วิสเซล โกเบ กับแชมป์แรกในประวัติศาสตร์ที่ไม่ไกลเกินเอื้อม

วิลเซิ่ล โกเบ
4 January 2020
110 VIEWS

• เอ็มเพอร์เรอร์ คัพ หรือฟุตบอลชิงถ้วยพระจักรพรรดิ์ เป็นฟุตบอลรายการที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น เริ่มแข่งขัครั้งแรกในปี 1921 โดยปี 2019 นี้ถือเป็นครั้งที่ 99 
• คู่ชิงชนะเลิศ เอ็มเพอร์รเรอร์ คัพ จะเป็นรายการแรกที่เล่นกันที่ นิว โอลิมปิก สเตเดี้ยม ในโตเกียว ซึ่งเป็นสนามที่ปรับปรุงใหม่รองรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกส์ปี 2020 ที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ
.
แม้วันที่ ‪1 มกราคม‬ จะเป็นวันเริ่มต้นปี 2020 และเป็นวันหยุดของประเทศญี่ปุ่น แต่สำหรับฟุตบอลบนแผ่นดินอาทิตย์อุทัย วันที่ ‪1 มกราคม‬นั้นกลายเป็นเป็นวันสิ้นสุดและได้บทสรุปการแข่งขันฟุตบอลทัวร์นาเมนท์สุดท้ายในปี 2019 ของแดนอาทิตย์อุทัยอย่างเป็นทางการ

ฟุตบอล “เอ็มเพอร์เรอร์ คัพ” หรือฟุตบอลชิงถ้วยพระจักรพรรดิ์ คู่ชิงชนะเลิศระหว่าง วิสเซล โกเบ ยอดทีมจากภูมิภาคคันไซ กับ ยักษ์ใหญ่จากภูมิภาคคันโต คาชิมะ แอนท์เลอร์ส จะตัดสินแชมป์กัน‪ในวันที่ 1 มกราคม 2020‬ 

ในแง่ของ “ความสำเร็จ” แน่นอนครับว่าตำแหน่งแชมป์รายการนี้คงสำคัญกับทั้ง 2 ทีมอย่างปฏิเสธไม่ได้ครับ ทว่าหากชั่งน้ำหนักกันด้วยภูมิหลังประวัติศาสตร์ของทีม และแรงจูงใจของนักเตะ ดูเหมือน วิสเซล โกเบ จะเป็นทีมที่ถวิลหาความสำเร็จนี้มากกว่าคู่แข่งคู่ประชันอย่าง คาชิมะ แอนท์เลอร์ส 

เพราะหากพวกเขาคว้าแชมป์ได้มันจะเป็นแชมป์แรกในประวัติศาสตร์ของพวกเขา…เป็นความสำเร็จที่พวกเขาไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน

ย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยเป็น คะวะซะกิ สตีล (จนถึงปี 1995) หรือย้ายมาอยู่เมือง โกเบ เปลี่ยนเป็น วิสเซล โกเบ (ตั้งแต่ปี 1995-ปัจจุบัน) พวกเขาไม่เคยได้สัมผัสแชมป์รายการใดๆระดับประเทศเลย ไม่ว่าจะเป็น เจลีก1 , เจลีก 2 หรือ ฟุตบอลถ้วย เจลีกคัพ และ เอ็มเพอร์เรอร์ส คัพ

ความสำเร็จที่จับต้องได้ หรือตำแหน่งแชมป์เป็นสิ่งที่ วิสเซล โกเบ ไขว่คว้าตามหาและพยายามที่จะครอบครองให้ได้มานาน แต่มันไม่เคยเกิดขึ้น นับตั้งแต่เข้าร่วมการแข่งขัน เจลีก ในปี 1997 พวกเขาเป็นเพียงทีมกลางตารางค่อนไปทางโซนล่างเท่านั้น และจบการแข่งขันในเจลีก1 ลีกฟุตบอลสูงสุดดีที่สุดในอับดับที่ 7 (ปี 2016) เคยหล่นไปเล่นในเจลีก 2 ลีกรอง 2 ครั้งในปี 2006 และ 2013 แต่ก็ไม่เคยได้แชมป์ เจลีก 2 แม้แต่ครั้งเดียว

หลังเลื่อนชั้นกลับสู่เจลีก1 อีกครั้งในปี 2014 “ราคุเท็น” บริษัทธุรกิจ อี-คอมเมิร์ซ รายใหญ่ของญี่ปุ่น ที่มี ฮิโรชิ มิคิทานิ เป็นซีอีโอเข้าซื้อกิจการของทีม วิสเซล โกเบ โดยนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นต้องการสร้างทีมให้ก้าวไปสู่ความสำเร็จ โดยใช้เม็ดเงินมหาศาลดึงผู้เล่นระดับโลกมาสู่ทีมเพื่อหวังยกระดับทีม
อันเดรียส อิเนียสต้า , ดาวิด บีญ่า และ ลูคัส โพดอลสกี้ 3 นักเตะที่ฝีเท้าชั้นยอด และมีดีกรีเป็นถึงแชมป์ฟุตบอลโลก หรือดาวเตะเคยค้าแข้งกับยอดทีมในยุโรปอย่าง โธมัส แฟร์มาเล่น และ เซอร์กี แซมเปอร์ รวมทั้งผู้เล่นดีกรีทีมชาติญี่ปุ่นอย่าง โฮตารุ ยะมะกุจิ และ โกโตคุ ซะกะอิ ล้วนถูกดึงมาเพื่อสร้างความสำเร็จให้แก่ทีม ไม่เว้นแม้แต่ยอดแข้งไทยอย่าง ธีราทร บุญมาทัน ที่ถูกยืมตัวมาร่วมทีมเมื่อปี 2018

ลงทุนมหาศาลแค่ไหนสามารถดูได้จากสถิติค่าเหนื่อยนักเตะ ที่ วิสเซล โกเบ กลายเป็นสโมสรในเจลีก 1 ที่จ่ายค่าเหนื่อยนักฟุตบอลมากสุดต่อสัปดาห์ในปี 2019 เฉลี่ยประมาณ 24,000 ปอนด์/สัปดาห์ (ประมาณ 950,000 บาท /สัปดาห์) จากการเปิดเผยของ สปอร์ตติ้ง อินเทลิเจนซ์ เว็บไซต์สถิติกีฬาชื่อดัง ทิ้งห่าง อันดับ 2 อย่าง อุราวะ เรดส์ ไดมอนด์ ที่จ่ายเฉลี่ยประมาณ 6,800 ปอนด์/สัปดาห์ แบบไม่เห็นฝุ่น

ครับ การลงทุนทั้งหมดทั้งมวลก็เพื่อสร้างความสำเร็จให้กับทีมจากแดนคันไซ แต่กระนั้นมันก็ไม่สร้างความสำเร็จให้แก่ วิสเซล โกเบ ได้ตามเป้าหมาย เมื่อพวกเขายังไม่สามารถไปถึงแชมป์ หรือใกล้เคียงได้เลยทั้งในลีกหรือฟุตบอลถ้วย จนมาถึงฟุตบอลเอ็มเพอร์เรอร์ คัพ ปีนี้ที่พวกเขาฝ่าฟันมันมาถึงรอบชิงชนะเลิศ และมีโอกาสที่จะสร้างความสำเร็จแรกในประวัติศาสตร์ของตัวเอง

ดังนั้นมันจึงไม่เป็นการกล่าวเกินไปนักที่จะบอกว่ายอดทีมจากภูมิภาคคันไซจะถวิลหาแชมป์รายการนี้มากกว่าคู่ต่อสู้อย่าง คาชิมะ แอนท์เลอร์ส ซึ่งเป็นทีมที่พุ่งชนความสำเร็จมาแบบนับไม่ถ้วนตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ได้ทุกแชมป์ในประเทศญี่ปุ่น เลยเถิดไปถึงระดับเอเชียที่เคยผงาดคว้าแชมป์ เอเอซี แชมเปี้ยนส์ ลีกมาครอบครองแล้ว ส่วนฟุตบอลเอ็มเพอเรอร์ คัพ นั้นก็เคยได้แล้วถึง 5 สมัย 

และไม่เพียง วิสเซล โกเบ จะถวิลหาแชมป์เอ็มเพอร์เรอร์ คัพ มากกว่าคู่ต่อกรในรอบชิงชนะเลิศเท่านั้น เพราะดูเหมือนว่าโอกาสที่จะไปถึงตำแหน่งแชมป์ จะเอนเอียงมาทางพวกเขามากกว่า

แม้ภาพรวมทั้งฤดูกาลพวกเขาจะทำผลงานไม่ได้ดีเด่นมากนัก แต่หากนับเฉพาะเวลานี้ วิสเซล โกเบ ถือว่ากำลังอยู่ในช่วงที่ทีมลงตัวทำผลงานได้ดีสุดๆ โดยเฉพาะหลังจากได้ ทอร์สเท่น ฟิงส์ เข้ามาคุมทัพเมื่อกลางปีที่ผ่านมา

กุนซือชาวเยอรมันของ วิสเซล โกเบ สามารถปรับแต่งทีมที่อุดมด้วยผู้เล่นฝีเท้าดีระดับโลกได้อย่างลงตัวในระบบ 3-4-3 และยังสามารถเรียกความมั่นใจของผู้เล่นคืนมาได้อีกครั้ง จนทำผลงานได้ดีขึ้นผิดหูผิดตาจากช่วงครึ่งปีแรกที่ต้องไปจมอยู่ท้ายตารางสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น กลับมาจบฤดูกาลด้วยอันดับ 8

โดยหลังรอบรองชนะเลิศ เอ็มเพอร์เรอร์ คัพ ที่สามารถเอาชนะ ชิมึสึ เอส-พัลส์ ได้ 3-1 มันทำให้พวกเขาคว้าชัยชนะได้ 4 เกมติดต่อกันแล้วในทุกรายการ เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ต้นปี 2017 ทีเดียว โดย 1 ใน 4 เกมที่ชนะติดต่อกันคือการบุกเอาชนะ คาชิมะ แอนท์เลอร์ส คู่ต่อกรในรอบชิงชนะเลิศเอ็มเพอร์เรอร์ คัพ ได้ถึง 3 – 1 ในเกมเจลีก1

ไม่เพียงแค่ฟอร์มที่อยู่ในช่วงกำลังขาขึ้น และความมั่นใจที่เพิ่งจะบุกยัดเยียดความปราชัยให้แก่คู่ต่อกรในรอบชิงชนะเลิศได้แบบคาบ้านไม่นาน แต่ความมุ่งมั่น และแรงจูงใจของพลพรรคนักเตะ วิสเซล โกเบ ที่กระหายจะสร้างประวัติศาสตร์ให้แก่สโมสร รวมทั้งสร้างความสำเร็จทิ้งทวนอำลาให้แก่เพื่อนร่วมทีมคนดังอย่าง ดาวิด บีญ่า เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่จะทำให้พวกเขาดูแข็งแกร่งมากกว่าคู่ต่อสู้อย่าง คาชิมะ แอน์เลอร์ส ในเกมนัดชิงชนะเลิศ

“เอลกัวเฆ” ดาวิด บีญ่า ประกาศว่าจะลงเล่นในรายการนี้เป็นรายการสุดท้ายในชีวิตลูกหนัง และต้องการจะคว้าแชมป์ให้ได้ ดังนั้นหากเจ้าตัวถูกส่งลงสนาม ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นเช่นนั้นรับรองได้ว่าดาวยิงเจ้าของสถิติมากมายจะต้องทุ่มเทแบบเต็มที่อย่างแน่นอน 

รวมถึงเพื่อนร่วมทีม วิสเซล โกเบ ที่กระหายความสำเร็จ และปรารถนาจะเห็น “เอลกัวเฆ” ปิดฉากชีวิตลูกหนังอย่างยิ่งใหญ่ในเกมนัดชิงชนะเลิศ ตามที่ อันเดรียส อิเนียสต้า เผยหลังจบเกมรอบรองชนะเลิศกับ ชิมิสึ เอส-พัลส์ ก็ยิ่งเป็นแรงผลักดันให้ทีมมุ่งมั่นในเกมนัดชิงชนะเลิศอย่างเต็มที่เพื่อคว้าแชมป์มาครอบครองให้ได้

นอกจากนั้นแชมป์ เอ็มเพอร์เรอร์ คัพ จะได้สิทธิ์ลงเล่นในฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020 อัตโนมัติ ซึ่งจะทำให้ วิสเซล โกเบ ได้โอกาสเดินตามปณิธานสโสมรใที่ต้องการเป็นสโมสรหมายเลขหนึ่งในเอเชียด้วย ก็ยิ่งเป็นอีกแรงผลักดันชั้นดีที่จะทำให้พลพรรคนักเตะ วิสเซล โกเบ ทุ่มเทแบบเกินร้อยในแมทช์นี้ แม้สิทธิ์ในการลงเล่นฟุตบอล เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2020 แบบอัตโนมัติ น่าจะเป็นสิ่งที่ คาชิมะ แอนท์เลอร์ส ก็ต้องการเช่นกัน เพราะพวกเขาจะได้พักมากกว่าเดิม และไม่ต้องมาลุ้นจากการเล่นในรอบเพลย์ออฟด้วยสิทธิ์ที่จบในอันดับ 3 ของเจลีก1 แต่อย่างน้อยพวกเขายังมีสิทธิ์รายการนี้อยู่ในมือแล้ว ต่างจาก วิสเซล โกเบ ที่ไม่มีสิทธิ์ใดๆและแพ้ไม่ได้ ความจูงใจของทีมจากภูมิภาคคันไซน่าจะมีมากกว่าอย่างแน่นอน

น่าติดตามครับว่าในท้ายที่สุดแล้ว วิสเซล โกเบ จะสามารถคว้าแชมป์ เอ็มเพอร์เรอร์ คัพ และขีดเขียนประวัติศาสตร์ให้แก่สโมสรของพวกเขาได้สำเร็จหรือไม่ 

และเราจะได้เห็นดาวิด บีญ่า นักฟุตบอลกองหน้าที่ยิ่งใหญ่ และว่ากันว่าดีที่สุดคนหนึ่งที่โลกเคยมีปิดฉากชีวิตลูกหนังในภาพจำแบบใด 

วันขึ้นปีใหม่นี้เราจะได้ทราบไปพร้อมกันครับ…