ฟางเส้นสุดท้าย

1 February 2019
585 VIEWS

ผมพูดเสมอๆ ในคอลัมน์นะครับว่า ฟุตบอลนั้นแพ้กันได้ แต่ “อาการ” (manner) แห่งความพ่ายแพ้นั้นเป็นแบบไหน?

หากเป็นเช่นที่ เชลซี บุกไปโดนบอร์นมัธ ถล่ม 0-4 แน่นอนครับว่า “รับไม่ได้”

“ผมหงุดหงิดมาก ไม่ได้รู้สึกกดดันนะ ผมไม่ได้เห็นสิ่งที่เตรียมทีมมา นั่นทำให้ผมรู้สึกเซ็ง”

“บางทีมันอาจเป็นความผิดของผมที่ไม่สามารถกระตุ้น (motivate) พวกเขาได้ แต่ทีมนี้เป็นทีมที่แข็งแกร่ง และสามารถชนะได้โดยไม่ต้องมีโค้ชด้วยซ้ำ” เมาริซิโอ ซาร์รี ให้สัมภาษณ์หลังเกม

โดยเป็นอีกครั้งถัดจากนัดที่แพ้อาร์เซนอล 0-2 ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม ที่ได้ยินกุนซืออิตาเลียนแตะถึงคำว่า Motivation ที่เจ้าตัวกล่าวเหมือนสารภาพบาปว่า ไม่สามารถกระตุ้นนักเตะชุดนี้ได้

หนก่อนที่ห้องแถลงข่าว ซาร์รี ขอใช้ “ล่าม” เพื่อไม่ให้การใช้ภาษาอังกฤษคลาดเคลื่อน http://bit.ly/2RtKtHv แต่หนนี้ไม่จำเป็น แค่ปิดห้องแต่งตัวในสนามไวทัลลิตี้ สเตเดี้ยม เฉ่งผู้เล่นตัวเอง (คาดว่าเช่นนั้น) 40 นาที

โดยมีแค่ตัวเขาเองกับนักเตะ และขอให้สตาฟฟ์โค้ชทีมงานทั้งหมดออกไปรอนอกห้อง

นั่นจึงเป็นที่มาแหละครับว่า ฤานี่จะเป็น “ฟาง” เส้นสุดท้าย และเป็นสัญญาณบางอย่างของ ซาร์รี กับทีมเชลซี

รุด กุลลิท คอมเมนต์เพิ่มเติมว่า ทีมชุดนี้พึ่ง เอแดง อาซาร์ มากไป หากดาวเตะเบลเยียมยิงไม่ได้ การทำประตูก็จะลำบาก เพราะอาจจะมีวิลเลียนอีกคนที่พอมีลุ้น

กองกลางที่ใช้ จอร์จินโญ่ เป็นหลักก็ถูกกุลลิท ระบุว่าเป็นการซื้อที่แย่ที่สุด

ฯลฯ และ ฯลฯ ตามสไตล์บอลแพ้นะครับที่จะพูดอะไรหลังเกมก็คงจะได้

แฟนบอลสิงห์บลูส์ที่ตามไปเชียร์ก็เปล่งเสี่ยงเป็นเพลงในท่อน “You don’t know what you’re doing” หรือ “คุณไม่รู้ว่าหรอกว่า คุณกำลังทำอะไรอยู่”

แน่นอนครับ ซาร์รี “เข้าใจ” หัวอกแฟน ๆ ในเกมที่ กอนซาโล อิกวาอิน ประเดิมไม่สวย (แม้จะถูกเปลี่ยนตัวนาทีที่ 66 ขณะสกอร์โดนนำ 0-2)

อันดับก็ร่วงลงมานอกโซน “ท็อปโฟร์” ไปอยู่ที่ 5

กล่าวคือ อะไร ๆ ก็ไม่เป็นใจครับกับสถานการณ์ที่กล่าวได้เลยว่า “ย่ำแย่” ถึงขีดสุดเพราะสกอร์ไลน์ “ยับเยิน” ที่สุดในยุค โรมั อบราโมวิช เข้ามาเทคโอเวอร์ หรือมากกว่า 20 ปี

คหสต.ผมเห็นด้วยส่วนหนึ่งในเรื่อง “แรงกระตุ้น” ที่ซาร์รี คิดว่าเป็นประเด็น รวมถึงการที่นักเตะไม่สามารถเล่นตามแท็คติกส์ของเขาได้

อย่างไรก็ดี ระบบ 4-3-3 ในรูปแบบของซาร์รี กับทีมชุดนี้มีปัญหาแน่ ๆ ที่ “หัวหอก” และตอนนี้ก็ได้ปรับแล้วเป็นอิกวาอิน แทนที่ อัลบาโร โมราต้า

ตำแหน่งอื่น ๆ ผมไม่ได้มองเป็น “ประเด็น” มากนักยกเว้นเซนเตอร์ฮาล์ฟทั้ง 2 คนที่ ดาวิด ลุยซ์ มีความไม่ละเอียด ขณะที่รูดิเกอร์ ก็ไม่ใช่กองหลังที่ “ใช้เท้า” ได้ดี หรือสกัดบอล ตัดบอล ได้เนียน

3 ตัวกลางเหมือนจะลงตัว แต่ จอร์จินโญ่, กองเต้ และโควาชิช/บาร์คลีย์ ยังขาดสมดุล เฉพาะอย่างยิ่งการใช้จอร์จินโญ่ และกองเต้พร้อม ๆ กัน

ทั้งคู่เล่นร่วมกันได้ แต่ขณะนี้เรายังไม่ได้เห็นสิ่งที่ดีที่สุดจากทั้ง 2 คนในตำแหน่งที่เล่นแบบสม่ำเสมอ และยังไม่ได้ถูก “ทดลอง” วิธีการเล่นอื่น ๆ มากนัก

มองในส่วนนี้ ซาร์รีเองก็ “ดื้อดึง” จะเล่นในรูปแบบของตัวเองกับทีมที่ยังอาจไม่พร้อม หรือไม่ถนัดวิธีการแบบนี้เช่นกัน

มันจะต่างอะไรกับ โจเซ่ มูรินโญ่ หรือมิโลวาน ราเยวัช ที่พยายามจะ “จับยัด” วิธีการตัวเองให้กับทีมที่อาจไม่ได้มีวัฒนธรรม หรือความถนัดในการเล่นแบบนั้น

ต่างกันเพียง ซาร์รี เป็น “บอลบุก” ขณะที่ลุงวัช และน้ามู เป็น “บอลรับ”

ทั้งนี้แม้จะเป็นซีซั่นแรกที่ยังไม่จบ แต่สถานการณ์แบบนี้ไม่สู้ดีนัก และหาก เมาริซิโอ ซาร์รี ไม่ได้รับการ “หนุนหลัง” แบบแน่น ๆ จากฝ่ายบริหาร ขณะที่นักเตะบางทีเหมือนเอาด้วย บางทีเหมือนไม่เอา (ขาดแรงกระตุ้น)

บางที “ฟางเส้นสุดท้าย” อาจขาดเร็วกว่าที่คาดคิดกันก็ได้