เนวิลล์: เดินออกจากสนามเลยถ้าเจอเหยียดผิว

อันโตนิโอ รูดิเกอร์
4 January 2020
22 VIEWS

หลังจากที่ในหลายประเทศโดยเฉพาะในอิตาลีปัญหาการเหยียดผิวทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดก็เกิดเหตุการณ์ที่ไม่น่าเกิดขึ้นในเกมฟุตบอลอังกฤษอีกครั้ง เมื่อมีการเหยียดผิวกันในเกมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัดบิ๊กแมตช์ที่ เชลซี สามารถบุกไปเอาชนะท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ได้ 2-0

เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของเกม โดยผู้ถูกกระทำคือ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ กองหลังของทีมสิงโตน้ำเงินครามที่แฟนบอลผู้เลวทรามทำเสียงลิงล้อเลียนใส่ ซึ่งเป็นการกระทำที่ไม่สามารถยอมรับได้

ปราการหลังชาวเยอรมันได้แจ้งต่อกัปตันทีม เซซาร์ อัซปิลิเกวตา ว่าเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ก่อนที่ดาวเตะชาวสเปนจะรีบแจ้งผู้ตัดสินที่ได้ขอหยุดเกมเป็นการชั่วคราวทันที ขณะที่ทางด้านสเปอร์ส ในฐานะเจ้าบ้านได้มีการประกาศถึง 3 ครั้งในเรื่องนี้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิด ซึ่งตามขั้นตอนของยูเอฟาที่กำหนดแนวทางการรับมือกับการเหยียดผิวเอาไว้ 3 ขั้นตอน โดยหากการประกาศในสนามไม่สามารถยุติปัญหาได้เจ้าหน้าที่สามารถยกเลิกเกมการแข่งขันได้ทันที

เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นเหตุการณ์ร้ายแรง ซึ่งทางสมาคมนักฟุตบอลอาชีพ (PFA) เรียกร้องให้หน่วยงานทุกหน่วยเป็นผู้นำในการต่อสู้กับปัญหาเรื่องนี้ ร่วมกับคนในวงการฟุตบอลทุกคนที่จะต้องกำจัดการเหยียดสีผิวให้หมดไปจากประเทศอังกฤษให้ได้

ด้านแกรี่ เนวิลล์ อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษ ที่ปัจจุบันเป็นพิธีกรรายการดังทาง Sky Sports เสนอให้ไม่ว่านักฟุตบอลคนไหนก็ตามที่ถูกเหยียดผิวอยากให้แสดงพลังด้วยการ “วอล์คเอาท์” หรือเดินออกจากสนามทันที

โดยตำนานแห่งทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ย้อนความหลังถึงเหตุการณ์เมื่อ 15 ปีที่แล้วที่ แอชลีย์ โคล และฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ สองเพื่อนร่วมทีมชาติอังกฤษเคยถูกแฟนบอลสเปนเหยียดสีผิวในเกมกระชับมิตรที่มาดริด ซึ่งในวันนั้นเนวิลล์​ ไม่ได้เดินออกจากสนามโดยยอมรับว่าไม่มีเวลาได้ทันคิดอย่างถี่ถ้วน แต่มาถึงตรงนี้แล้วเขาเสียใจที่ไม่ได้เดินออกจากสนามในวันนั้น

“ผมไม่ได้เดินออกจากสนามตอนที่แอชลีย์ โดนเหยียดหยามเมื่อ 15 ปีก่อน และคุณอาจคิดว่าตอนนี้มันอาจจะโอเคแล้วสำหรับผมที่จะนั่งอยู่บนหอคอยงาช้างในห้องวิเคราะห์เกมแล้วแนะให้ผู้เล่นเดินออกจากสนาม”

“แต่ลึกๆแล้วผมละอายที่ผมไม่ได้ทำมันเมื่อ 15 ปีที่แล้ว และผมจะรู้สึกภูมิใจมากถ้ามีผู้เล่นทำมันในเวลานี้ เพื่อที่จะแสดงพลังให้พวกเขาได้คิด ทำอะไรสักอย่างให้เรื่องมันอยู่ในกำมือของตัวเอง”

ด้านแฟรงค์ แลมพาร์ด นายใหญ่เชลซี เองก็เห็นด้วยและยืนยันว่าเขาสนับสนุนให้ลูกทีมเดินออกจากสนามหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกในอนาคต

จากนี้ต้องจับตาดูว่าจะหาผู้กระทำผิดได้ไหม และวงการฟุตบอลอังกฤษจะสู้กับสิ่งเลวร้ายนี้อย่างไรเมื่อปัญหาดูจะลุกลามบานปลายขึ้นทุกที