ต่อให้ “หงส์” บุกถล่ม!!

23 February 2019
1,972 VIEWS

มีลางสังหรณ์ว่า ลิเวอร์พูล จะบุกคว้าสามแต้มที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด แถมไม่ชนะแบบธรรมดา

แต่อาจชนะแบบขาดลอย ! 

ถามว่าผมไปเอาความมั่นใจเกินร้อยขนาดนี้มาจากนี้ เปล่าหรอกครับ ไม่ได้มั่นใจ  ผมไม่เคยมั่นใจเวลาเจอกับแมนฯ ยูไนเต็ด อยู่แล้ว ต่อให้นาทีนั้่น ลิเวอร์พูล กำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีกว่ามากๆ ก็ตาม

เหมือนกับแมตช์แรกที่แอนฟิลด์ เมื่อย้อนไปเดือนธันวาคม หงส์แดงอาจติดลมบนจากผลงานไร้พ่ายตั้งแต่ออกสตาร์ต ส่วนปีศาจแดงในยุคของโชเซ่ มูรินโญ่  ตุปัดตุเป๋สะเปะสะปะ แต่เอาจริงๆ ใจผมก็แอบนอยด์ไม่ได้ว่าเด็กๆ ของป๋าคล็อปป์ จะเก็บพรหมจรรย์เพื่อมาโดนเปิดซิงในนัดนี้ 

โชคดีในความโชคร้าย เพราะแม้ลิเวอร์พูล เช็กบิลคู่อริตลอดกาล 3-1 หลังเปลี่ยนตัวเซอร์ดาน ชาคิรี่ ลงมาเป็นซูเปอร์ซับเหมาคนเดียวสองเม็ด

แต่เอฟเฟ็กต์จากความพ่ายแพ้ของยูไนเต็ด มันกลายเป็นการคุมทีมนัดสุดท้ายของมูรินโญ่ ก่อนปีศาจแดง รีบอร์นฟื้นคืนชีพลุกจากหลุมภายใต้โอเล่ กุนนาร์ โซลชา

กลับมาเจอกันยกนี้ คืนนี้ ดูไม่ออกว่าใครหมู่หรือจ่า แมนฯ ยูไนเต็ด ยังไม่แพ้นับจากฝันร้ายที่แอนฟิลด์คืนนั้น แถมชนะถึง 8 จาก 9 นัดในพรีเมียร์ ลีก 

ผิดกับลิเวอร์พูล พุ่งชนความพ่ายแพ้ไปเรียบร้อย และเริ่มสะดุดกับทีมนอกบิ๊ก-6 โดยการเสมอทั้่งเลสเตอร์ และเวสต์แฮม ในห้วงกว่าสองเดือนหลังแดงเดือดหนแรก 

ผมจะไม่วิเคราะห์เรื่องจัดตัว แผนการเล่น แทคติก เพราะเดาไม่ถูกว่าทั้งโซลชา กับคล็อปป์ ตั้งเป้าต้องการผลลัพธ์อะไรจากเกมนี้ 

ลุยเต็มตัวเพื่อชัยชนะ แต่ก็ต้องแลกกับความเสี่ยงโดนสวนแล้วหงายเก๋ง

หรือเน้นรัดกุม ดูเชิงดักจังหวะ เพราะผลเสมอไม่น่าเกลียดทั้่งสองฝั่ง

แต่สิ่งน่าสังเกต จะเป็นความบังเอิญ หรือฟ้ารักพ่อ เอ๊ย ฟ้าลิขิตมาก็ตามที ปีนี้ถือเป็นหนที่สามที่ลิเวอร์พูล มีโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก แบบโม้ได้ 

ตลอดสองครั้งแรก ผลลัพธ์ของเกมแดงเดือดจบด้วยชัยชนะของลิเวอร์พูล ทั้งเหย้าและเยือน

เฉพาะอย่างยิ่ง การบุกชนะถึงโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ซึ่งในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ ลีก  หงส์แดงเคยทำได้แค่ 5 ครั้่งจากการเยือน 26 หน

แต่สองในนั้นเกิดขึ้นในปีที่ทีมจากแอนฟิลด์ กำลังเดินหน้าคั่วแชมป์เต็มที่ 

ฤดูกาล 2008/09  หลังจากราฟา เบนติเนซ พาทีมชนะแมนฯ ยูไนเต็ด   2-1 ที่แอนฟิลด์ ช่วงต้นซีซั่น คู่นี้กลับมาเจอกันในสถานการณ์ที่หงส์แดงใช้คำว่าหลังพิงฝาหมาจนตรอก 

ต้องชนะอย่างเดียวจากการตามหลังถึง 7 แต้ม แถมเล่นมากกว่าหนึ่งนัด 

ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงกับปีนี้ มันคือนัดที่ 28 ของยูไนเต็ด และ 29 สำหรับลิเวอร์พูล (ปีนี้เจอกันในเกมที่ 27 ของทั้งคู่) และปรากฏว่าหงส์แดงบุกขยี้ 4-1 หลังจากโดนไปก่อน

อีกครั้งในยุคที่ลิเวอร์พูล คุมทีมโดยเบรนแดน ร็อดเจอร์ส จัดการเชือดปีศาจแดงในบ้าน 1-0 ตั้งแต่แมตช์ที่สาม

กลับมาเจอกันที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในเกมที่ 29  หงส์แดงต้องการชัยชนะเป็นกำลังหลังตามจ่าฝูง เชลซี 7 คะแนน แม้มีเกมในมือมากกว่าหนึ่งนัด 

ยังไม่ต้องพูดถึงแมนฯ ซิตี้ ที่ห่างสิงห์บลูส์ 9  แต้ม แต่ลงเล่นน้อยกว่าถึงสามเกม 

พูดง่ายๆ ว่าลิเวอร์พูล เป็นรองกว่าเพื่อนในบรรดาสามทีม

การเยือนถิ่นผีจึงสำคัญอย่างยิ่งยวด และสตีเว่น เจอร์ราร์ด แอนด์ โค ก็ไม่ทำให้เด็กหงส์ผิดหวัง ไล่โขยกทีมของเดวิด มอยส์  3-0 

บวกกับการแพ้ล็อกถล่มของเชลซี ต่อแอสตัน วิลล่า 0-1 ประตูลุ้นแชมป์ถูกเปิดออกอีกครั้่ง

นั่นคือสองปีที่บรรดาเดอะ ค็อป มีความหวังจะสัมผัสโทรฟี่พรีเมียร์ ลีก แบบเป็นรูปธรรมได้มากที่้สุด 

ถึงกระนั้น แม้ 6 คะแนนเต็มจากการเผชิญหน้าคู่อริอย่างแมนฯ ยูไนเต็ด ก็ไม่เพียงพอจะช่วยสานฝันให้เป็นจริง 

ฉะนั้น ใครมาโหมโรงโฆษณาชวนเชื่อว่าแดงเดือดเที่ยวนี้ สำคัญที่สุด มีผลตัดสินแชมป์ กรุณามองบนกลับไปอ่านใหม่อีกรอบ 

ลิเวอร์พูล ในยุคเบนิเตซ ชนะแดงเดือดแบบไป-กลับ แต่สุดท้ายได้แค่รองแชมป์ ตามแมนฯ ยูไนเต็ด 4 แต้ม 

เช่นเดียวกับทีมของร็อดเจอร์ส ได้แค่พระรองเพราะเรือใบสีฟ้าร้อนแรงกว่าในช่วง 50 เมตรสุดท้าย 

แดงเดือดคืนนี้ ไม่ได้สำคัญมากมายไปกว่าเกมที่ต้องเล่นกับวัตฟอร์ด กลางสัปดาห์หน้า หรือเยือนคาร์ดิฟฟ์ ต่อด้วยเจอฮัดเดอร์สฟิลด์ ท้ายฤดูกาล

ต่อให้บุกถล่มผี ก็ใช่ว่าแชมป์แล้ว…