“ฟัก ซาร์รี่-บอล”

19 February 2019
748 VIEWS

จะว่าไป วาทกรรม “ซาร์รี่-บอล” คงเปรียบได้กับนักการเมืองน้ำดี…รู้ว่ามี แต่หาไม่เจอ 

ฟุตบอลในแบบของเมาริซิโอ ซาร์รี่ ก็คงมีดีอย่างว่านั่นแหละ เพราะหาไม่แล้ว กุนซือระดับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า คงไม่อวยให้เปลืองน้ำลายว่านาโปลี ในฤดูกาลที่แล้ว คือคู่ต่อกรที่สร้างปัญหาให้แมนฯ ซิตี้ ได้มากที่สุดทีมหนึ่ง   

เพียงแต่แฟนบอลอังกฤษ ยังไม่เห็นไม่เจอสักทีว่าซาร์รี่-บอล มีดีตรงไหน นอกจากคำพูดสร้างความหวังลมๆ แล้งๆ ไปวันๆ แบบนักการเมืองดีแต่ปาก

ก่อนอื่น…หลายคนอาจยังไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่า “ซาร์รี่-บอล” คืออะไร ?

มันคือนิยามของฟุตบอลเกมรุกที่เล่นด้วยสปีด ผ่านบอลสั้่น เร็ว แม่นยำ ผสมผสานกับการไล่บีบแย่งบอลในแดนคู่แข่ง

เผินๆ อาจดูว่าสไตล์ใกล้เคียงกับแมนฯ ซิตี้ ของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า แต่คงไม่ใช่ในรายละเอียด

โดยเฉพาะความสมดุลในจังหวะเปลี่ยนจากรุกเป็นรับ หรือที่เรียกว่าทรานซิชั่น เชลซี เวลานี้ยังสอบตกอยู่มาก

แมนฯ ซิตี้ ฤดูกาลที่้แล้ว อาจถูกซูฮกความเจ๋งเป้งของเกมบุกที่ยิงระเบิดระเบ้อถึง 106 ประตู แต่อย่าลืมว่าเกมรับก็ดีเป็นเบอร์หนึ่งของลีก ด้วยการเสียแค่ 27 ลูก

ไม่ได้ยอดเยี่ยมส่วนเดียว แต่อีกพื้นที่กลับกลายเป็นบ่อน้ำมัน

ถึงวันนี้ แฟนบอลเชลซี หมดความอดทนที่จะรอเห็น “ซาร์รี่-บอล” ผลิดอกออกผลอย่างคำคุยโตขี้โม้โอ้อวดของกุนซืออิตาเลียน

เสียงตะโกน “ฟัก ซาร์รี่-บอล” ดังกระหึ่มเป็นระยะระหว่างเกมเอฟเอ คัพ ที่แพ้แมนฯ ยูไนเต็ด แบบหมดสภาพคาบ้าน 0-2

พวกเขาไม่ต้องการบอลสไตล์อย่างว่าอีกต่อไป หากมันหมายความว่านักเตะที่เคยทำผลงานดีสุดๆ ในบทบาทหนึ่ง ต้องเสียสละออกไปเล่นอีกตำแหน่ง

แฟนเชลซี กระสันอยากเห็นเอ็นโกโล่ ก็องเต้ กลับมาคุมแดนกลางในฐานะ DM หรือดีเฟนซีฟ มิดฟิลด์ อย่างที่เคยช่วยให้เลสเตอร์ กับเชลซี  คว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ได้ตลอดสองปีแรกบนแผ่นดินอังกฤษ

และเป็นคีย์แมนแบบเงียบๆ ในความสำเร็จของฝรั่งเศส ชุดแชมป์โลก 2018

แต่ความพยายามปั้่น “ซาร์รี่-บอล” จากน้ำให้เป็นตัว กลายว่าก็องเต้ ต้องขยับออกจากตำแหน่งที่ช่วยขับออร่าได้มากที่สุด

ขณะที่ซาร์รี่  มุทะลุหูดับไม่ฟังใคร จะเข็นลูกรักนอกไส้อย่างจอร์จินโญ่ ให้เกิดจงได้ในตำแหน่งที่เคยเป็นของก็องเต้

มิดฟิลด์ทีมชาติอิตาลี คนนี้ ถูกซาร์รี่ หนีบมาจากนาโปลี ในวันเดียวกันที่เปิดตัวเป็นกุนซือเชลซี เมื่อย้อนไปกลางเดือนก.ค.ปีก่อน

สำคัญขนาดไหนในสายตาของซาร์รี่ ก็ลองคิดดูเอา

แต่ใครต่อใคร พากันมองออกว่าจอร์จินโญ่ นี่แหละ คือจุดอ่อนของเชลซี ที่คู่แข่งเกือบทุกทีมวางแผนมาเล่นงาน

เพราะนอกจากการเชื่อมเกม คอยรับส่งบอล เหมือนคอนดัคเตอร์ในวงออเคสตร้า แฟนสิงห์บลูส์พากันส่ายหัวไม่เข้าใจว่าจอร์จินโญ่ มีดีอย่างอื่นตรงไหน

แท็คเกิ้ลไม่เก่ง เกมรับไม่ได้ แรงปะทะเป็นรอง โดนบีบเร็วเข้าหน่อย ก็ลนลานเล่นไม่ออก

กลายเป็นตัวฉุดให้ก็องเต้ พลอยเป็นนักเตะดาดๆ ไปด้วย

นับวัน แฟนในสแตมฟอร์ด บริดจ์ ยิ่งรำคาญกับความดื้อ ไม่ยืดหยุ่นของซาร์รี่

กระทั่งแมนฯ ยูไนเต็ด มาเยือนด้วยแผน 4-4-2 ไดม่อนด์ หรือ 4-1-2-1-2 จุดอ่อนของหมากนี้คือด้านข้างสนาม ถ้าเชลซี จะเน้นโจมตีดีๆ ฟูลแบ็กอย่างลุค ชอว์ กับแอชลี่ย์ ยัง คงปวดตับ

แต่ซาร์รี่ ก็จับเชลซี เล่นแบบเดิม ดื้อด้านจะเจาะเข้าไปยิงให้ได้ทั้งที่ตรงกลางแน่นตายห่า

ขนาดคนที่ไม่ใช่แฟนบอลพวกเขาอย่างผม ยังอดรำคาญไม่ได้ นับประสาอะไรกับคนเสียเงินเข้าไปดูในสนาม

“ซาร์รี่-บอล” คงเป็นได้แค่วาทกรรมสวยหรู ดีในอุดมคติ แต่ไม่เวิร์กในชีวิตจริง….