10 ควันหลง 4 ลีกใหญ่ยุโรป

4 March 2019
153 VIEWS

สัปดาห์ที่ผ่านมา ฟุตบอล 4 ลีกใหญ่มีประเด็นน่าสนใจให้ขุดคุ้ย ล้วงลึก มากมาย

ทั้งสถานการณ์จ่าฝูงที่เปลี่ยนไปอย่างเป็นทางการของพรีเมียร์ลีก

ในสเปนก็มีประเด็นการย้ำแค้นของบาร์เซโลน่าในศึกเอล กลาซิโก้

ส่วนที่เยอรมนี ตอนนี้ บาเยิร์น-ดอร์ทมุนด์ สถานการณ์กลับมาในจุดที่เท่ากันอีกแล้ว…

พรีเมียร์ลีก

1. เริ่มต้นที่บิ๊กแมตช์วันเสาร์ สเปอร์สเสมอกับอาร์เซน่อลแบบสุดดราม่า 1-1 โดยปืนใหญ่นำก่อนจากอาร่อน แรมซี่ย์ แต่สเปอร์สตีเสมอได้จากจุดโทษของแฮร์รี่ เคน,  ท้ายเกมปืนใหญ่มีโอกาสชนะเสียดายที่ปิแอร์ เอเมริก โอบาเมยอง สังหารจุดโทษพลาด และทาง ลูคัส ตอร์เรร่า มาโดนใบแดงไปอีกคน

นัดนี้เป็นการเสมอนัดแรกในฤดูกาลของสเปอร์ส ภายใต้การคุมทีมของเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ขณะเดียวกัน อูไน เอเมรี่ก็ยังไม่เคยพาทีมปืนใหญ่เก็บคลีนชีทในการออกไปเล่นเป็นทีมเยือนได้เลย ตลอด 14 นัดที่ผ่านมา เสียไปถึง 27 ประตู

ด้าน คู่เมอร์ซี่ไซด์ ดาร์บี้ แมตช์ จบลงด้วยผลเสมอ 0-0, โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิงประตูไม่ได้ 3 เกมติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล (แมนฯยูไนเต็ด-วัตฟอร์ด-เอฟเวอร์ตัน ล่าสุด) 

ขณะที่ อลิซอน  ผู้รักษาประตูหงส์แดง  เก็บคลีนชีตในพรีเมียร์ลีก ไปแล้ว 17 เกม ซึ่งเป็นสถิติมากที่สุดของผู้รักษาประตูที่เปิดตัวเป็นฤดูกาลแรก ตอนนี้ขาดอีก 3 เกม ก็จะทาบสถิติสูงสุดของ โฆเซ่ เรน่า ที่เคยทำไว้ 20 เกมเมื่อฤดูกาล 2005-06

2. แมนฯยูไนเต็ด เปิดโอลด์แทรฟฟอร์ดชนะ เซาแธมป์ตัน 3-2 โรเมลู ลูกากู สุดยอดเหมา 2 ประตู , ทำให้ 2 นัดหลัง เขาซัดไปแล้ว 4 ประตู  พาทีมผีแดงขยับแซงอาร์เซน่อลขึ้นมาอยู่ที่ 4 แล้ว 

3. ฝั่ง แมนฯซิตี้ ขึ้นจ่าฝูงอย่างเป็นทางการเสียที จากประตูชัยของริยาด มาห์เรซ ช่วยให้เรือใบบุกชนะบอร์นมัธ 1-0  , ใครเลยจะเชื่อว่าตอนสิ้นปี 2018 แมนฯซิตี้ ตามหลังลิเวอร์พูลอยู่ 10 คะแนนอยู่เลย แต่ตอนนี้สามารถแซงนำได้แล้ว 1 คะแนน ขณะที่ยังเหลือการแข่งขันเหลืออีก 9 เกม 

4. เชลซี กลับมาฟื้นคืนชีพได้อีกครั้ง นับตั้งแต่ชวดแชมป์ลีก คัพ เพราะเก็บชัยลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ได้ 2 นัดซ้อนๆ ต่อสเปอร์ส และ ฟูแล่ม ในเกมล่าสุด ด้วยสกอร์ 2-1 เกมนี้ เอเด็น อาซาร์ แม้จะยิงไม่ได้แต่แอสซิสต์ได้ ทำให้อาซาร์ เป็นนักเตะ เชลซี คนที่ 3 ที่ทำอย่างน้อย 50 แอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีก ต่อจาก แฟรงค์ แลมพาร์ด (90 ลูก) และ ดิดิเยร์ ดร็อกบา (55 ลูก) ขณะที่ ฟูแล่ม กลายเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่แพ้เกม ลอนดอนดาร์บี้ 10 นัดใน 1 ฤดูกาล 

5. ด้าน เบรนดัน ร็อดเจอร์ส คุมทีมนัดแรกในพรีเมียร์ลีก กับ 3 สโมสรแพ้รวด  โดยล่าสุดคุมเลสเตอร์บุกแพ้ วัตฟอร์ด 1-2 ,โดยก่อนหน้านี้ ร็อดเจอร์เคยคุม ลิเวอร์พูล บุกแพ้เวสต์บรอมวิช 0-3 เมื่อ 2012-13, และเคยคุมสวอนซี บุกแพ้แมนฯซิตี้ 0-4 เมื่อฤดูกาล   2011-12 

ลาลีกา

6. เอล กลาซิโก้ เวอร์ชั่นเกมลีกกระทิง จบลงด้วยชัยชนะของบาร์ซ่าที่บุกชนะเรอัล มาดริดที่ซานติอาโก้ เบอนาเบวอีกแล้ว ด้วยสกอร์ 1-0 จากอีวาน ราคิติช ส่งผลให้ บาร์เซโลน่า สามารถทำสถิติเฮดทูเฮดดีกว่าเรอัล มาดริด เป็นครั้งแรกในรอบ 87 ปี หลังบุกชนะได้ โดยครั้งสุดท้ายที่เฮดทูเฮดของบาร์ซ่าเหนือกว่าราชันชุดขาวต้องย้อนไปในยุค 1930s , ตอนนี้สถานการณ์ลุ้นแชมป์ แทบจะไม่เหลือสำหรับลูกทีมซานติอาโก้ โซลารี่แล้ว 12 คะแนน ขณะที่เหลือการแข่งอีก 12 เกม

7. แอต.มาดริด เล่น 10 คน ยังรั้งรองจ่าฝูง บุกชนะเรอัล  โซเซียดาด 2-0 จากการเหมาทั้ง 2 ประตูของอัลบาโร่ โมราต้า ตอนนี้ตราหมียังตามบาร์ซ่าจ่าฝูง 7 คะแนน เท่าเดิม

ด้าน อลาเบส บุกชนะบียาร์เรอัล 2-1 จากประตูชัยท้ายเกมของ ทาคาชิ อินูอิ  ทำให้แข้งทีมชาติญี่ปุ่นสร้างสถิติใหม่กลายเป็นนักเตะญี่ปุ่น คนแรกที่ยิงประตูใน ลาลีก้า สเปน ให้กับต้นสังกัดถึง 2 สโมสร (เออิบาร์ และ อลาเบส)

เอสปันญ่อล ชนะ เรอัล บายาโดลิด 3-1 เกมนี้ เอสปันญ่อลได้ 1 ประตูจากหวู เล่ย แข้งทีมชาติจีนในช่วงท้ายเกม และนั่นทำให้หวู เล่ย กลายเป็นนักเตะจีนคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ยิงประตูในลีกกระทิงดุได้ด้วย 

กัลโช่ เซเรีย อา

8. โรม ดาร์บี้แมตช์  จบลงด้วยชัยชนะอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดของลาซิโอที่เหนือโรม่าถึง 3-0  จากชัยชนะทำให้ลาซิโอทำแต้มจี้โรม่าซึ่งอยู่ที่ 5  โดยตามหลังกันแค่ 3 คะแนนเท่านั้นแล้ว 

ขณะที่อีกหนึ่งคู่บิ๊กแมตช์ ยูเวนตุส บุกชนะนาโปลี 2-1 ในเกมสุดเดือดที่ทั้ง 2 ฝ่ายโดนใบแดงไปฝั่งละ 1 คะแนน ตั้งแต่ช่วงท้ายครึ่งแรกและต้นครึ่งหลัง ทำให้ ณ เวลานี้ลูกทีมมัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี นำ นาโปลี ไกลถึง 16 คะแนนแล้ว และเหลือการแข่งขันอีกแค่ 12 นัดเท่านั้น…สิ่งที่น่าสนใจตอนนี้คือ ยูเวนตุสจะรักษาสถิติไร้พ่ายได้จนจบฤดูกาลหรือไม่

บุนเดสลีกา

9. โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เริ่มหนาวๆร้อนๆแล้ว เพราะล่าสุดออกไปแพ้เอาก์สบวร์ก 2-1 โดยเอาก์สบวร์กได้ จี ดอง วอน เหมา 2 ประตู ซึ่งความพ่ายแพ้ในเกมนี้ ทำให้ลูกทีมของลูเซียง ฟาฟร์ แต้มหยุดอยู่ที่ 54 ตามเดิม

10. บาเยิร์น ไม่ปล่อยโอกาสให้ดอร์ทมุนด์ลอยนวล เพราะในเมื่อเสือเหลืองสะดุดแล้ว  บาเยิร์นก็เก็บชัยตามกดดันต่อทันที โดยบุกชนะโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 5-1 , โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เหมา 2 ประตู ทำให้เขาขึ้นเป็นดาวซัลโวร่วมกับ ลูก้า โยวิช ของแฟรงเฟิร์ตแล้ว ที่จำนวน 15 ประตู

ส่วนคะแนนตอนนี้ บาเยิร์น และ ดอร์ทมุนด์ เท่ากันแล้ว ที่จำนวน 54 คะแนน การันตีได้ว่า 10 นัดสุดท้ายของฤดูกาล เสือใต้-เสือเหลืองขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้นแน่นอน…