ล้วงตับ “เสือใต้” ก่อนบุก “หงส์”

18 February 2019
695 VIEWS

เจมส์ เพียร์ซ เหยี่ยวข่าวเลือดหงส์ จับเข่าคุยกับ คีธ คอสติแกน คอมเมนเตเตอร์ผู้เชี่ยวชาญฟุตบอลบุนเดสลีกาแห่ง ฟ็อกซ์ สปอร์ตส์ ว่าด้วยการเจอกันของสองอดีตแชมป์ยุโรปห้าสมัย “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล กับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย….

ประเมินผลงานของบาเยิร์น มิวนิค ในฤดูกาลนี้อย่างไร  ?

มีเสียงพูดเยอะว่า บาเยิร์น เป็นมหาอำนาจขาลง แต่เอาเข้าจริงๆ พวกเขาตามหลัง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ แค่ไม่กี่แต้ม

ปีนี้ บาเยิร์น มีปัญหาในการเล่นเกมรับทัังที่ นิโก้ โควิช เคยทำได้ดีตอนคุมไอน์ทรัคท์ แฟรงค์เฟิร์ต เหตุผลน่าจะเพราะธรรมชาติของบาเยิร์น ต้องเป็นบอลบุก ฉะนั้นจึงเสี่ยงถูกโจมตีด้วยเกมสวนกลับ ซึ่งผิดกับแฟรงค์เฟิร์ต เขาสามารถดีไซน์ให้เล่นเกมรับเป็นหลัก

แต่เพื่อความเป็นธรรมต่อโควัช ทีมที่เขารับไม้ต่อก็มีประเด็นมาตั้่งแต่ฤดูกาลที่แล้ว ฟอร์มขอ งเจอโรม บัวเต็ง และมัตส์ ฮุมเมลส์ ตกน่าเกลียด เลยต้องดัน นิคลาส ซูเล่ ขึ้นมาเป็นเซนเตอร์แบ็กเบอร์หนึ่ง ขณะที่โควัช ยังเหมือนกำลังหาส่วนผสมที่ลงตัวอยู่

ส่วนฟูลแบ็ก ทั้งโจชัว คิมมิช กับดาวิด อลาบา เป็นพวกชอบเติมเกมบุก ทำให้มีช่องว่างโดนเจาะง่าย บาเยิร์น ไม่เคยเสียประตูเยอะขนาดนี้มาก่อนตั้่งแต่หลุยส์ ฟาน กัล เป็นกุนซือ

อีกทั้ง โควัช ยังแก้ปัญหาตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับไม่ได้ ฆาบี มาร์ติเนซ เล่นดีมากในบทบาทนี้เมื่อปีก่อน แต่ โควัช เหมือนไม่ปลื้ม แถมไม่ไว้ใจ ฮาเมส โรดริเกวซ ในเกมใหญ่

สรุปคือสถานการณ์บนตารางคะแนนที่บาเยิร์น ตามหลังจ่าฝูงแค่ไม่กี่แต้ม ไม่ได้สะท้อนเรื่องราวแท้จริง ยิ่งถ้ามองว่าทุกๆ ปีเมื่อถึงเวลานี้่พวกเขามักนำโด่งทิ้งขาดไม่เห็นฝุ่น จึงพูดได้ว่าเป็นปีที่ฟอร์มแผ่ว ผลงานตกไปจริง นั่นแหละ

เจอกับหงส์ ใครเป็นต่อ ?

ผมมองรูปแบบที่บาเยิร์น เสียประตูบ่อย และโควัช ทำทีมเล่นเกมใหญ่ไม่ค่อยดี งานนี้คงต้องยกให้ลิเวอร์พูล เป็นต่อ

ผลงานที่เจอกับเอากส์บวร์ก (บุกชนะ 3-2) เมื่อวันศุกร์ สรุปภาพรวมฤดูกาลนี้ของพวกเขา เสียประตูหมูๆ แต่ได้ความสามารถเฉพาะตัวพาทีมเก็บผลการแข่งขันที่ดี

จุดอ่อนไหนที่ลิเวอร์พูล เจาะได้บ้าง ?

ฟูลแบ็กเวลาดันเติมเกมรุก หลายทีมจ้องเล่นงานฮุมเมลส์ ที่ต้องคอยซ้อนอลาบา แถมฝั่งนี้ดันมาเจอกับโมฮาเหม็ด ซาลาห์ อีกด้วย

แล้วจุดแข็งของบาเยิร์น ที่ลิเวอร์พูล ต้องระวัง ? 

เกมโต้กลับของบาเยิร์น น่ากลัวแต่ไหนแต่ไร เมื่อก่อนมี อาร์เยน ร็อบเบน กับ ฟร้องค์ ริเบรี่ แต่เดี๋ยวนี้เป็น คิงสลี่ย์ โกม็อง กับ แชร์ก นาร์บี้

ถ้าผมจำไม่ผิด นาร์บี้ เคยสร้างปัญหาให้เทรนท์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ ได้บ้างตอนเล่นกับฮอฟเฟ่นไฮม์ ในรอบคัดเลือกแชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาลที่แล้ว

และการมี โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เป็นกองหน้า แนวรับลิเวอร์พูล ต้องมีสมาธิตลอดเวลา  ปล่อยให้ว่างไม่ได้เลย เลออน โกเรตสก้า ก็เล่นดีในช่วงที่ผ่านมา หาจังหวะเก่งในการสอดเข้าไปลุ้นประตูในเขตโทษ

ประเด็นตอนนี้คือ โกม็อง จะเล่นไหวหรือไม่หลังเจ็บข้อเท้าในเกมกับเอาก์สบวร์ก เพราะโธมัส มุลเลอร์ ติดโทษแบน ร็อบเบน เจ็บอีก ถ้าขาดโกม็อง บาเยิร์นคลายความน่ากลัวไปเยอะ ทางเลือกคือส่งอัลฟอนโซ่ เดวี่ส์ ที่มีความเร็วลงเล่นแทน หรือใช้ฮาเมส ยืนขวา นาร์บี้ ไปซ้าย โดยมีโกเรตสก้า, ติอาโก้ เป็นตัวขับเคลื่อนร่วมกับมาร์ติเนซ ในแดนกลาง

บาเยิร์น จะมาแผนไหนในนัดแรกที่แอนฟิลด์ ?

น่าจะระมัดระวังตัว แต่มันไม่ใช่ธรรมชาติของพวกเขาเท่าไหร่นัก บนแผ่นกระดาษก็อย่างหนึ่ง แต่ความน่าสนใจคือนักเตะจะอดทนเล่นตามแผนนี้หรือเปล่า และทนได้นานแค่ไหน

สุดท้าย ใครจะเข้ารอบ ?

ผมว่าน่าจะเป็นลิเวอร์พูล แต่สิ่งสำคัญคือห้ามประมาทบาเยิร์น ทีมนี้เด็ดขาด            

ชัยชนะกระทั่งสกอร์ 1-0 ที่แอนฟิลด์ ก็ถือว่าเป็นผลบวกกับลิเวอร์พูล เพราะนัดหน้าที่อัลลิอันซ์ อารีนา บาเยิร์น ต้องบุก เท่ากับเปิดช่องให้ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ สวนโจมตี