นัดสำคัญ…ที่สุด!?

คงไม่ต้องบอกนะครับว่า แมตช์ 4 ทุ่มวันเสาร์จาก “แอนฟิลด์” จะเป็นแมตช์ที่ทั่วโลกจับตามากขนาดไหน?

จากนำ 7 แต้มตกเป็นแต้มเท่า และเป็นรองลูกได้เสีย แต่มี 1 นัดในมือ และผลงานเสมอ 2 นัดล่าสุดกับทีมนอก “ท็อป 6” เป็นครั้งแรกในฤดูกาลรวมถึงการไม่ได้ 3 แต้มเต็มครั้งแรกในบ้านหลังชนะมารวด 9 เกมกับเลสเตอร์

สำคัญที่สุดกว่าเหตุผลเรื่อง “ผลงาน” คือ “ฟอร์ม”

ฯลฯ และ ฯลฯ

แต่ทั้งหลายทั้งปวงจะ “หยุดสิ้น” ทันทีหากเกมวันนี้ เสาร์ที่ 9 ก.พ.ลิเวอร์พูลเปิดบ้านเอาชนะบอร์นมัธได้

ใช่แล้วครับ หงส์แดงต้องชนะทีมที่เพิ่งถล่มเชลซี 4-0 แต่แพ้คาร์ดิฟฟ์ 0-2 ให้ได้

เพื่อ “บรรเทา” พลังกดดัน และเสียงสรรเสริญต่าง ๆ พร้อม ๆ กับโยนความกดดันไปให้แมนฯซิตี้ ที่เตรียมเตะ “ซูเปอร์ซันเดย์” ในเอทิฮัด สเตเดี้ยม กับเชลซี

ทีนี้จะได้รู้กันครับว่า “ใจ” ใครแข็งกว่ากัน

ทั้งนี้เวลา อย่าว่าแต่ 1 สัปดาห์เลยนะครับในเกมฟุตบอลมันผ่านไปเร็วมาก

สถานการณ์พลิกกลับไปมาได้ตลอดเป็น “วิถี”

ใครจะเชื่อว่า “ท็อป 3” ที่ผลงานดีสุดใน 10 เกมหลังกลับเป็นสเปอร์ส (24 แต้ม) ตามด้วยลิเวอร์พูล (23) และแมนฯซิตี้ (21)

และมันจะเกาะกันประมาณนี้ต่อไปครับ

โดย “ปฏิเสธ” ไปได้เลยว่า ทั้ง 3 ทีมจะกลายเป็นทีมแย่หมดสิทธิ์ลุ้นแชมป์ หรือโยนทิ้งโอกาส ณ เวลานี้ หรือเพียงแค่อะไรมาสะกิดนิดหน่อย 1-3 นัด เฉพาะอย่างยิ่งทีมอันดับ 1 และ 2

This is football ครับ

เกมนี้ อาจจะมีข่าวดี หงส์แดงจะได้ เทรนท์ กลับมาหลังเจ็บเข่าไปประมาณ 1 เดือน เพื่อเตรียมเจอ ไรอัน เฟรเซอร์ ปีกตัวจี๊ดของบอร์นมัธ

หากเป็นเช่นนั้น “สมดุล” เกมรับ และแดนกลางน่าจะดีขึ้น เพราะมิลเนอร์ สามารถขยับไปเป็นกองกลางได้ แบ่งเบาภาระฟาบินโญ่ ในยามที่เฮนเดอร์สัน กับไวจ์นัลดุม อาจจะยังไม่สมบูรณ์

หาไม่แล้ว นักเตะอย่าง เกอิต้า, ชาคิรี่ หรือลัลลาน่า ต้อง “เปรี้ยง” และ “ปัง” ให้ได้ หากมิลเนอร์ ต้องกลับไปประจำการแบ็คขวา

นั่นคือ จุดสำคัญที่สุด เพราะพักหลัง “บาลานซ์” ของลิเวอร์พูลมีปัญหา และเสียประตู รวมถึงเกร็งในเกมรุก เพราะขาด 2 ปราการหลังตัวจริง กับบางตัวในแดนกลาง

อีกประเด็นสำคัญไม่แพ้กัน คือ เกมรุกก็อย่าเพิ่งคิดว่า “ห้ามพลาด! ต้องยิงเพิ่ม”

คำว่า “ห้ามพลาด!” ผมพูดบ่อยในช่วงหลัง เพราะจะทำให้พลาด

ใครจะคิดครับว่า 2 เกมหลังที่นำก่อนกับเลสเตอร์ และเวสต์แฮมจะจบด้วยผลเสมอ 1-1 ไม่ใช่ชนะ 1-0 หรือ 2-0 หรือ 2-1, 3-1

และกลายเป็นว่า ลิเวอร์พูลเก็บคลีนชีตได้เพียง 1 นัดจาก 6 เกมล่าสุดหลังจากทำได้ถึง 12 นัดจาก 19 เกมแรก ขณะที่เกมรุกก็ไม่ลื่นไหล

อย่างไรก็ดี ลิเวอร์พูลต้องอยู่กับ “สิ่งที่เป็น” นะครับ

ดังนั้น ให้ท่องเอาไว้ คำว่า “โอกาส”

นี่คือ โอกาส 3 แต้ม, นี่คือ โอกาส จะกดดันคู่แข่ง, นี่คือ โอกาสจะประกาศให้ชาวโลกได้รู้ว่า “อะไรวะ แค่ 2 นัดทำเป็นดิ้นกัน!”

Come on you Reds!, and YNWA!


RELATED POSTS

Story

ปืนต้องปรับกลยุทธใหม่

SPORTDesk. Team

การพ่ายแพ้นัดชิงฯยูฟ่า ยูโรป้า ลีก ของ อาร์เซน่อล ต่อ เชลซี แบบขาดลอยสู้ไม่ได้ ด้วยสกอร์ 1-4 นับเป็นฝันร้ายที่สร้างบาดแผลทิ่มแทงใจให้กับแฟนบอลปืนใหญ่ทั่วโลก

Story

ควรมีรูปปั้นสดุดี ‘มูร่า’

SPORTDesk. Team

ปาฏิหาริย์ได้เกิดขึ้นแล้ว 2 นัดซ้อนๆ ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองฯ ซีซั่นนี้ เพราะหลังจาก ลิเวอร์พูล คว่ำ บาร์เซโลน่า ได้ สเปอร์ส เพื่อนร่วมพรีเมียร์ลีก ก็สามารถบุกพลิกสถานการณ์ยิงรัว 3 ประตูในครึ่งหลัง จากผลงาน ‘แฮตทริกฮีโร่’ ของ ลูคัส มูร่า

Story

มาร์กซิยาล : ครอบครัวผมต้องมาก่อน

SPORTDesk. Team

อองโตนี่ มาร์กซิยาล ปีกจอมลีลาชาวฝรั่งเศส เปิดใจว่าเขากำลังจะกลับไปร่วมแคมป์ฝึกซ้อมกับสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดอีกครั้ง พร้อมกับยอมรับ “โทษปรับ” ที่สโมสรวางโทษเอาไว้ เหตุจากที่เขาไม่ยอมกลับมารายงานตัวกับทีมตามกำหนด