ถึงเวลา ‘ซานเชส’

18 February 2019
186 VIEWS

“ผมคิดว่า มันถึงเวลาที่ผู้เล่นอย่างผมต้องโชว์แล้วล่ะ มันไม่มีอะไรต้องเสียอีกแล้วเวลานี้”

– อเล็กซิส ซานเชส

หลังแพ้เกมแรกจากการคุมทีม 12 นัดให้กับเปแอสเช 0-2; ผลลัพธ์  คือ เรื่องหนึ่ง แต่อีกเรื่องที่ต้องจับตาคือ การบาดเจ็บของ 2 แนวรุก เจสซี ลินการ์ด และอองโตนี มักซิญัล

ตัวแทน หากไม่พลิกโผจะหนีไม่พ้น โรเมลู ลูคาคู และซานเชส ที่ทั้ง 2 คนต้องทำ ทำอะไรสักอย่างแล้ว

โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ก็ต้องทำอะไรสักอย่างเช่นกันในเกมสำคัญก่อนแมตช์ “แดงเดือด” ที่ worst case scenario คือ “แพ้รวด” ติดต่อกัน 3 นัด

แต่ best case คือ เก็บชัยชนะเหนือแชมป์เก่า เอฟเอ คัพ ทะลุรอบ 8 ทีม และได้ลุ้นต่อเนื่องเป็น “ท็อปโฟร์” ด้วยผลงานดี ๆ เหนือลิเวอร์พูล

โดยที่โซลชาร์ยังจะได้พิสูจน์ตัวเองทั้งจากผลการแข่งขันของทีม และความสามารถในการดึงสิ่งที่ดีที่สุดออกมาจากผู้เล่นที่น่าจะเป็น “ล็อตสุดท้าย”

หลังก่อนหน้านี้ทำให้ ลินเดอเลิฟ, ป๊อกบา, เอร์เรร่า, มักซิญัล, ลินการ์ด, แรชฟอร์ด ฯลฯ “ดูแพง” ขึ้นได้แล้ว

แต่ลูคาคู กับซานเชส คือ นักเตะ high profile

เฉพาะอย่างยิ่งดาวเตะชิเลียน ค่าเหนื่อย 350,000 ปอนด์ต่อวีค หรือแทบจะเบอร์ต้น ๆ ของพรีเมียร์ลีกที่ “หงอย” มาตลอด 1 ปีนับจากย้ายมาจากอาร์เซนอล

จะว่ากองหน้าวัย 30 ปีเจ็บออด ๆ แอด ๆ ก็ไม่เชิง หรือเล่นไม่เปรี้ยงเองก็อาจพิสูจน์ทราบได้ยาก

เพราะโอกาส “ตัวจริง” เพียง 18 นัด ชนิดเดี๋ยวเข้า เดี๋ยวออก เดี๋ยวก็ไม่มีชื่อบนม้าสำรองด้วยซ้ำอาจเป็น “ปัจจัย” กระทบฟอร์มการเล่นที่ได้ “สะท้อน” ผ่านผลงานยิงเพียง 4 ประตูเท่านั้นให้ทีม

แน่นอนครับ เป็นเรื่องความ “มั่นใจ” ที่สูญเสียด้วย แม้เจ้าตัวจะไม่ได้พูด “เชิงลบ” ถึง โจเซ่ มูรินโญ่ แต่ด้วยปรัชญาการทำทีม วิธีการปฏิบัติต่อนักเตะ และผู้คนรอบข้างที่ “ทุกอย่าง” เปลี่ยนไปหลังโซลชาร์เข้ามา

น่าจะเป็น “คำตอบ” ที่ดี

หลังจาก โซลชาร์ ออกมากล่าวเร็ว ๆ นี้ว่า มักซิญัล กับลินการ์ด น่าจะเจ็บ 2-3 สัปดาห์

ดังนั้น นี่คือ “โอกาสทอง” ของซานเชส แบบที่เจ้าตัวได้เกริ่นไว้ และผมหยิบขึ้นมาจั่วหัวบทความนั่นแหละครับ

เกมนี้กับเชลซี ผมสนใจที่สุดว่า ซานเชส จะได้เล่นในบทบาทใด แต่ดูแล้วน่าจะแทน มักซิญัล ในแดนหน้าฝั่งซ้ายกับระบบ 4-3-3

ลูคาคู ใคร ๆ ก็คิดว่าคงต้อง “ยืนกลาง” และแรชฟอร์ดที่ปกติยืนตัวกลางอาจต้องหลบไปฝั่งขวา

อย่างไรก็ดี หัวหอกเบลเยียมมีเกมที่ดีที่สุดในชีวิตนัดเล่นให้ทีมชาติปะทะบราซิลในบอลโลก 2018 และยืน “ฝังตัว” ฝั่งขวากับแผนโต้กลับที่อาซาร์ยืนฝั่งซ้าย

ฉะนั้น ประเด็นของผมคือ มันมีดีเทล และความหลากหลายอยู่ว่า โซลชาร์จะเล่นอย่างไร?

หรือจะใช้ดาวรุ่ง ทาฮิธ ชอง หรือแองเคล โกเมซ อีกเด็กนรกแนวรุก

นี่คือ “โอกาส” ของกุนซือนอร์วีเจี้ยนจะได้แสดงแสนยานุภาพเช่นกัน หากมองในแง่นี้

ขณะเดียวกัน การแพ้มาก่อนอาจเป็นได้ทั้งความ “กดดัน” หรือ “โล่งใจ” ขึ้นอยู่กับมุมมอง

ยิ่งมาเจอเชลซีที่ 4 นัดหลังชนะเยอะแพ้เยอะสลับกันไปมา คาดเดายาก ยิ่งมันส์

ครับ เกมนี้ประเด็นเยอะ และเรื่องต้องแยะแน่ ๆ โปรดติดตามกันต่อไป…