เหตุผลบนความพ่ายแพ้ของ “แข้งเทพ”

14 February 2019
88 VIEWS

หัวร้อน เล่นไม่ได้ดั่งใจ สะท้อนออกมาเป็นคำวิจารณ์รุนแรงผ่านโซเชียล

ยิ่งทีมโปรดแพ้แบบเจ็บใจ ความโกธแค้นยิ่งก็หนักขึ้น

ความพ่ายแพ้ของทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ให้กับ ฮานอย เอฟซี 1-0 ในเวทีเอเอฟซี แชมเปี้ยนลีก2019 รอบคัดเลือกรอบ 2

กลายเป็นประเด็นให้ถกเถียงในโลกออนไลน์ว่า นี่คือการก้าวข้ามศักยภาพบอลไทยจากเพื่อนบ้านอาเซียนแล้วหรือไม่?

วันนี้ผมจึงขันอาสาสอดแทรกความคิดเชิงบวกในการชมฟุตบอลเพื่อช่วยให้แฟนบอลหัวร้อนไม่ต้องเย็นลง แต่เป็นจุดเริ่มต้นทางความคิดเล็กๆ เพื่อพัฒนาเป็นเรื่องใหญ่

และเห็นข้อดีแห่งการวิจารณ์ผลงานทีมแบบตรงไปตรงมาจนสร้างความแตกต่างแต่ไม่แตกแยกได้

#ประสบการณ์น้อย

ไม่อ้างแต่เรื่องจริงสโมสรฟุตบอลไทยยังอ่อนประสบการณ์เกมนอกประเทศ เพราะ ด้วยมีโอกาสอย่างมากก็เจอกันแค่บอลกระชับมิตร

เช่น แม่โขงคัพ,บอลมิตรภาพพิเศษตามเมนสปอนเซอร์ ไทย-ลาว,ไทย-กัมพูชา ที่ไม่สร้างความแตกต่างเรื่องประสบการณ์

พอต้องจริงจังก็ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน โดยเฉพาะบ่อยครั้งที่ไปถึงรอบคัดเลือก รอบ 3 ที่ต้องเจอสโมสรใหญ่จาก จีน เกาหลี ญี่ปุ่น หรือ ออสเตรเลีย สโมสรจากไทยก็ต้องหยุดเพียงเท่านี้

ทางออก ควรสร้างแบบจำลองนำทีมไปอุ่นเครื่องหรือเก็บตัวต่างแดนอุ่นเครื่องกับทีมจาก ญี่ปุ่นเกาหลี เอาให้หนัก หรือ เอาแบบง่ายที่สุด ก็ปล่อยนักเตะไปติดชาติบ่อยๆอันนี้ก็ได้ประโยชน์

แต่สิ่งสำคัญคือทีมต้องแข็งแกร่งจริงจากภายในออกสู่ภายนอก เพราะ ถึงจะแพ้แต่หากทำงานเต็มทีก็ไม่มีอะไรให้เสียใจปีหน้าว่ากันใหม่

#เลิกมองข้ามคู่แข่ง

ท่องไว้ถ้าเราเก่งจริง ทีมไทยต้องติดท็อปเทนเอเชีย และ อันดับ1อาเซียน ในแรงกิ้งฟีฟ่าแล้ว

กระนั้นความเป็นจริงไม่มีข้อไหนที่ทีมไทยทำได้ในตอนนี้เลย   การมีสติและกลับมาโฟกัสผลงานในสนามให้ออกมาดีก่อนอวดโซเชียลจึงสำคัญ

ลืมอดีตว่าบอลไทยเก่งไปซะ เพราะ มันไม่จริง เราแค่กำลังเดินไปอย่างถูกทาง สร้างระบบที่ถูกต้อง

สามัคคีกันไว้โดยเฉพาะทีมร่วมอาเซียน อย่ามองเขาเป็นคู่แข่ง ให้มองเขาเป็นทีมที่เติบโตไปด้วยกัน

เท่านี้ บอลไทยเราจะได้ไม่ตกอยู่ในวาทะกรรมไม่สร้างความแต่ต่างอย่าง “บอลไทยไปบอลโลก”

โดยที่ไม่ลงมือทำอะไรเลยนอก บ่นไปบ่นมา

#พ่ายแพ้ปกติ

ความสำเร็จไม่มีวันจบสิ้น ถ้าเรายังอยู่บนเส้นทาง

ฟุตบอลแพ้ คือ เรื่องที่เกิดขึ้นได้ (ห้ามบ่อย) เดี๋ยวแฟนคลับเบื่อ จุดเริ่มต้นนี้ถือว่ามีราคาแพงมาก

ยิ่งเป็นชัยชนะในเกม90นาทีในสนามยิ่งประกอบไปด้วยส่วนต่างหลายจุด

อ้างแบบนี้เพราะ ผมอยากให้เห็นคุณค่าของเกมกีฬาที่ไม่มีใครชนะได้ทุกวันและแพ้ได้ทุกวัน

ดังนั้น การมองความพ่ายแพ้เป็นเรื่องปกติจึงสำคัญมาก     แต่ในความเรียบง่าย ก็ควรตั้งคำถามว่า ทำไม ทำไม และ ทำไม เพื่อหาสาเหตุพร้อมแก้ปัญหาไปสู่ชัยชนะ

ผมเรียกว่าเป็นการแสดงความเคารพต่อความล้มเหลว เพื่อทำงานหนักขึ้นจนไปสู่ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่

“บิ๊กแชมป์” ฐิติพงศ์ อ่อนไสว Content Creator SPORTDesk. รักฟุตบอลไทยตั้งแต่จำความได้คลั่งไคล้จนเรียนโค้ชบอล,หากินกับฟุตบอลไทยในฐานะผู้บรรยายทางทรูวิชั่นส์,เขียนคอลัมน์ และอีกหลายอย่างเพื่อพาบอลไทยไปบอลโลก