด เพราะสะดุดอีกไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน อีกทั้งกลางสัปดาห์หน้ายังมีเกม แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่ต้องไปเยือนโอลิมปิก ลียง รออยู่อีกด้วย

สำหรับ คู่นี้ นัดแรกที่เจอกันที่บ้านบายาโดลิด บาร์ซ่าบุกเฉือน 1-0 จากประตูชัยของ อุสมาน เดมเบเล่ ซึ่งสาเหตุที่บาร์ซ่าเล่นไม่ออก ชนะไม่ขาดในวันนั้น หากใครยังพอจำกันได้ ก็คือมาจากสภาพสนามที่ โฆเซ่ ซอร์ริย่า ย่ำแย่สุดๆ ราวกับเป็นไร่ปลูกมันฝรั่ง

7.ฝั่ง เรอัล มาดริด สัปดาห์นี้ได้เปิดบ้านกับ กิโรน่า ทีมอันดับ 4 จากท้ายตาราง หลังจาก เรอัล มาดริด เพิ่งบดชนะ ไอแอ๊กซ์ มาใน UCL ดังนั้นสภาพร่างกายอาจจะเป็นรองเล็กน้อย แต่ขนาดทีมของราชันชุดขาวนั้นใหญ่กว่ากิโรน่ามาก โดยทีมของ ซานติอาโก้ โซลารี่ มีเพียง อิสโก้ คนเดียวที่เจ็บ ซึ่งผลงานของ เรอัล มาดริด ชนะในลีกมา 5 นัดซ้อนๆ ขณะที่ กิโรน่า ฟอร์มยิ่งดำดิ่งจมลึกเพราะไม่ชนะ 10 นัดติดต่อกันแล้ว

บุนเดสลีกา

8.บาเยิร์น มิวนิก รองจ่าฝูงต้องลงสนามตั้งแต่คืนวันศุกร์ โดยจะไปเยือน เอาก์บวร์ก ทีมอันดับ 15 คงต้องวัดใจดูกันว่า นิโก้ โควัช จะจัดทีมอย่างไร เพราะพวกเขามีคิวบุกเยือน ลิเวอร์พูล รออยู่ในคืนวันอังคาร  อย่างไรก็ตาม ฟอร์มในบุนเดสลีกา 9 นัดหลังสุด เสือใต้ กลับมาร้ายกาจเหมือนเดิมแล้ว เพราะชนะได้ถึง 8 นัด (แพ้นัดเดียวต่อเลเวอร์คูเซ่น) โดยเกมนี้ บาเยิร์น ไม่มีตัวเจ็บหรือติดโทษแบน แถม เจอโรม บัวเต็ง น่าจะได้โอกาสคืนตัวจริงเสียที หลังจากตกเป็นสำรองมานาน 

9. ดอร์ทมุนด์ เพิ่งพังเละในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก จะกลับมาในลีกเมืองเบียร์คืนวันจันทร์ โดยจะได้พบกับเนิร์นแบร์ก ทีมบ๊วย ที่ไม่ชนะใครเลย 12 นัดหลังสุดในทุกรายการ และแพ้ไปถึง 9 นัด แต่ ลูเซียง ฟาฟร์ ก็เจอช่วงเวลาที่ไม่ดีเหมือนกันเพราะไม่ชนะใคร 4 นัดซ้อนๆ แล้ว ดังนั้นเกมสัปดาห์นี้ คงจะเป็นเกมเรียกความมั่นใจของเสือเหลืองให้กลับคืนมาอีกครั้ง  แต่หากสะดุดอีก งานนี้มีสิทธิ์ที่จะโดนบาเยิร์นหายใจรดต้นคอ

กัลโช่ เซเรีย อา

10.ยูเวนตุส ยังคงไร้เทียมทานไม่แพ้ใคร สัปดาห์นี้พวกเขาต้องลงสนามตั้งแต่คืนวันศุกร์ โดยจะได้เปิดบ้านพบกับ โฟรซิโนเน่ รองบ๊วย ซึ่งต้องมาเดาใจกันว่า มัสซิมิเลียโน อัลเลกรี จะวางหมากเต็มร้อยแค่ไหน เพราะ ม้าลาย ก็มีเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รออยู่ โดยจะไปเยือน แอตฯมาดริด ในคืนวันพุธนี้ ซึ่งตอนนี้พวกเขาได้ อันเดรีย บาซาญี่ หายเจ็บกลับมาแล้ว และอาจจะได้ลงไปเคาะสนิมเกมนี้ 

ส่วน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่ว่าจะอย่างไร เขาอยากลงสนามเสมอ และอยากยิงประตูเสมอไม่เคยเปลี่ยน เพื่อรักษาตำแหน่งดาวซัลโว ที่ตอนนี้ CR7 นำอยู่ที่จำนวน 18 ประตู