ฤา…ใกล้ถึงเวลา “จ่าฝูง” เปลี่ยนมือ ?

5 February 2019
395 VIEWS

ช่องว่างของลิเวอร์พูล จ่าฝูงพรีเมียร์ลีก และ แมนฯซิตี้ ผู้ไล่ล่า ลดลงมาเหลือห่างกันแค่ 3 คะแนนแล้ว เพราะนัดล่าสุดในเกมมันเดย์ไนท์ หงส์แดง สะดุดบุกไปเสมอเวสต์แฮมที่ลอนดอนอย่างเจ็บแสบ 1-1 และมีประเด็นต่างๆ ตามมามากมาย 

เกมที่ลอนดอน สเตเดี้ยม เปิดฉากด้วยรูปเกมที่เวสต์แฮม ของมานูเอล เปเยกรินี่มีโอกาสโจมตีเข้าใส่แนวรับของลิเวอร์พูลก่อนหลายครั้งหลายครา แต่เป็นฝ่ายลิเวอร์พูลที่พลิกสถานการณ์นำจากการยิงของซาดิโอ มาเน่ นาที 22 โดยเจมส์ มิลเนอร์เป็นคนเปิดมาให้  

สำหรับประตูนี้ต้องบอกว่าจังหวะที่ มิลเนอร์ หลุดไปเปิดบอลทางด้านริมเส้น เข้าอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าอย่างชัดเจน และผู้ช่วยผู้ตัดสินพลาดมหันต์ แต่โชคดีที่ 6 นาทีหลังจากนั้น ขุนค้อน ตีเสมออย่างรวดเร็ว จากการเล่นฟรีคิกลูกสูตร ซึ่ง มิคาอิล อันโตนิโอ เป็นคนยิงเล่นทางเข้าไป 

แม้จังหวะเปิดของมิลเนอร์ ที่นำมาซึ่งการได้ประตูจะเป็นลูกล้ำหน้า แต่ในเมื่อมันกลายเป็นประตูไปแล้ว  ส่งผลให้ มิลเนอร์ แอสซิสต์ในพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 81 ประตู ขึ้นรั้งอันดับ 7 ตลอดกาล โดยเพิ่งแซงหน้าสถิติของเดวิด เบ็คแฮมไปแค่ลูกเดียว

ส่วนอีก 6 คนที่แอสซิสต์ได้เหนือกว่า มิลเนอร์ ยังมี ไรอัน กิ๊กส์ (162) ,เชส ฟาเบรกาส (111), เวย์น รูนี่ย์ (103) , แฟรงค์ แลมพาร์ด (102) , เดนิส เบิร์กแคมป์ (94) และ สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด (92) 

อย่างไรก็ตาม แม้ผลเสมอจากเกมนี้ทำให้ลิเวอร์พูลเริ่มหายใจไม่ทั่วท้องแล้ว แต่การเก็บได้ 62 คะแนนหลังจากผ่าน 25 เกม ก็นับเป็นผลงานที่ดีที่สุด ลำดับที่ 2 ของหงส์แดงแล้ว

โดยก่อนหน้านี้พวกเขาเคยมีผลงานเก็บได้ 63 คะแนนจาก 25 นัด เมื่อฤดูกาล 1987-1988 ซึ่งปีนั้นพวกเขาจบด้วยการเป็นแชมป์ลีก และผลเสมอ ทำให้ลิเวอร์พูลสะดุด 2 นัดซ้อนๆ เพราะเกมที่แล้วก็เพิ่งเปิดแอนฟิลด์เสมอเลสเตอร์ 1-1

“มันไม่ได้เป็นเรื่องของแรงกดดันอะไรหรอกครับ…มันเป็นเรื่องของความสนุกและการลุ้นจากตำแหน่งที่คุณอยู่ เรามี 62 คะแนนนะ เราแพ้ไปแค่ 1 เกมตลอดช่วงเวลาตั้งแต่ตั้น ดังนั้นผมจึงมองมันในแง่บวกอยู่นะ” เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูลผ่อนคลายต่อแรงกดดัน

“ในช่วงระหว่างเกม หรือ ช่วงพักครึ่ง ผมไม่รู้เลยว่าประตูของเรามาจากการล้ำหน้า ไม่มีใครบอกผมและผมก็ไม่ได้ถาม หลังเกมทีมวิเคราะห์ของเรามาบอกผม เพราะงั้นผมก็เข้าใจได้ เวสต์แฮมยิงได้ ส่วนเราได้ประตูจากล้ำหน้า”

“สถานการณ์ของเรา ก่อนเกมคือมีนักเตะบาดเจ็บในแนวรับ ช่วงที่ซ้อมก่อนเกมนี้ เราต้องเปลี่ยน 3 ตำแหน่ง… แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องที่ดีและก็เห็นได้จากจังหวะลูกตั้งเตะโดยเฉพาะเรื่องวินัย นั่นเป็นจุดที่เรามีปัญหาเล็กน้อย”

“มันเป็นเกมที่ถ้าดิว็อค โอริคกี้ ซึ่งหลุดเข้ายิงในช่วงทดเจ็บได้ …ช่วงจะนับว่าเป็นโชคดี แต่หนึ่งคะแนนจากบทสรุปทุกอย่าง … ถือว่าถูกต้องแล้ว”

สำหรับ ลิเวอร์พูล อาจจจะมีสิทธิ์โดนแมนฯซิตี้ ทำแต้มทาบที่ 62 คะแนนก่อนก็ได้ เพราะแมนฯซิตี้ จะมีโปรแกรมไปเยือน เอฟเวอร์ตัน ตั้งแต่เกมวันคืนวันพุธ ที่ 6 ก.พ. ส่วนลิเวอร์พูล กว่าจะมีโอกาสเรียกความมั่นใจกลับมาอีกครั้ง ต้องรอวันเสาร์ ที่ 9 ก.พ. ซึ่งหงส์แดงจะได้เปิดบ้านเจอกับบอร์นมัธ

บางที “บังลังก์จ่าฝูง” ที่ลิเวอร์พูลยึดมาไว้อย่างเหนียวแน่นและยาวนานในซีซั่นนี้ อาจจะต้องถึงวาระ “เปลี่ยนมือ” บ้างแล้ว หากหงส์แดงยัง ซึม-เศร้า-เหงา-แฮงค์ แบบนี้ต่อไป