“มวยบุก” กับ “มวยโต้”

3 March 2019
152 VIEWS

ในแง่การรับชมมันเหมือน “ดูมวย” นะครับที่ฝ่ายหนึ่ง บุก และอีกฝ่ายรอโต้จังหวะสอง

สเปอร์ส เดินหน้า และสาวหมัด เข้าเป้าบ้าง ไม่เข้าบ้าง แต่รวมแล้วแม่นยำพอ ๆ กับอาร์เซนอล ที่แอบมองลอดการ์ดคอยสวนโต้

สุดท้าย “แบ่งแต้ม” และเจ๊ากันไป 1-1 อันไม่เป็นผลดีนักกับทั้ง 2 ฝ่าย เฉพาะอย่างยิ่งแมนฯยูไนเต็ด อัดเซาแธมป์ตัน 3-2 ได้ท้ายเกม ทำให้คะแนนไล่บี้กันมากในส่วนการชิงชัย “ท็อปโฟร์”

เจ้าถิ่น ตราไก่ เกือบแล้วจะแพ้ 3 เกมติดหลังพลาดให้เบิร์นลีย์ และเชลซี มาก่อนหน้า ขณะที่เกมนี้ก็ได้ “จุดโทษ” แฮร์รี เคน ท้ายเกมนาทีที่ 74 อันเกิดจากจังหวะฟาล์วที่หัวหอกกัปตันทีมไปออฟไซด์ก่อนด้วย

หาก VAR ถูกนำมาใช้ (เริ่มซีซั่นหน้า) ประตูนี้คงไม่เกิด และอาร์เซนอลน่าจะชนะได้

หรือท้ายเกมที่ โอบาเมยอง พลาดโทษนาทีที่ 90+1 ก็เช่นกันที่ ญอริส เซฟสเปอร์สจากความพ่ายแพ้ในพรีเมียร์ลีกติดต่อกัน 3 นัดเป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี

รวมความแล้ว เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ และลูกทีมอาจจะมี “สไตล์บอล” ที่สวยเท่ห์ หรือรับสูง และ pressing สูงในแดนคู่แข่ง

แต่หากฝ่ายตรงข้ามรับได้ดี เช่น อาร์เซนอล และโต้ได้ยอดเยี่ยม

“ความเสี่ยง” ในการเล่นแนวทางนี้ก็จะมีอยู่สูงมากดังที่ ดาวินสัน ซานเชซ พรวดใส่ ลากาแซตต์ ทำให้หัวหอกฝรั่งเศสหลุดจ่ายให้ แรมซีย์ หลุดเดี่ยวจากครึ่งสนาม

ย้ำ! หลุดเดี่ยวจากครึ่งสนาม!!!

ยังไงก็ไม่ล้ำหน้าครับ เพราะแรมซีย์วิ่งจากแดนตัวเอง และมีงานต้องทำอีกเพียบในการเลี้ยงบอล และเลื้อยหลบญอริส รวมถึง วันยามา ที่เข้ามาพยายามจะสกัด

งานนี้น่าเสียดายเล็กน้อยที่ วันยามา ไม่ได้วิ่งอ้อมหลังญอริสพุ่งตรงเข้าเส้นประตูเพื่อสกัดที่เส้น แต่เลือกจะวิ่งป้องกันในทิศทางเดียวกับโกล์ฝรั่งเศส

พอหลุดจึงหลุดทีเดียว 2 คน และแรมซีย์ก็ลากสังหารประตูสุดสวยในดาร์บี้แมตช์ยิ่งใหญ่ที่สุดของลอนดอนตอนเหนือก่อนตัวเองจะย้ายไปตูรินได้สำเร็จ

รวมความแล้ว ระบบสเปอร์สไม่ได้มีปัญหา เพราะตำแหน่งการเล่น หรือ positional play สวยงาม แต่แนวรุก เคน, ซอน เฮือง-มิน, เอริคส์เซ่น ไม่ค่อยคลิ๊กนักขณะที่ริมเส้นทั้ง โรสส์ และทริปเปียร์ ก็ไม่เข้าฟอร์ม

เกมจึงสะดุดไม่ลื่นไหล

ขณะที่ต้องชมเกมรับ อาร์เซนอล ที่เหลือเชื่อว่า อูไน เอเมรี่ ทำหน้าที่ปั้นนักเตะที่มีได้อย่างน่าอัศจรรย์ เฉพาะอย่างยิ่งการใช้ มุสตาฟียืนแบ็คขวา และโซคราติส กับคอสเชียลนี ยืนเซนเตอร์ฯ โดยมอนเรียลเล่นแบ็คซ้าย

โดยเกมรุกปืนใหญ่นั้นไม่ต้องห่วงมากอยู่แล้ว

สิ่งที่ได้ “เรียนรู้” จากเกมนี้ก็คือ สเปอร์ส ยังดูเหมือนมี “มิติ” หรือ “แท็คติกส์” ในการเล่นไม่หลากหลายนัก แม้จะเล่นหลัง 3 หรือหลัง 4 ได้

ผิดกับอาร์เซนอล ที่เกมรับเจ็บเยอะ แต่ก็ยังอุตส่าห์กล้อมแกล้มไปได้เฉยเลย

มากกว่านั้นคือ การปรับเปลี่ยนระบบได้ทั้งหลัง 3 และหลัง 4 เช่นกัน รวมถึงเปลี่ยนตัวไม่ใช่ตำแหน่งต่อตำแหน่ง หรือตำแหน่งเดียวกันแต่ต่างคาแร็กเตอร์ หรือเล่นรุกได้ เล่นรับแล้วโต้ก็ได้ตาม game plan ของตนเอง

ส่วนตัวผมมองว่า ใน 9 นัดที่เหลือ อาร์เซนอลเล่นรูปแบบนี้ได้ครับ เพราะ “จุดแข็ง” ในเกมรุกยังได้ใช้ ขณะที่เกมรับก็ได้รับการปกป้องในระดับหนึ่งจากคู่มิดฟิลด์ double pivot 

ขณะที่สเปอร์ส คงไม่ต้องปรับอะไรนอกจากลดความผิดพลาดให้ได้ แม้จะยอมรับว่า human error เกิดได้โดยเฉพาะวิธีการเล่นที่สนุก และเสี่ยงทว่าก็ต้องลดทอนลงให้ได้

ขณะที่เกมรุกก็ต้อง “คืนฟอร์ม” และ “เน้น” กว่านี้ เช่น จังหวะที่ เคน ไม่ยอมยิงจนสุดท้ายวกมาเสียประตูแรก

ครับ มวยบุกหากมีจังหวะก็ต้องต่อยให้สลบ เพราะมวยรับเค้าพร้อมโต้อยู่แล้ว ดังที่ได้เห็นในลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ เกมนี้ครับ