รางวัลแด่คนช่างฝัน

3 February 2019
168 VIEWS

​ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาบรรยากาศรอบรั้วสแตมฟอร์ด บริดจ์ ไม่ได้เป็นด้วยดีสักเท่าไหร่นักครับ

​หมอกสีเทาปกคลุมไปทั่วเดอะ บริดจ์ กับคำถามที่หลายคนอดสงสัยโดยไม่ได้เจตนาว่า เมาริซิโอ ซาร์รี จะเอาตัวรอดจากสถานการณ์วิกฤติของเชลซีได้อย่างไร หลังจากที่พวกเขาพ่ายหมดรูปต่อ บอร์นมัธถึง 4-0 ซึ่งเป็นการแพ้ยับที่สุดในรอบ 23 ปี

​จุดยืนที่ชัดเจนว่าเขาไม่พอใจกับผลงานของนักเตะภายในทีม โดยเฉพาะเรื่องของแรงกระตุ้นหรือความมุ่งมั่นที่จะลงสนาม ทำให้หลายคนอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะเป็นที่รู้กันดีว่าอำนาจของผู้เล่นในทีมเชลซีนั้นมักจะอยู่เหนือผู้จัดการทีมเสมอ

​ตัวอย่างมีให้เห็นนักต่อนัก ยอดคนอย่าง โจเซ่ มูรินโญ่ หรือ อันโตนิโอ คอนเต้ เองก็ไปไม่รอดเมื่อไม่สามารถกุมหัวใจของลูกทีมได้

​ไม่นับเรื่องจุดยืนทางแท็คติกส์การเล่นที่ไม่ยืดหยุ่น ยึดมั่นกับระบบ4-3-3 โดยให้ จอร์จินโญ เป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนทีม ทำให้ เอ็นโกโล ก็องเต้ ต้องปรับบทบาทใหม่และลดทอดจุดเด่นที่สำคัญที่สุดของเขาในฐานะมิดฟิลด์ตัวรับ

​และการพยายามแก้ไขปัญหาในแนวรุกด้วยการดึงตัว กอนซาโล่อิกวาอิน ก็ดูจะไม่ช่วยอะไรมากนักจากความปราชัยย่อยยับต่อทีมอย่างบอร์นมัธ

​เจมี่ คาร์ราเกอร์ ถึงกับส่งสัญญาณเตือนกุนซือชาวอิตาลีว่าหากเขารั้นที่จะทำแบบนี้ บางทีอาจจะรักษาเก้าอี้เอาไว้ไม่ได้

​แต่คำตอบของ ซาร์รี นั้นชัดเจนครับ

​“ผมไม่คิดว่าผมจะเปลี่ยนแปลงอะไรในเวลานี้” 

​ซาร์รี ยืนยันที่จะทำตามในสิ่งที่ตัวเองเชื่อ และไม่ได้หวั่นไหวอะไรมากนักเรื่องของอนาคตในการทำงาน

​ระหว่างการทำในสิ่งที่ไม่อยากทำแล้วปลอดภัย เขาขอจะเสี่ยงกับการเป็น “นักฝัน” (a dreamer) มากกว่า เพราะเขาอยากจะให้ทีมได้เล่นในแบบที่เขาต้องการ เขารู้ว่าอาชีพการงานนี้มีความเสี่ยงเสมออยู่แล้วและเขาก็พร้อมจะเดิมพันไปกับมัน

​ผมไม่แน่ใจนักว่าสาส์นของซาร์รี ถูกส่งไปถึงใจของลูกทีมแล้วใช่ไหม?

​หรือมันอาจจะเป็นเพราะว่าทีมเพียงต้องการจะกู้หน้ากลับมาหลังความปราชัยย่อยยับ

​หรือเป็นเพราะ ฮัดเดอร์สฟิลด์ อ่อนหัดเกินไป

​แต่ 90 นาทีที่ เดอะ บริดจ์ที่ผ่านไป ซาร์รี ได้เห็นในสิ่งที่เขาอยากเห็นแล้วครับ

​ฟุตบอลที่ไม่ใช่เพียงไหลลื่นและสวยงาม แต่ยังมีความดุดัน มีประสิทธิภาพ และมีความอันตรายในทุกจังหวะ

​การประสานงานระหว่าง HxH อิกวาอิน และ อาซาร์ กลายเป็นการจับคู่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ และชวนจินตนาการว่าคู่นี้จะไปได้ไกลถึงไหนกันในระหว่างนี้ไปจนถึงจบฤดูกาล

​ที่ผ่านมาหนึ่งในปัญหาของเชลซีคือการที่ไม่มี “หมายเลข 9” ที่จะสามารถเป็นความหวังในแดนหน้าจริงๆได้เลย ทั้งๆที่พวกเขามีเพลย์เมคเกอร์ที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีก (ในวงเล็บว่าเป็นขวบปีที่เขาอยู่ในฟอร์มที่ดี ซึ่งฟอร์มแบบนี้เคยพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาแล้ว 2 สมัย) อย่าง อาซาร์ อยู่ในทีม

​ปัญหาในแดนหน้าทำให้ ซาร์รี อับจนหนทางถึงขั้นจับเอา อาซาร์ไปยืนในบท False9 แทนเพราะไม่สามารถฝากความหวังกับ อัลวาโร่โมราต้า ที่หัวใจนั้นเล็กเกินไปจะอยู่กับเชลซี และ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่ลืมสัญชาติญาณการทำประตูไปหมดแล้ว 
​การตัดสินใจนั้นทำเอาระหว่างทั้งสองมีความหมองใจกันให้น่าประหวั่นพรั่นพรึง

​อย่างไรก็ดีเมื่อ อิกวาอิน มาดูเหมือนการเข้าคู่ระหว่างเขากับดาวเตะเบลเยี่ยมจะเป็นเคมีที่ตรงกัน

​ซาร์รี มีความสุขกับสิ่งที่ได้เห็น “ผมมีความสุขมากเพราะนอกจากประตูที่ยิงได้แล้ว ผมรู้สึกว่า กอนซาโล่ นั้นมีความเหมาะสมที่จะเล่นใกล้ๆกับเอเดน”

​ขณะที่ อาซาร์ ซึ่ง 2 ประตูในวันนี้ทำให้เขายิงไปแล้ว 15 ประตูมากที่สุดในช่วงเวลานี้ของฤดูกาลที่เคยทำได้นับตั้งแต่ย้ายมาจากลีลล์เมื่อปี 2012

​“อิกวาอิน เป็นนักเตะใหม่ก็จริงแต่เขารู้ว่าผู้จัดการทีมต้องการอะไร” อาซาร์ กล่าวถึงคู่หูคนใหม่

​หลังช่วงเวลาของความสับสนมานาน ดูเหมือนเชลซีจะค้นพบความหวังใหม่อีกครั้ง

ขณะเดียวกันมันก็เป็นรางวัลแด่คนช่างฝันอย่างซาร์รี ที่ไม่ยอมที่จะหยุดฝันและกล้าจะเดิมพันในสิ่งที่ตัวเองเชื่อครับ