ชิงสุกก่อนห่าม

15 June 2018
86 VIEWS
ในบรรดา 32 ชาติของศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้่งนี้ สเปนถือเป็นทีมที่เตรียมเนื้อตัวมาดีที่สุดในแง่ของผลงาน
อดีตแชมป์โลก 2010 คือทีมเดียวนับตั้งแต่จบมหกรรมยูโร 2016 ที่สะกดคำว่าแพ้ไม่เป็นในระยะเวลาเกือบสองปี
เบ็ดเสร็จรวม 20 นัด ผลงานเขียนว่าชนะ 14 เสมออีก 6
ท่ามกลางชัยชนะเหล่านั้น ยักษ์ใหญ่อย่างฝรั่งเศส, อิตาลี รวมถึงอาร์เจนตินา โดนปราบมาแล้วทั้งสิ้น
ทัพสเปน มีเหตุผลสมควรทุกประการที่จะคาดหวังสูงปรี๊ดสำหรับศึกรัสเซีย 2018
จนกระทั่งเรอัล มาดริด ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ใส่ทีมชาติตัวเองเพียงสองวันก่อนทัวร์นาเมนท์เขี่ยลูก ด้วยการประกาศแต่งตั้ง ฆูเลน โลเปเตกี เป็นกุนซือคนใหม่ในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว หลังจากเสร็จศึกฟุตบอลโลก
ไม่มีใครระแคะระคายข่าวนี้ล่วงหน้า ไม่แม้แต่ประธานสหพันธ์ฟุตบอลสเปน อย่างหลุยส์ รูเบียเลส ที่รู้เร็วกว่าคนอื่นเพียง 5 นาที ก่อนแถลงการณ์ฉบับที่หนึ่งของราชันชุดขาว
ให้หลังไม่ถึง 24 ชั่วโมง โลเปเตกี โดนอัปเปหิกลับบ้านจากแคมป์เก็บตัวทีมชาติในรัสเซีย
ข่าวว่าในห้องแต่งตัว มาเฟียมาดริดอย่างเซร์คิโอ รามอส มีปากเสียงปะทะคารมกับรูเบียเลส จนขาใหญ่จากบาร์เซโลน่า คือเคราร์ด ปีเก้ ต้องเข้ามาหย่าศึก
ทีมชาติสเปน เปรียบคือหน้าผาสองฝั่งที่ถูกเชื่อมโยงถึงเพียงขอนไม้เล็กๆ
หน้าผาฝั่งหนึ่งคือเรอัล มาดริด อีกฝั่งคือบาร์เซโลน่า และกุนซือทีมชาติมีหน้าที่ทอดตัวให้สองฟากฝั่งเชื่อมถึงกัน
นี้คือกฏ เป็นหน้าที่ของโค้ชสเปน ต้องรับรู้และรับปากก่อนมารับตำแหน่ง
โลเปเตกี เคยมีคุณสมบัติเหมาะสมจากการเป็นอดีตนายทวารมือสามทั้งในถิ่นเบร์นาเบว และคัมป์ นู สมัยค้าแข้ง
ตลอดห้วงเวลาบนเก้าอี้ ผลงานในสนาม ความสงบในห้องแต่งตัว ตอกย้ำว่าเขาคือตัวเลือกที่่ใช่ กระทั่งรูเบียเลส มอบสัญญาอีกสองปีตอนก้าวมาเป็นประธานสหพันธ์ฟุตบอลคนใหม่
แต่สิ่งที่อยู่เหนือสคริปต์ คือเรอัล มาดริด เล่นนอกบท เลือกจังหวะเวลาในการตั้งกุนซือได้ห่วยแตกสิ้นดี
มันกระตุกให้ผมนึกถึงข่าวชิ้นหนึ่งในเวลาไล่เลี่ยกัน นักแสดงวัยรุ่นชายนั่งแถลงข่าวพร้อมอดีตแฟนและครอบครัวทั้งสองฝ่ายด้วยเรื่องของการตั้งท้อง
สุภาษิตบ้านเราเรียกว่า “ชิงสุกก่อนห่าม” หมายถึงการกระทำที่ยังไม่สมควรแก่วัยหรือยังไม่ถึงเวลา
ความเดือดร้อนจึงบังเกิดขึ้่นอย่างช่วยไม่ได้
จากทีมที่เตรียมตัวมาพร้อม เนื้อตัวดูดีที่สุดชาติหนึ่งของฟุตบอลโลก แต่วันนี้ สเปน ดันกลายเป็นทีมมอมแมมโกโรโกโสไปเสียได้…