มังกรอันตราย!!!

19 January 2019
154 VIEWS

หลังต่อสู้ห่ำหั่นกันบนพื้นหญ้ามาได้ 2 ขวบสัปดาห์ ฟุตบอลเอเชี่ยนคัพ 2019 ก็ได้ 16 ทีมผ่านรอบแบ่งกลุ่มเข้าสู่รอบน็อกเอาท์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

แน่นอนว่าในรอบ 16 ทีมนี้สำหรับแฟนฟุตบอลชาวไทยคงไม่มีเกมไหนจะน่าสนใจไปกว่าการพบกันกันของ “ทีมชาติไทย”และ “ทีมชาติจีน”

แม้ “เป้าหมาย” ของทีมชาติไทยก่อนมาแข่งขันฟุตบอลเอเชี่ยนคัพ 2019 จะถูกตั้งไว้เพียงแค่ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีม และสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ได้แบบหล่อๆแล้ว ด้วยการเข้ารอบเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม ไม่ต้องไปลุ้นเป็นเสมือน “ตัวแถม” กับอันดับ 3  ที่ดีที่สุด แต่กระนั้นหลังมีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งแม่ทัพ และทำผลงานในรอบแบ่งกลุ่มได้อย่างยอดเยี่ยมใน 2 เกมสุดท้าย ดูเหมือน ณ ตอนนี้ “ความหวัง” ของทีมชาติไทยจะไปไกลเกินกว่ารอบนี้เสียแล้ว

จากการให้สัมภาษณ์ของกุนซืออย่าง “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย รวมทั้งนักฟุตบอลหลายคน ดูเหมือนจะเต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจว่าทัพ “ช้างศึก” จะสามารถต่อสู้กับทีม “มังกร” ได้อย่างสูสี และมีดีพอที่จะเอาชนะคู่ต่อกรเข้าสู่รอบ 8 ทีมต่อไปได้

โดยเฉพาะอดิศักดิ์ ไกรษร ดาวยิงทีมชาติไทย เจ้าของสมญานาม “นักฆ่ามังกร” ที่ดูจะมั่นใจเป็นพิเศษจากสถิติที่มักทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อเจอกับทีมจากแดนมังกร ทั้งการยิง 2 ประตูใส่ทีมชาติจีนในเกมที่ช้างศึกบุกอุ่นเครื่องชนะทีมชาติจีน 5-1 เมื่อปี 2013และยิง 2 ประตูเช่นกันในเกมที่ชนะทีมชาติจีน 2-0 ในเอเชียนเกมส์รอบ 16 ทีมสุดท้ายเมื่อปี 2014 รวมทั้งทำประตูช่วยอดีตต้นสังกัดเก่า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกเสมอซานตง ลู่เหนิง จากจีน 1-1 ในเอเอฟซี แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มปี 2014 อีกด้วย

และไม่เพียงแค่บรรดาสต๊าฟโค้ชและนักเตะเท่านั้น ในส่วนของแฟนฟุตบอลชาวไทยก็มีความเชื่อมั่นว่าทัพช้างศึกจะสามารถสู้กับทีมชาติจีนได้อย่างสูสี และน่าจะสามารถเอาชนะทีมชาติจีนผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไปได้ หลังได้เห็นการทำหน้าที่ของโค้ชโต่ย และฟอร์มการเล่นใน 2 เกมล่าสุดที่ขุนพลช้างศึกทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ช่วยกันเล่นอย่างเต็มที่จนทีมสามารถพลิกสถานการณ์เข้ารอบ 16 ทีมมาได้ ซึ่งทำให้เห็นว่าแท้จริงแล้วทีมชาติไทยอยู่ในจุดไหนของทวีปเอเชีย

อย่างไรก็ตามแม้กุนซือ นักเตะ รวมทั้งแฟนบอลของทัพช้างศึกจะเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจว่าจะสามารถสู้ได้มากแค่ไหน แต่ในความเป็นจริงทีมชาติจีนก็ยังเป็น “มังกรอันตราย” ที่เราไม่อาจจะประเมินคู่ต่อสู้รายนี้ต่ำเกินจากความเป็นจริงไปได้… 

ทีมชาติจีนมีอันดับ และสถิติในการพบกันที่ดีกว่าที่ชาติไทยมาก โดยฟีฟ่าแรงค์กิ้งทีมชาติจีนอยู่อันดับที่ 76ส่วนทีมชาติไทยอยู่อันดับ 118  และสถิติการพบกัน  25ครั้ง เป็นทีมชาติจีนที่ชนะได้ถึง 17 ครั้ง ทีมชาติไทยชนะได้เพียง 3 ครั้ง และเสมอกัน 5 ครั้ง 

นอกจากนั้นทีมชาติจีนยังมีมาร์เซโล ลิปปี้ กุนซือชาวอิตาลีที่มีดีกรีพาทีมชาติอิตาลีคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกได้มาแล้วเป็นคนคุมทัพ ซึ่งแน่นอนว่าด้วยประสบการณ์ในการคุมทีมของกุนซือวัย 70 ปีจะต้องมีแผนการเล่น หรือแท็คติคที่ทำให้ทีมชาติไทยต้องเจอความลำบากอย่างแน่นอน สังเกตได้จาก 3 เกมที่ผ่านมากุนซือเฒ่าเปลี่ยนแผนการเล่นที่หลากหลายและไม่มีแผนกาเล่นที่ตายตัว ทั้ง 5-3-2 หรือ 4-3-3

และแม้ทีมชาติจีนชุดนี้จะเป็นเสมือน “มังกรเฒ่า” จากอายุเฉลี่ยของผู้เล่นที่ 28.7 ปี ซึ่งผู้เล่นส่วนใหญ่อยู่ในระดับ 20 ปลายๆและกว่าครึ่งทีมอายุเกิน 30 ปี  รวมทั้งมีผู้เล่นที่อายุมากที่สุดในการแข่งขันอย่าง เจิ้ง จื้อ ในวัย 38 ปี ทว่าก็เป็นมังกรเฒ่าที่แข็งแกร่งด้วยรูปร่างของผู้เล่น โดยมีความสูงเฉลี่ยของนักเตะ 182เซนติเมตร เหนือกว่าทีมชาติไทย โดยในทัวร์นาเมนท์นี้เป็นรองเพียงแค่ อิหร่าน กับเกาหลีใต้เท่านั้น ซึ่งความสูงใหญ่และแข็งแกร่งของทีมชาติจีนจะสร้างปัญหาให้ทัพช้างศึกอย่างแน่นอน

มิหนำซ้ำมังกรเฒ่าตัวนี้ยังเต็มไปด้วยประสบการณ์และอาวุธอันตรายที่จะใช้เล่นงานใส่ทัพช้างศึก โดยเฉพาะ อู๋ เล่ย ดาวยิงจากสโมสร เซี่ยงไฮ้  เอสไอพีจี ดาวซัลโวของ ไชนิส ซูเปอร์ลีก ฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยผลงาน 27ประตู ทั้งที่ในลีกเต็มไปด้วยดาวยิงระดับพระกาฬ และเจ้าตัวยังกดไปแล้ว 2 ประตูในเอเชี่ยนคัพ 2019 นี้

หากทีมชาติไทยมี อดิศักดิ ไกรษร ที่ได้รับสมญาว่านักฆ่ามังกร ทีมชาติจีนเองก็มี อู๋ เล่ย  ที่น่าจะได้รับสมญาว่า “นักล่าช้าง” เช่นกัน เพราะมักทำผลงานได้ดีเมื่อเจอกับทีมจากประเทศไทยทั้งในระดับชาติและสโมสร โดยเหมาคนเดียว 2 ประตูในเกมที่ทีมชาติจีนบุกมาเอาชนะทัพช้างศึกได้เมื่อกลางปีก่อน รวมทั้งเหมาคนเดียว 2 ประตูในเกมที่ต้นสังกัด เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี เอาชนะเมืองทอง ยูไนเต็ด ในเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รอบคัดเลือก 3 – 0 เมื่อปี 2016

แม้จะมีข่าวจากสื่อจีนว่า อู๋ เล่ย ได้รับบาดเจ็บหนักที่ไหลซ้ายจนอาจไม่สามารถลงสนามในเกมนี้ได้ แต่มาร์เซโล ลิปปี้ ก็ออกมายืนยันว่าดาวยิงตัวเก่งจะกลับมาลงสนามในเกมนี้ได้แน่นอน

แต่ถึงจะไม่มี อู๋ เล่ย ทีมมังกรยังมีผู้เล่นที่อันตรายอีกหลายคนทั้ง หาว จุ้นหมิน  ตัวทำเกมคนสำคัญอดีตผู้เล่นของชาลเก้ 04 หรือ เซียว จื้อ กองหน้าที่มีรูปร่าง สูงใหญ่ ซึ่งเก็บบอล พักบอลได้เป็นอย่างดีขนาดสร้างปัญหาให้เกมรับของทีมชาติไทยมาแล้วในเกมล่าสุดที่พบกัน

จากองค์ประกอบทั้งหมดที่กล่าวมา บวกกับความมุ่งมั่นในเกมที่พร้อมจะเข้าบดบี้กับทีมช้างศึกแบบเกิน 100 เพื่อที่จะผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ด้วย ทำให้ทีมชาติจีนชุดนี้กลายเป็นมังกรอันตรายที่ทัพช้างศึกไม่อาจประมาทได้แม้เพียงเสี้ยววินาทีตลอด 90 นาที 

หากต้องการผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมต่อไป…