คืนแรกในรังเก่าของ “ทิงเกอร์แมน”

เคลาดิโอ รานิเอรี่  เพิ่งถูกสโมสร ฟูแล่ม ในพรีเมียร์ลีก ปลดออกจากตำแหน่งกุนซือ เมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา

จากนั้นในช่วงเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ “เดอะทิงเกอร์แมน” ก็ได้รับโอกาสให้เข้ากลับมาคุม โรม่า ทีมหัวแถวของศึกกัลโช่ เซเรีย อา หลังจากที่ทีมเพิ่งแยกทางกับ ยูเซบิโอ ดิ ฟรานเชสโก้ โทษฐานที่ทำทีมตกรอบ 16 ทีม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และก่อนหน้านี้ก็แพ้ลาซิโอ ในศึกดาร์บี้แมตช์อย่างยับเยิน 

เมื่อคืนนี้เป็นคืนแรกในรังเก่าที่ รานิเอรี่ คุมทีม “หมาป่ากรุงโรม” อย่างเป็นทางการ โดยมี เอ็มโปลี เป็นคู่แข่งในการประเดิมครั้งนี้

ซึ่งผลงานของ รานิเอรี่ ก็เป็นได้ในเชิงบวก เพราะเขาสามารถพา โรม่า ชนะ เอ็มโปลี 2-1 แต่ในช่วงท้ายเกม โรม่า ต้องเล่น 10 คนด้วย เพราะ อเลสซานโดร ฟลอเรนซี่ โดนไล่ออกในช่วง 10 นาทีสุดท้ายของเกม 

การเก็บ 3 คะแนนในครั้งนี้ ถือเป็นการ “เลียแผล”จากการกระเด็นตกรอบฟุตบอลยุโรปได้เป็นอย่างดี 

เพราะอย่างน้อยก็ทำให้ โรม่า สถานการณ์ดีขึ้นในตารางคะแนน โดยตอนนี้พวกเขายังรั้งอันดับ 5 ก็จริง แต่ก็มีคะแนนตามหลัง อินเตอร์ มิลาน อันดับ 4 อยู่แค่ 3 คะแนนเท่านั้น
ช่วงเวลาที่เหลืออีก 11 นัด ยังมีเวลาเหลือเฟือที่ รานิเอรี่ จะพาโรม่าเกาะติดกลุ่มพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 

“ผมรู้สึกในแง่ดีกับความจริงที่ว่า เราเจอเกมที่ยากลำบากด้วยผู้เล่นตัวหลักๆ หลายคนทั้งติดโทษแบนถึง 3 คน รวมถึงพากันบาดเจ็บพร้อมกัน แต่เรายังชนะมาได้” 

“ผมอยากจะแสดงความยินดีกับทีม เพราะพวกเขายังแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและไม่เปิดโอกาสให้ เอ็มโปลี ได้เล่นง่ายๆ”

“แน่นอนผมอยากขอบคุณแฟนๆโรม่า ที่คอยเป็นกำลังใจให้เหล่านักเตะได้ยืนหยัดและสู้ไม่ถอย ผมไม่คิดว่าเราจะเล่นได้ดีขนาดนี้” เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือวัย 67 ปี เปิดเผย 

สำหรับ รานิเอรี่ ถือเป็น “ลูกหม้อ” ของสโมสร โรม่า เพราะเขาเคยเป็นอดีตนักเตะในฤดูกาล 1973-74  สมัยที่เขายังเป็นนักเตะวัยรุ่นอายุ 22 ปี  

นอกจากนี้ รานิเอรี่ ก็เคยรับงานคุมทีมโรม่ามาแล้วครั้งหนึ่ง ในช่วง ก.ย. 2009 ถึง ก.พ. 2011 ซึ่งผลงานในฤดูกาล 2009-10 ของทิงเกอร์แมนเป็นได้ดีด้วย เพราะไล่บี้กับ อินเตอร์ มิลาน ยุคของ มูรินโญ่ อย่างสนุก  

โดยสุดท้ายตอนนั้น โรม่า ได้รองแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา ชนิดที่แต้มน้อยกว่า งูใหญ่ แค่ 2 คะแนนเท่านั้น 

กับโปรแกรม 11 นัดที่เหลืออยู่ในซีซั่นนี้ของโรม่า รานิเอรี่ ยังมีงานยากๆ ระดับรากเลือดรออยู่ อาทิ เจอ นาโปลี, อินเตอร์ และ ยูเวนตุส

ซึ่งเป้าหมายหนึ่งเดียวของ ‘”ทิงเกอร์แมน” ตอนนี้ คงหนีไม่พ้น โควตายูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อย่างเดียวเท่านั้น


MOST POPULAR

RELATED POSTS

Story

เมื่อ ‘เนย์มาร์’ ไม่ยอมมา…

SPORTDesk. Team

ประเด็นของสโมสร ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แถลงการณ์การตัดพ้อต่อว่า เนย์มาร์ นักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกคนปัจจุบัน กลายเป็นดราม่าใหญ่ในวงการฟุตบอลวันนี้

Story

อาซาร์ไป อาซาร์ (ควรจะ) มา

SPORTDesk. Team

ในมุมของนักวิเคราะห์อย่าง มาร์ติน ลอว์เรนซ์ จากสำนักสถิติดัง WhoScored? เขาเชื่อว่าคนที่ควรจะแทนที่ อาซาร์ ได้ดีที่สุดแบบไร้รอยต่อก็คือ อาซาร์ นั่นเอง

Story

100 ปีฟุตบอลโลก : อังกฤษ(อาจ)เป็นเจ้าภาพอีกครั้ง

SPORTDesk. Team

หลายหน้าหนังสือพิมพ์กีฬาออนไลน์จากเกาะอังกฤษ กำลังทำตัวเป็นกระบอกเสียงให้ประเทศตนเอง ด้วยการปล่อยข่าวออกมาว่า อังกฤษ อยากจะขอเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก ในปี 2030 หรืออีก 12 ปีข้างหน้า