ซิตี้ “ดี” หรือเชลซี “แย่”

“จั่วหัว” แบบง่าย ๆ และชัดเจนนะครับจากหลังเกม แมนฯซิตี้ เล่นแมตช์ที่ดีที่สุดในฤดูกาลถล่ม เชลซี ราบคาบ 6-0

ขณะที่เชลซีก็ไม่น่าจะเล่นได้แย่กว่านี้อีกแล้วใน “ทุกมิติ” ของฟุตบอล

ดังนั้นคำตอบ คือ “ถูกทั้ง 2 มุม”: แมนฯซิตี้ เล่นได้ดี (ที่สุด) ขณะที่เชลซี ก็เล่นได้แย่ (ที่สุด) ในซีซั่นนี้ที่นัดนี้เช่นกัน

ส่วนการ “วิเคราะห์” ก็เป็นดังที่บทความทันทีหลังเกมของผมเมื่อวานนี้ครับ http://bit.ly/2TGYtQ9.

กล่าวคือ ไม่ต้องพูดเยอะ ทุกอย่างชัดเจน “ด้วยภาพ” ทั้งหมด

แต่มีคุณผู้อ่านหลายท่านยังอยากให้พูดถึง (อยู่บ้าง) เพื่อ “ขยี้” กันอีกสักนิด ผมจึงขออนุญาตจัดให้แบบเบาะ ๆ เข้าใจง่ายที่สุดจากที่เข้าใจได้ง่ายอยู่แล้ว เพราะ “ไฟนอลสกอร์” ก็บอกอยู่แล้วนะครับ

1.แมนฯซิตี้ หยุดยุทธวิธีการเล่นรุกของเชลซีได้ (เหมือนหลายทีม เช่น อาร์เซนอล, บอร์นมัธ) นั่นคือ หยุด…จอร์จินโญ่

หยุดอย่างไร?

เกมนี้ “เป๊ป” วางกับดัก ชัดเจนสุด คือ เควิน เดอ บรอย จะคอยตามระยะกดดันได้เป็นเงาตอนจอร์จินโญ่ พยายาม “หาช่อง” รับบอลจาก เกปา หรือลุยซ์ หรือรูดิเกอร์

หรือจริง ๆ แล้ว กุน ก็จะช่วยด้วย หรือกุนโดกัน ผนึกเป็น “3 เหลี่ยม” ไม่ให้มึงเล่น!

เมื่อเป็นเช่นนี้ สาระวิชาการฟุตบอลส่วนใหญ่จึงได้เห็น เพื่อน “ไม่กล้า” ให้บอลจอร์จินโญ่ และเมื่อดาวเตะอิตาเลียนไม่ได้บอล เกมรุกเชลซีก็ดร็อปไปด้วยตัวเองอยู่แล้ว 30-40%

ถามอีกเช่นกันว่า ควร “ยัดบอล” ให้จอร์จินโญ่ หรือ “เลี่ยงส่ง” บอลให้แบบเกมนี้

ก็พูดได้ยากนะครับ เพราะพอได้บอล แล้วโดน “กดดัน” มาก ๆ จอร์จินโญ่ เองก็ออกบอลผิดพลาดบ่อยครั้งแล้วโดนโต้กลับเหมือนกัน ขณะที่เจ้าตัวก็ไม่สามารถช่วยเกมรับได้ “ดุดัน” เพียงพออีกด้วย

หรือก็ต้อง “ทำฟาล์ว” เช่น จุดเริ่มต้นประตู 0-3

หัวข้อนี้คงต้อง “ถก” ครับ และร่วมจอยประเด็นเมนท์กันได้ว่า เมาริซิโอ ซาร์รี จะทำอย่างไร? ให้เพื่อน ๆ ยัดบอลให้ จอร์จินโญ่ หรือเลี่ยงส่งแล้วดูตามหน้างาน แต่ทีมสร้างเกมรุกแทบไม่ได้

หรือเปลี่ยนแผน หรือหาแผนสำรอง…

2.ในเวลาที่ ซิตี้ จัดการกับจอร์จินโญ่ และเกมรุกเชลซีได้ชะงักนัก เชลซี กลับไม่สามารถหยุดทุกรูปแบบการเล่นรุกของ แมนฯซิตี้ ได้เลย

อิกัวอิน “โดดเดี่ยว” ในไลน์บนสุดในการสตาร์ตการเล่น “เพรสซิ่ง” (อันเป็น “หัวใจ” ของวิธีการเล่นของซาร์รี) ที่เจ้าตัวก็เพรสซิ่งไปงั้น ๆ แบบ 50-50 หรือไม่ได้เต็มสูบอะไร

อาจจะเพราะไลน์ถัดมาไม่ว่าจะอาซาร์, บาร์คลีย์ หรือเปโดร ก็ไม่ได้ aggressive หรือส่งสัญญาณ หรือสื่อสารร่วมกันเช่นกัน

เราจึงไม่ได้เห็นการเล่นเพรสซิ่งแดนบนเพื่อสกัดการออก “บอลแรก” ของแมนฯซิตี้จากนายทวาร เอแดร์สัน และแผงหลัง สโตน กับลาปอร์ต

ครั้นบอลหลุดทะลุมาแล้ว การจะหยุด เดอ บรอย, แบร์นาโด้ ซิลวา, กุน หรือแม้แต่สเตอร์ลิง ก็ทำได้ไม่ดีพอ เพราะไลน์หลัง กับไลน์กลางของเชลซี อาจจะสื่อสารกันน้อย หรือบอลทะลุมาโดยแนวรุกเพรสซิ่งไม่ดี และเสียไปแล้ว 3 ตัวบนที่ไม่สามารถมาช่วยกองกลางได้ เฉพาะอย่างยิ่ง “ริมเส้น” ซ้ายขวาที่จะเจอสถานการณ์ 1 ต่อ 1 เสมอ ๆ

กุน สามารถ “ดร็อปตัว” ลงมาเล่นใน “ช่องว่าง” ได้ เช่นเดียวกับ เดอ บรอย ที่มีพื้นที่ และมีเวลาเพียงพอได้พลิก

ขณะที่ริมเส้นคงไม่ต้องบอกว่า สเตอร์ลิง ทำให้อัสปิลิปวยต้า กลายร่างเป็นนักเตะเยาวชนไปเลยตลอดเกมที่ทั้งใช้ความชาญฉลาด, ความเร็ว หรือแม้แต่กระชากผ่าน “ดื้อ ๆ” ตรงไปตรงมาต่อหน้าต่อตา

ประตูแรก อลองโซ่ “หุบใน” ซึ่งก็ไม่ผิด แต่อาซาร์ ไม่ชอบ หรือไม่พร้อมจะถอยตัวลงมาประกบซิลวา จนฝั่งซ้ายว่างเป็น “บ่อน้ำมัน” และนำมาซึ่งการเสียประตูแรก

ฯลฯ และ ฯลฯ

ทั้งหมด “ฉายภาพ” ว่า เชลซี ไม่สามารถ “ยุติ” การขึ้นเกม และสร้างเกมรุกของแมนฯซิตี้ได้เลยโดย “ดุษฎี” ตลอดทั้งเกมที่ 6-0 ถือว่า เบาะ ๆ มากหากคิดว่าก่อนนี้โดน บอร์นมัธมา 0-4 และอาร์เซนอล 0-2 แบบเป็นเรื่องเป็นราว

และได้ยินคำศัพท์ “motivation” สร้างไม่ได้จากปาก ซาร์รี บ่อยขึ้น และบ่อยขึ้นจากทีมชุดนี้

ครับ ไม่มีอะไรมาก ฟุตบอลถูกคู่แข่ง “จับทาง” และหยุดได้ ขณะที่ตัวเองทำแบบเดียวกับคู่แข่งไม่ได้

แถมยัง “ผิดพลาด” กันเองแบบไม่น่าให้อภัยกับคู่แข่งที่พลาดให้ได้ซะทีไหนอย่าง แมนฯซิตี้

ปัญหา “เห็นชัด ๆ” ครับ เมาริซิโอ ซาร์รี จะแก้อย่างไร?


RELATED POSTS

Thought

#coachingpoints เรียนรู้ “4 แท็คติกส์” คลอปป์-ฮอดจ์สัน

ไข่มุกดำ

1.Anti-pressing เป็นประตู มิดฟิลด์ เจมส์ แม็คอาร์เธอร์ ได้บอล และโดนเพรสซิ่งสูงในแดนตัวเองโดยนักเตะลิเวอร์พูลแนวรุก 2-3 คน แต่กองกลางชาวสกอตต์พยายามแก้โดยครองบอลให้เหนียวแน่น และ “แกะบอล” ด้วยการเล่นบอลเร็ว 1 ครั้งกับเซนเตอร์ฮาล์ฟ เจมส์ ทอมกิ้นส์ ในวินาทีที่โดนนักเตะลิเวอร์พูลรุมเพรสซิ่งพร้อมกันถึง 5 คน แต่ทว่าสามารถเจอช่องแกะบอลเร็วต่ออีกครั้งให้ แพตทริก ฟาน อานโฮลต์ ที่หุบเข้าในมารับบอลก่อนไหลไปทางซ้ายให้ วิลฟรีด ซาฮา ได้โอกาสเลี้ยงดวล 1 ต่อ 1 กับ เจมส์ มิลเนอร์ ที่ทำดีแล้วแต่ต้านความเร็วดาวเตะอังกฤษไม่ไหว ซาฮา กระชากถึงเส้นหลังก่อนตบ 45 องศาเข้าในเจอกับ แอนดรอส ทาวน์เซนด์ ในจุดนัดพบที่หวดด้วยซ้ายตูมเดียวเข้าไปประตูไปอย่างสวยงาม ครับ เทคนิคการแพ้เพรสซิ่ง หรือการ anti-pressing คือ การยืนตำแหน่ง และออกบอลให้เร็ว งานนี้ แม็คอาร์เธอร์, ทอมกิ้นส์, มิดฟิลด์อีกตัว (ยืนฟรีเป็นอีกชอยส์) และฟาน […]

Story

ตำนานพบตำนาน : เฟดดวลเซเรน่า

SPORTDesk. Team

ตามปีปฏิทินการแข่งขันเทนนิส ในช่วงต้นปีจะมีการแข่งขันรายการเทนนิสทีมผสมชิงแชมป์โลก หรือ ฮอปแมน คัพ จัดขึ้นที่ออสเตรเลีย โดยรายการนี้ จะจัดขึ้นช่วงปลายปี 2018 และคาบเกี่ยวไปยังต้นปี 2019 และสำหรับปีนี้มีประเด็นสำคัญที่น่าหยิบยกมาพูดถึง เพราะมีตำนานนักเทนนิสฝ่ายชายอย่างโรเจอร์ เฟเดอเรอร์ กับ ตำนานฝ่ายหญิงอย่างเซเรน่า วิลเลี่ยมส์ โคจรมาพบกันในคอร์ต เพราะทีมชาติสหรัฐ อดีตแชมป์ 6 สมัย ต้องโคจร มาเจอกับ สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นแชมป์เก่าด้วย

Story

ด้วยความอาลัยคุณวิชัย : ผู้สร้างตำนานกับเลสเตอร์

SPORTDesk. Team

คำว่า “ปาฏิหาริย์” อาจจะให้คำจำกัดความได้น้อยเกินไป สำหรับเหตุการณ์การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกของเลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปี ฤดูกาล 2015-16 เพราะหากฟุตบอลเตะกันแบบทัวร์นาเมนต์ 6-7 นัดแล้วก้าวขึ้นบันไดไปถึงตำแหน่งแชมป์อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่ไกลเกินฝันมากนัก