“เอล กลาซิโก้” ภาค 4 ยิ่งกว่าศึกศักดิ์ศรี

28 February 2019
150 VIEWS

เรียกได้ว่าดวลกันแบบเอาให้เบื่อกันตายไปข้างหนึ่งสำหรับ เรอัล มาดริด กับ บาร์เซโลน่า 

เพราะเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ทั้ง 2 ทีมก็เพิ่งเจอกันใน โกปา เดล เรย์ รอบรองฯ นัดที่ 2 ซึ่ง บาร์ซ่า บุกถล่มใส่ เรอัล มาดริด 3-0  

และในวันเสาร์นี้ ทั้งคู่ต้องโคจรมาเจอกันอีกครั้งในเกม ลา ลีก้า สเปน ซึ่งคงไม่มีโอกาสไหนจะดีกว่านี้อีกแล้วที่ “ราชันชุดขาว” จะถอนแค้นให้ได้โดยเร็ว (หรืออาจจะเป็นการย้ำแค้นของบาร์ซ่า) 

และนี่คือ 5 ประเด็นที่ “ต้องไม่พลาด” สำหรับศึก “เอล กลาซิโก้” ครั้งนี้

1.เกมนี้เตะที่ซานติอาโก้ เบอนาเบว คืนวันเสาร์เวลา 02.45 น. โดยก่อนแข่ง บาร์เซโลน่า รั้งตำแหน่งจ่าฝูง มี 57 คะแนนจาก 25 นัด ส่วน เรอัล มาดริด ยังอยู่ที่ 3 ตามหลังบาร์ซ่า 9 คะแนน ดังนั้น “ราชันชุดขาว” จำเป็นต้องชนะสถานเดียว เพื่อที่จะลดช่องว่างให้กระชั้นลงมาให้ได้

คู่นี้ในลา ลีก้า ที่เจอกันนัดแรก ที่คัมป์ นู ผลปรากฏว่า บาร์ซ่า ถล่มกระจุยแบบไม่ไว้หน้า 5-1 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2018  ซึ่ง หลุยส์ ซัวเรส ซัดแฮตทริกในวันนั้น และความพ่ายแพ้ในวันนั้นทำให้ ฆูเลน โลเปเตกี กระเด็นออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม เรอัล มาดริด ด้วยในเวลาต่อมา

2.นอกจากในลาลีก้าแล้ว คู่นี้เพิ่งจะซัดกันมา 2 นัดในโกปา เดล เรย์ รอบรองฯ ผลปรากฏว่านัดแรก บาร์ซ่าเปิดคัมป์ นู เสมอ 1-1 ส่วนนัด 2 เมื่อวันพุธที่ผ่านมาหมาดๆ “ราชันชุดขาด” คาบ้าน 0-3 

นั่นเท่ากับว่า 3 นัดที่เจอกันในซีซันนี้ เรอัล มาดริด ไม่รู้จักคำว่าชนะเลย โดย เรอัล มาดริด ยิงได้แค่ 2 ประตู แต่กลับถูก บาร์ซ่า ทะลวงกลับ 9 ประตู 

3.สถิติเก่าๆ ที่ผ่านมา หากนับเฉพาะเกมลีก เจอกันมา 177 เกม สถิติสุดสูสี เพราะ เรอัล มาดริด ชนะ 72 บาร์ซ่า ชนะ 71 และเสมอกัน 34 ครั้ง ส่วนสถิติในเกมที่เจอกันอย่างเป็นทางการทั้งหมด (ไม่รวมเกมอุ่นเครื่อง) คู่นี้ ซัดกันมา 240 เกม เรอัล มาดริด ชนะ 95 บาร์ซ่า ชนะ 94 และเสมอกัน 51 

ว่ากันตามจริง เรอัล มาดริด ไม่ชนะ บาร์ซ่า ในเกม ลาลีกา มา 5 นัดซ้อนๆ แล้ว โดยครั้งสุดท้ายที่ ราชันชุดขาว เก็บชัย “เอล กลาซิโก้” ในเกมลีก ต้องย้อนไปวันที่ 2 เมษายน 2016  ซึ่ง เรอัล มาดริด บุกชนะ บาร์ซ่า ที่คัมป์ นู 2-1

แต่หากจะควานหาชัยชนะนัดที่ ซานติอาโก้ เบอนาเบว ในเกมลีกครั้งสุดท้าย ต้องย้อนเข็มนาฬิกากลับไปไกลกว่านั้นถึง 25 ตุลาคม 2014 โดยวันนั้นเรอัล มาดริด ชนะ 3-1 

4.สำหรับเกมนี้ เรอัล มาดริด น่าจะให้โอกาสผู้รักษาประตูอย่าง ธิโบต์ กูร์กตัวส์ คืนมือ 1 อีกครั้ง เพราะเมื่อกลางสัปดาห์ต้องตกเป็นตัวสำรอง 

ส่วนฝั่ง เออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ อาจจะสลับเอา ฟิลิเป้ คูตินโญ่ คืนตำแหน่งตัวจริง แทนที่ของ อุสมาน เดมเบเล่  นอกจากนี้ ซามูเอล อุมติตี้ ก็หายเจ็บมาสักระยะแล้ว  และอาจจะได้กลับมายืนปักหลักแดนหลังอีกครั้ง เหมือนกับนัดล่าสุดที่เขาได้เป็นตัวจริงในเกมเจอ เซบีย่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

5.สำหรับ “เอล กลาซิโก้” หนที่ 4 ในซีซั่นนี้ มีมากกว่าคำว่าศักดิ์ศรี โดยเฉพาะกับ ซานติอาโก้ โซลารี่ ที่ต้องเจอกับบททดสอบครั้งใหญ่อีกครั้ง เพราะหากเอาชนะ บาร์ซ่า ไม่ได้ในเกมวันเสาร์นี้ การันตีเลยว่าจบฤดูกาลเขาคงต้องเดินลงจากตำแหน่งกุนซือบนถิ่น ซานติอาโก้ เบอนาบิว ค่อนข้างแน่

นอกจากนี้ โซลารี่ ยังต้อง “เคลียร์ใจ” กับนักเตะซีเนียร์ในทีมอย่าง แกเร็ธ เบล และ มาร์เซโล่ เป็นการด่วนอีกด้วย โดยทั้ง เบล และ มาร์เซโล ยังต้องนั่งเป็นตัวสำรองในเกม เอล กลาซิโก้ ภาคโกปา เดล เรย์ เมื่อคืนวันพุธ และหากวันเสาร์นี้ ทั้งคู่ไม่ได้คืนตัวจริง “รอยร้าว” ที่มีอาจจะขยายใหญ่ขึ้น 

#อย่าลืม…ดูบอล ลาลีก้า สดๆ ทุกสัปดาห์ และไม่พลาดบอลทุกลีกดัง กับทรูวิชั่นส์แพ็กเกจ แพลทินัม หรือ โกลด์ สมัครวันนี้ ฟรีค่าประกันอุปกรณ์ทุกจุด พร้อมรับ 1,000 ทรูพ้อยท์ ตั้งแต่วันนี้ – 31 มี.ค. 2562

สมาชิกทรูวิชั่นส์ สมัครทรู ซูเปอร์ ซอคเกอร์ เพียง 199 บาท ใช้ทรูมูฟเอชกด *482*199*สมาร์ทการ์ด# โทรออก

หรือคุ้มยิ่งขึ้น! สมัครพร้อมบริการ ทรู ไฟเบอร์ 1Gbps ครบ! ทั้งเน็ตไฟเบอร์พร้อมดูรายการดัง สนใจคลิก https://bit.ly/2KR1zgA