พรีเมียร์ลีก จะทำอย่างไรต่อไปในวันที่ โควิด-19 รุมเร้า

พรีเมียร์ลีก
13 March 2020
48 VIEWS

ทันทีที่ มิเกล อาร์เตตา และ คัลลัม ฮัดสัน โอดอย ถูกรายงานว่าติดไวรัส โควิด-19 พรีเมียร์ลีกก็คิดหนักเกี่ยวกับอนาคตของฤดูกาลนี้ทันที หลังก่อนหน้านี้ เพิ่งออกมายืนยันว่า พวกเขาจะเล่นในเกมที่เหลือของฤดูกาลโดยไม่มีผู้ชมในสนามไปจนจบฤดูกาล หรืออย่างน้อยจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย แต่ความวัวยังไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรกแทนทันที ทำให้งานนี้ ทั้ง ลีกสูงสุด และ อิงลิช ฟุตบอล ลีก ที่ควบคุมดูแลบรรดาลีกล่าง ๆ ลงไป ต้องกลับไปคิดใหม่

ล่าสุด มีรายงานว่า ทั้ง อีเอฟแอล และ พรีเมียร์ลีก มีนัดประชุมกันในวาระพิเศษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยหัวข้อที่ประชุมกัน ต่อให้ไม่มีรายงานออกมา ก็เชื่อว่าหลายคนคงเดาได้ นั่นคือการระงับการแข่งขันในช่วงที่เหลือของฟุตบอลลีก ทั้งลีกสูงสุด และลีกรองลงไป ซึ่งพวกเขาต้องคุยถึงรายละเอียดและผลกระทบเกี่ยวกับการตัดสินใจครั้งนี้อย่างมากก่อนจะมีการตัดสินใจในครั้งนี้

รายงานระบุว่า ทันทีที่ทราบว่า อาร์เตตา ติดเชื้อโควิด-19 และ อาร์เซนอล สั่งเลื่อนโปรแกรมเตะออกไปแบบฉุกเฉือน น่าจะเป็นจุดที่ทำให้พรีเมียร์ลีกตัดสินใตถึงเรื่องการเลื่อนการเตะของทั้งลีกออกไป เพราะนั่นหมายความว่า การแข่งขันพรีเมียร์ลีกในเกมที่เหลือ ๆ ของฤดูกาลนี้อีกราว 9-10 เกม นั้น ไม่ปลอดภัยต่อสุขอนามัยของนักฟุตบอลและทีมงานที่เกี่ยวข้องอีกต่อไปแล้ว

และทางพรีเมียร์ลีก รู้ดีกว่า ตอนนี้สมาธิของทั้งนักฟุตบอลในสโมสรต่าง ๆ รวมไปถึงทีมงาน และผู้บริหาร ต่างไม่มีกระจิตกระใจอยากจะแข่งขันต่อในตอนนี้ และหากพวกเขาไม่สั่งเลื่อน พวกเขาก็ต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันมหาศาลจากบรรดาเจ้าของทีมเหล่านี้อยู่ดี แต่กระนั่น การจะสั่งเลื่อนเตะ หรือ ระงับการแข่งขันนั้น ไม่สามารถทำได้ง่าย ๆ เพราะจำเป็นจะต้องคิดให้รอบครอบก่อน ไม่เช่นนั้นจะส่งผลกระทบในระยะยาว ต่อทั้งตัวลีกเอง และการแข่งขันรายการอื่น ๆ ที่ตามมาด้วย

ในปัจจุบัน พรีเมียร์ลีกบอกกับแฟนบอลได้แค่เพียงว่า

“หลังจากการประกาศของโฆษกทีม อาร์เซนอล เมื่อคืนที่ผ่านมาได้มีการยืนยันว่า มิเกล อาร์เตตา โค้ชของทีมชุดใหญ่ ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อ โควิด-19 พรีเมียร์ลีก จะจัดการประชุมด่วนกับทุกสโมสรสมาชิกในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ เกี่ยวกับการแข่งขันในอนาคต

“พรีเมียร์บลีก จะไม่มีการให้ความเห็นใด ๆ เพิ่มเติมจนกว่าการประชุมดังกล่าวจะจบลง”

รายงานระบุว่า หนึ่งในข้อเสนอที่จะถูกยิบยกมาใช้ในการประชุมครั้งนี้ คือการพักการแข่งขันพรีเมียร์ลีกไปจนกว่าจะพ้นช่วงพักเบรกทีมชาติสิ้นเดือนนี้เป็นอย่างน้อย และจะมีการจัดตารางเตะใหม่หลังจากนั้น เหตุผลสำคัญเนื่องจากว่า นักเตะ อาร์เซนอล จะต้องเผชิญหน้ากับการกักตัวเองเป็นเวลา 2 สัปดาห์ในที่พักเพื่อเฝ้าสังเกตอาการโดยนับจากวันศุกร์นี้เป็นวันแรก

ดังนั้น เกมเอฟเอ คัพ รอบ ก่อนรองชนะเลิศ ที่ตามกำหนดการณ์เดิมจะต้องเล่นกันในช่วงวันที่ 21-22 มีนาคมนี้ ก็น่าจะถูกทาง เอฟเอ เลื่อนไปโดยปริยายด้วย เพราะขืนให้นักเตะของ “ปืนใหญ่” ต้องลงสนามทั้งที่ยังกักตัวอยู่ อาจจะกลายเป็นวิกฤติครั้งใหญ่ของการแพร่กระจายไวรัสโควิด-19 ในวงการฟุตบอลก็ได้ โดยข่าวการติดเชื้อของ อาร์เตตา และ คัลลัม ฮัดสัน โอดอย เกิดขึ้นหลังจากที่ รัฐบาลยอมอนุมัติให้ฟุตบอลลีกของอังกฤษ ลงสนามกันได้ตามปกติโดยไม่มีคนดูเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น 

ขณะที่ทางลีกรอง ๆ ลงไปที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ อีเอฟแอล ก็ออกมาประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ในช่วงเช้าว่า ทางผู้บริหารของ อิงลิช ฟุตบอล ลีก จะประชุมกันอีกครั้งในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เพื่อพูดถึงปีแกรมการแข่งขันที่อาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง และ เรื่องอื่น ๆ ที่เหนือไปกว่านั้น”

โดยปัจจุบันนี้ มีการยกเลิกการแข่งขันกีฬาไปแล้วหลายรายการ ทั้ง ฟุตบอลลีกของ อิตาลี, สเปน, โปรตุเกส, ฮอลแลนด์ และ สหรัฐอเมริกา รวมไปถึงการเลื่อนการแข่งขันกีฬารายการอื่น ๆ ทั่วโลก ทั้ง รักบี้, กอล์ฟ, เทนนิส, บาสเก็ตบอล และ กรีฑา ด้วย

ขณะที่ ยูฟา เองก็มีการจัดการพูดคุยกับ 55 ชาติสมาชิกในวันอังคารที่จะถึงนี้ เกี่ยวการแผนฉุกเฉินในการจัดการแข่งขันฟุตบอล ยูฟา ยูโร 2020 หรือ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ที่มีข่าวลือมาว่า อาจจะต้องเป็นอีกหนึ่งทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่ต้องเลื่อนการแข่งขันออกไปอย่างน้อย 1 ปี ด้วยกัน

ไอเดียเบื้องต้น คือการให้ฟุตบอลลีกยุโรป และ ฟุตบอลสโมสรยุโรป กลับมาแข่งขันกันในช่วงซัมเมอร์นี้ให้ลุล่วง ก่อนที่ปีหน้าถึงจะกลับมาเล่นฟุตบอลในระดับชาติกัน แต่นั่นยังเป็นเพียงความคิดที่น่าจะถูกนำเสนอไปให้ที่ประชุมพิจารณาหาใช่มติที่ออกมาแต่อย่างใด

จากวิกฤติดังกล่าว ทำให้เกิดความไม่แน่นอนขึ้นในวงการฟุตบอลไปทั่วยุโรป โดยตอนนี้ ยังไม่รู้ว่าเกมฟุตบอลลีกในฤดูกาลนี้จะยืดเยื้อไปถึงเมื่อไหร่ หรือถ้าหนักกว่านั้นอาจจะต้องถามว่า ฟุตบอลลีกต่าง ๆ ใน ฤดูกาลนี้ “จะจบหรือไม่?” ด้วยซ้ำ

และถ้าสุดท้าย ฟุตบอลยุโรปในฤดูกาลนี้จะแข่งขันไม่จบ และมีอันต้องยกเลิกจริง ๆ แล้วล่ะก็ ณ จุดนั้นคงพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่า “เดอะ ค็อป” คือคนที่น่าสงสารที่สุดแล้ว

และเราก็ได้แต่หวังว่า มันจะไม่เป็นแบบนั้น…