อ่านระหว่างบรรทัด : ซาร์รี่ กับ เกป้า

25 February 2019
766 VIEWS

 การอ่านระหว่างบรรทัดจากคำอังกฤษว่า “Read between the lines” หมายถึงการอ่านหรือจับความของเนื้อหานั้น แม้ว่ามันไม่ได้อยู่ในข้อความนั้น 

พูดง่ายๆ แบบพื้นฐานเบสิคที่สุด คือการคั้นความจริงออกมา จากสิ่งที่ไม่ได้พูด หรือไม่ได้เขียนออกมา

อาทิ เวลาเราเจอผู้หญิงในผับหรือในไนต์คลับ สมมุติถ้าเธอกระซิบข้างๆ หูแล้วบอกว่าคุณว่า “ที่นี่เริ่มน่าเบื่อแล้ว” หรือ “ไม่รู้จะกลับบ้านยังไง”  นั่นแปลว่าคุณจำเป็นต้องชวนเธอไปต่อแล้ว แต่จะไปต่อกันที่ไหน นั่นก็แล้วแต่คุณและเธอ จะขึ้นเอย ลงเอย อย่างไรก็คงสุดแล้วแต่อารมณ์จะพาไป…

นี่คือตัวอย่าง การอ่านระหว่างบรรทัด จากสาส์นที่ไม่ได้บอกตรงๆ 

ดังนั้น เมื่อได้ยินอะไร อ่านอะไร ให้วิเคราะห์เสมอว่าอะไรคือสาระสำคัญหลักของมัน ไม่ใช่เชื่อปักใจเลย

กลับมาที่เรื่องของฟุตบอลค่ำคืนที่ผ่านมา ในเกมนัดชิงฯ ลีก คัพ ระหว่าง เชลซี กับ แมนฯซิตี้ ซึ่งอย่างที่ทราบกันว่า จบเกม 120 นาที เสมอกัน 0-0 และแมนฯซิตี้ คว้าแชมป์สมัยที่ 6 จากการชนะการดวลจุดโทษ 4-3 

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่โลกฟุตบอลจับจ้องมากที่สุด กลับเป็นเหตุการณ์ในช่วงก่อนหมดช่วงเวลาพิเศษ ซึ่งเมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือเชลซี จะเปลี่ยนตัวเอา เกป้า อาร์ริซาบาลาก้า ผู้รักษาประตูมือ 1 และผู้รักษาประตูที่แพงที่สุดในโลก 71.6 ล้านปอนด์ออก 

ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะ “เกป้า” มีอาการตะคริวในช่วงท้าย (หรืออาจจะเป็นแท็กติกส์ถ่วงเวลา สุดแล้วแต่จะคิด) โดยจะให้ วิลลี่ กาบาเยโร่ ผู้รักษาประตูอาร์เจนไตน์ ลงไปเซฟจุดโทษ เพราะกาบาเยโร่ เป็นอดีตเด็กเก่า แมนฯซิตี้ และอีกหนึ่งเหตุผลก็คือ เขาเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญการเซฟจุดโทษพอสมควร 

แต่ เกป้า มีภาษากายที่ชัดเจนว่า เขา “ไม่ออก” นั่นทำให้ ซาร์รี่ รวมถึง จิอันฟรังโก้ โซล่า ผู้ช่วย ระเบิดอารมณ์รุนแรงที่ซุ้มม้านั่งสำรอง และซาร์รี่โกรธจัดถึงขั้นจะเดินหน้าเข้าห้องแต่งตัว ก่อนจะได้สติกลับมาอยู่คุมทีมจนกระทั่งจบเกม

หากมามองที่พฤติกรรมของ เกป้า ถือว่าผิดกฏหรือไม่?  

ต้องบอกว่า “ไม่ผิด” เพราะกฏของสมาคมฟุตบอลอังกฤษหรือเอฟเอ ระบุไว้ว่า หากนักเตะปฏิเสธที่จะถูกเปลี่ยนตัวออก เกมต้องดำเนินต่อ

แต่โดยธรรมเนียมแล้ว นักฟุตบอลย่อมต้องฟังคำสั่งของผู้จัดการทีมอยู่แล้ว การกระทำของ เกป้า ครั้งนี้ ย่อมแปลเป็นอื่นไม่ได้นอกจาก “ขัดขืน”

สิ่งที่ เกป้า ทำ มันจึงเสียระบบ และเสียสปิริตในทีมอย่างไม่ต้องสงสัย

ไม่ว่า หากสุดท้ายแล้ว เชลซี อาจจะเป็นแชมป์ก็ตาม แต่ในเมื่อไม่เป็นแชมป์ เกป้า นั่นกลายเป็น “วายร้าย”  ไปเต็มๆ ข้อหาไม่มีความเป็นมืออาชีพ และไม่ฟังคำสั่งผู้จัดการทีม 

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการแข่งขัน เมาริซิโอ ซาร์รี่ ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ในเชิงถือโทษ เกป้า เลย แถมยัง “ดับไฟ” ทุกอย่างโดยบอกว่าเขาเองที่เข้าใจผิด ในสถานการณ์ตอนนั้น 

“ผมเข้าใจว่ามันมีปัญหาเกิดขึ้น เราต้องการเปลี่ยนตัว จากนั้นผมประเมินสถานการณ์แค่จากที่เห็นทีมแพทย์ลงไปอยู่บนสนามนานถึง 4 นาที มันคือความเข้าใจผิดของผมเองที่คิดว่าเกป้าเล่นไม่ได้ต่อ”

“ผมเข้าใจว่าผู้รักษาประตูเป็นตะคริว สำหรับผมมันหมายความว่าเขาจะไม่สามารถช่วยทีมป้องกันจุดโทษได้ แต่ปัญหาก็คือ เขาไม่ได้เป็นตะคริว ดังนั้นเขาจึงยังสามารถป้องกันจุดโทษต่อไปได้”

“เกป้าถูกต้อง แต่ผิดที่วิธีการในการปฏิบัติของเขา ในส่วนของจิตใจเขาถูกต้อง เขายังอยู่ช่วยทีมเซฟจุดโทษได้ต่อไป เขาทำถูกที่แสดงความกระหายอยากจะเล่นต่อ แต่มันไม่ถูกต้องในการปฏิบัติตัว” ซาร์รี่ เปิดเผยความในใจ แบบไม่ที่ยอมสบตากับนักข่าวที่ถามเลย

สำหรับ เมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือเชลซี ยังคงต้องรอคอยแชมป์แรกในชีวิตต่อไป 

ส่วนประเด็นขัดแย้งและดราม่ากับ “เกป้า” นั้น คงต้องอ่านระหว่างบรรทัดให้ดีว่า จริงๆ แล้ว ซาร์รี่ หมายความอย่างไร กับสถานการณ์ที่เป็นอยู่กันแน่