“ลายเซ็น” ผิดที่

28 February 2019
655 VIEWS

หากจะกลับมา “พรีเมียร์ลีก” เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ไม่เหลือชอยส์ที่ดีกว่า เลสเตอร์ ซิตี้ แล้วนะครับ

“บิ๊กโฟร์” ลิเวอร์พูล, แมนฯซิตี้, สเปอร์ส และ อาร์เซนอล หรือจะตามด้วย แมนฯยูไนเต็ด/เชลซี ดูแล้วไม่มี “ที่ว่าง” ให้กุนซือชาวไอร์แลนด์เหนือนะครับ

คัมแบ็ก หงส์แดง โนเวย์, ไปแทน เป๊ป no chance, แทนพอร์ช ที่สเปอร์สก็ยาก, อาร์เซนอล กับอูไน เอเมรี่ ก็เพิ่งเริ่มต้นงานด้วยกันซีซั่นแรก

ไปแมนฯยูฯ โดยมี “เลือดหงส์” ติดแขน และขาอยู่!?

เชลซี กับการโดนแบน 2 ตลาดนักเตะก็ไม่น่าจะใช่

รวมความแล้ว ร็อดเจอร์ส เหลือเพียงทีมระดับ “ท็อป 10” ให้ได้เลือกเท่านั้น และเลสเตอร์ ซิตี้ คือ ชอยส์ที่ดีที่สุดในแง่ “แบรนด์” และชื่อชั้น

อย่างน้อย ๆ ก็อดีตแชมป์พรีเมียร์ลีก 1 สมัย

เกมชนะไบร์ทตัน 2-1 อดีตกุนซือเซลติกเข้าไปชมด้วย เลสเตอร์ได้ครองบอลเพียง 49% น้อยกว่าผู้มาเยือนซะอีก

นี่คือ area ที่น่าจะได้เห็นเลสเตอร์ “เปลี่ยนแปลง”

Ball possession มากขึ้น และมีความไดเร็คต์น้อยลง แม้จะมีกองหน้าเร็วจี๊ดอย่าง วาร์ดี้, เกรย์, บาร์นส, อิกเฮียนาโช่ ฯลฯ ก็ตาม

เซนเตอร์ฮาล์ฟอย่าง อีแวนส์ และแม็คไกวร์ น่าจะมีบทบาทกับการเซ็ตบอลมากขึ้น และไปกับบอลมากขึ้นดังที่ได้เห็น 1 ครั้งจากอีแวนส์ ในครึ่งแรก และการลากเลื้อยของแม็คไกวร์ไปถึงกรอบเขตโทษ ไบร์ทตัน ในครึ่งหลัง

นักเตะอย่าง แมดดิสัน, ทีเลมันส์ น่าจะได้เปล่งประกาย

แต่หากปรับเปลี่ยนมากไป ชะตากรรมของร็อดเจอร์สอาจเหมือน โคลด ปูเอล ได้เหมือนกันหลังกุนซือฝรั่งเศสพยายามปรับทีมชุดนี้ที่ยังมีแกนจำนวนหนึ่งจาก เคลาดิโอ รานิเอรี่ และชุดแชมป์พรีเมียร์ลีก 2016

ดูแล้ว “เหมือนง่าย” นะครับ แต่งานของร็อดเจอร์ส ไม่ง่ายเลย

ผม “แอบคิด” เอาเองว่า งานร็อดเจอร์สคล้ายมาก ๆ กับงานของ มาร์โก้ ซิลวา ที่เข้ามาปรับเอฟเวอร์ตัน และกำลังสร้างวัฒนธรรมการเล่นแบบที่เจ้าตัวต้องการ

ไม่ผิดนะครับ หาก “หารือ” กันแล้วกับสโมสรฯว่านี่คือ “แนวทาง” ที่ต้องการ

หาไม่แล้วคงไม่เลือกซิลวาเข้ามาเหมือนกับที่ผู้บริหารไทยแห่ง คิงส์พาวเวอร์ ก็คงไม่เลือกร็อดเจอร์ส หากไม่ได้ “สัมภาษณ์” และพูดคุยกันถึงความคาดหวัง และต้องการทั้งใน และนอกสนาม

“ลายเซ็น” เบรนแดน ร็อดเจอร์ส จะปรากฎแค่ไหนที่เลสเตอร์ และทำได้รวดเร็วแค่ไหน นี่คือ “โจทย์แรก”

“โจทย์ที่ 2” คือ ทำแล้วจะประสบความสำเร็จ และสามารถเรียก “เครดิต” ที่สูญเสียจากการแยกทางกับลิเวอร์พูลแล้วไปบิวท์ที่สกอตแลนด์ 2 ปีครึ่งกับเซลติกจนได้โอกาสนี้?

หากทำได้ มันคงเป็นการ “แต่งงาน” ที่มหัศจรรย์อีกครั้งหนึ่งของวงการฟุตบอล แม้ดูตั้งแต่วันแรกที่ “เลือกกัน (และกัน)” แล้วว่า ไม่น่าจะไปรอดก็ตาม…คหสต.นะครับ