อย่ามา “เดินเล่น” ในสวน

ผมเข้าใจทุกท่านที่ “โอเค” กับ 1 แต้มในโอลด์ แทรฟฟอร์ด ของลิเวอร์พูลนะครับ เฉพาะอย่างยิ่งหากมองในมุมว่า ไม่ได้แพ้ และ 1 แต้มก็พอเพียงจะทะยานขึ้น “จ่าฝูง” เดี่ยว ๆ ได้สำเร็จ

แต่ คหสต.ก็ยังคง “ยืนยัน” ตามข้อเขียนเมื่อวานครับว่า “เสียหาย” และ “เสียโอกาส” กับ 2 แต้มหายที่ทั้งก่อนเกม และระหว่างเกม แมนฯยูไนเต็ด ต้องเสียผู้เล่นรวม 4 คน และต้อง “ปรับทีม” ตลอดเวลา

ทว่า ลิเวอร์พูลก็ทำได้เพียงเท่านี้

ไร้ซึ่ง energy ขับเคลื่อน และไม่มี aggression ดังที่ผมได้เรียนไว้เมื่อวาน

หงส์แดงพลาดโอกาส “ประกาศศักดา” ให้แมนฯซิตี้ และโลกได้รู้ว่า “แชมป์” ต้องเล่นอย่างไรไปอย่างน่าเสียดายที่สุดครับ

…ในเกมนี้ หากให้ผมเลือก “มุมดี ๆ” ฝั่งลิเวอร์พูล ผมขอเลือกไปที่การ “เปลี่ยนตัว”

ทั้งเฮนเดอร์สัน และซาลาห์ ซึ่งเป็น “บิ๊กเนม” ถูกเปลี่ยนตัวออก คือ การตัดสินใจที่ถูกต้อง

เฮนโด้ ลงมา “เซ็ตบอล” ต่ำไปในหลาย ๆ ครั้ง หรือเป็นจังหวะที่ มาติป หรือฟาน ไดต์ ยังไม่ได้ฉีกตัวออกด้านข้างมากพอ

นั่นเท่ากับทำให้ “กั๊ก” 3 คนตรงกลาง และก็ถูกต้องที่ส่วนใหญ่ เฮนโด้ จึงไม่ได้บอลจากจังหวะเหล่านี้ที่ทั้ง 2 เซนเตอร์แบ็คไม่ยอมปล่อยบอลให้

ซาลาห์ หนักไปทางเอาหลังพิง ลุค ชอว์ หรือเอาบั้นท้ายปะทะเกมรับแมนฯยูฯ มากไปโดยไม่พยายามหาที่ว่างโดยเฉพาะ half space เพื่อสร้างปัญหาให้ ชอว์ กับลินเดอเลิฟ

เอาเป็นว่า ผมไม่เคยเห็นเจ้าชายอียิปต์ของเราเล่นได้แย่ขนาดนี้มากก่อน

พอ ๆ กับไม่เคยเห็น ชอว์ เล่นได้ดีโดยเฉพาะเกมรับแบบนี้เช่นกัน

ต้องชม คลอปป์ ที่ “กล้าพอ” ถอดนักเตะสำคัญในแดนหน้าของทีมออกไปนาทีที่ 79 ที่ต้องยอมรับว่า โอริกี้ ลงมา “วูบวาบ” มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

ขณะที่ “บาลานซ์” ดีขึ้นตอนเฮนโด้ ออกไปนาทีที่ 72 แล้วได้ ชาคิรี่ ลงสนามมาแทนโดย ฟาบินโญ่ ไปยืนต่ำแดนกลางคนเดียวเต็มตัว

ประเด็นของผมในวันนี้ คือ พวกเราชาวหงส์ และคลอปป์ ต้อง “วิเคราะห์” และสังเคราะห์ออกมาให้เห็นถึงปัญหาตอนนี้ที่คงไม่ใช่ “กดดัน” อะไรมากนัก

เพราะหากพูดแบบนี้ ผมเชื่อว่า ลิเวอร์พูลตายหยังเขียดแน่ ๆ ในเมษายนที่ “โหด” กว่านี้ 100 เท่า

หากคลอปป์เจอ “น็อต” มีปัญหา แม้จะเป็นน็อตยึดฟันเฟืองสำคัญ เช่น ซาลาห์ กับเฮนโด้ ในเกมนี้

กุนซือเยอรมันก็ต้องกล้าเปลี่ยนกล้าปรับ

หรือเหมือนไม่ได้เลือก เทรนท์ แต่เลือกมิลเนอร์ เป็นแบ็คขวา

พูดแบบนี้ยังหมายความว่า ลองไปดู “ไฮไลต์” หรือเทปกันดี ๆ กองหน้าลิเวอร์พูลหลัง เฟียร์มิโน่ เปลี่ยนออกไปไม่ว่าจะ มาเน่, สเตอร์ริดจ์ และซาลาห์ ไม่ได้ทำงานหนัก ทุ่มเท วิ่งกดดัน กระชากลากเลื้อย เพรสซิ่ง เคาน์เตอร์เพรสซิ่ง มากพอ

พูดง่าย ๆ คือ “มึงเดินเล่นกันในสวนสาธารณะใช่ไหม?”

เพราะถ้าคิดแบบนั้น ก็ต้องถอดน็อตเหล่านี้ออกไป

ผมเอง แฟนบอลทั่วโลก รอคอยมายาวนาน 29-30 ปี

เราไม่อยากผิดหวัง เพราะสาเหตุ “ง่อย ๆ” แบบนี้

ขอลิเวอร์พูลแบบต้นซีซั่นถึงปลายปี 2018 จงกลับมา โดยเฉพาะแนวรุกที่ต้อง set tone การเล่นทั้งรับแดนบน และรุกที่ดุดัน ว่องไวให้หลัง และกลาง “ออกบอล” ให้ได้

เมื่อนั้นหากไม่ได้แชมป์จะไม่เสียใจ แต่หากเล่นแบบนี้แล้วพลาด เสียใจมากที่สุดครับ


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Thought

ชาติเล็กๆ แต่ฝันยิ่งใหญ่

มาริโน่

บทความในช่วงฟุตบอลโลก 2018 คงขาดความสมบูรณ์แบบถ้าไม่ได้เขียนถึงโครเอเชีย ม้ามืดที่ผงาดมาไกลถึงรองแชมป์

Story

ทีมชาติเอฟเฟ็กต์ : เนย์มาร์-เอ็มบัปเป้นัดกันเจ็บ

SPORTDesk. Team

นักเตะสโมสรต้องมาบาดเจ็บจากเกมทีมชาติ เป็นปัญหาของที่ดูจะกลายเป็นไม้เบื่อไม้เมากันมานานสำหรับผู้จัดการทีมในระดับสโมสรที่ต้องปวดหัวตลอด…หากย้อนหลังกลับไป 10 ปีก่อน อาร์แซน เวนเกอร์ อดีตผู้จัดการทีมอาร์เซน่อลเป็นต้องแสดงอาการฉุนขาด หัวฟัดหัวเหวี่ยงทุกครั้งที่มีนักเตะแข้งปืนใหญ่ไปบาดเจ็บมาจากเกมทีมชาติ

Story

WC2018 Day 24: Result, Stats & Fixture

SPORTDesk. Team

เราได้ 4 ทีมที่ดีที่สุดในฟุตบอลโลกครั้งนี้กันอย่างครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว นั่นหมายความว่า ฟุตบอลโลกคราวนี้ เหลืออีก 4 แมตช์เท่านั้น ส่วนใครที่พลาดฟุตบอลเมื่อคืน เรามี ผลและสถิติมาฝากกันเหมือนเดิมครับ