วิถีลูกหนังซ้ำรอย “อินซากี้ vs มิไฮโลวิช”

29 January 2019
275 VIEWS

สโมสรโบโลญญ่า ทีมในกลุ่มสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้นในกัลโช่ เซเรีย อา ช่วงชิงพื้นที่ข่าวกีฬาในสื่อสังคมออนไลน์ได้ในวันนี้ จากการที่พวกเขาเพิ่งจะประกาศปลดกุนซือ “ฟิลิปโป้ อินซากี้” ออกจากตำแหน่ง

ฟางเส้นสุดท้ายก็คือเกมลีกอิตาลีเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ โบโลญญ่า ต้องเปิดบ้านแพ้ โฟรซิโนเน่ ทีมในกลุ่มหนีตกชั้นเหมือนกันถึง 0-4 จึงเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้อีกต่อไปแล้ว

จากความพ่ายแพ้ที่ทำให้ ฟิลิปโป้ อินซากี้ ต้องตกงาน ส่งผลให้อันดับของ โบโลญญ่า ยังอยู่อันดับที่ 18 ซึ่งเป็นตำแหน่งในโซนตกชั้น และพวกเขายังมีแต้มตามหลัง เอ็มโปลี อันดับ 17 ทีมสุดท้ายที่รอดตกชั้นอยู่ 3 คะแนน

อินซากี้ เพิ่งเข้ามาคุมทีม โบโลญญ่า ในช่วงเปิดฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ผลงานของอดีตหัวหอกจอมล้ำหน้าในการวางหมากต่างๆ ไม่เป็นไปตามเป้า ไม่เป็นไปตามความคาดหวังของ โจอี้ ซาปูโต้ เจ้าของทีมชาวแคนาดา เพราะ 21 นัดผ่านไป พวกเขาเพิ่งจะชนะแค่ 2 นัด และในเซเรีย อา 15 นัดหลังสุด อินซากี้ ไม่สามารถพาทีมชนะได้เลย…

จนกระทั่ง โจอี้ ซาปูโต้ เจ้าของทีมชาวแคนาดา ให้คำจำกัดความต่อความพ่ายแพ้นัดล่าสุดของ อินซากี้ รวมถึงฟอร์มการเล่นของโบโลญญ่าช่วงที่ผ่านมาว่า “น่าอนาถ” มากๆ 

อินซากี้ ต้องหันหลังให้กับ โบโลญญ่า เพื่อหลีกทางให้กับคนใหม่ที่จะเข้ามาคุมทีมแทน และใครคนนั้นก็คือ ซินิซ่า มิไฮโลวิช

ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ไปคล้ายคลึงและซ้ำรอยกับเมื่อครั้งที่สโมสร เอซี มิลาน แยกทางกับ ฟิลิปโป้ อินซากี้ เมื่อปี 2015 และ ซินิซ่า มิไฮโลวิช ก็กลายเป็นกุนซือที่มาสวมรอยแทนในครั้งนั้น

สำหรับ ซินิซ่า มิไฮโลวิช ไม่ใช่คนอื่นคนไกลของ โบโลญญ่า เพราะเขาเคยเป็นกุนซือของสโมสรแห่งนี้มาแล้ว เกือบๆ 1 ฤดูกาล ในซีซั่น 2008–2009 แต่ในตอนนั้นอดีตกองหลังทีมชาติเซอร์เบียโดนปลดก่อนจบฤดูกาลไปเสียก่อน 

เพราะตอนนั้นผลงานสุ่มเสี่ยงต่อการตกชั้น แต่โชคยังดีที่ จูเซปเป้ ปาปาโดปูโล่ ที่เข้ามากอบกู้สถานการณ์ของโบโลญญ่าในวันนั้น ช่วยให้ทีมรอดตกชั้นได้อย่างหวุดหวิด

ทั้งนี้ ซินิซ่า มิไฮโลวิช กุนซือวัย 49 ปี ถือว่ามีประสบการณ์คุมทีมในลีกอิตาลีมาแล้วมากมาย อาทิ ฟิออเรนติน่า, คาตาเนีย, ซามพ์โดเรีย, เอซี มิลาน และ โตริโน่ 

โดยงานคุมทีมสโมสรล่าสุดของ มิไฮโลวิช ก็คือการคุมทีม สปอร์ติ้ง ลิสบอน เมื่อฤดูกาล 2018 แต่ครั้งนั้น เขากลับเจอเหตุการณ์ที่น่าจะสุดประหลาดในชีวิตการคุมทีม

เพราะครั้งนั้น เขารับงานคุมทีม สปอร์ติ้ง ลิสบอน ได้แค่ 9 วัน แต่ก็ต้องถูกปลดทิ้งแบบกะทันหัน เพราะมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงในเชิงการเมืองในสโมสร สปอร์ติ้ง ลิสบอน ทำให้เขาต้องตกงานมาเป็นเวลา 1 ปีเต็ม