ความในใจ “เป๊ป” ?

4 February 2019
32 VIEWS

ควันหลงหลังเกมบิ๊กแมตช์ระหว่าง แมนฯซิตี้ กับ อาร์เซน่อล มีเรื่องราวให้ขุดคุ้ยและพูดถึงอย่างมากมาย เพราะสกอร์ 3-1 ในชัยชนะของ แมนฯซิตี้ ได้บ่งบอกถึง “กึ๋น” และมันสมองที่เฉียบแหลมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กับ 3 คะแนนที่ทำให้ไล่ตามกดดัน ลิเวอร์พูล ได้อย่างต่อเนื่องต่อไป ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะดวลกับ เวสต์แฮม ในค่ำคืนนี้ 

สำหรับ 3 ประตูของ แมนฯซิตี้ เป็นผลผลิตมาจาก เซร์คิโอ อเกวโร่ กองหน้านับเบอร์วันของถิ่นเอติฮัด สเตเดี้ยม และถือเป็นการยิงแฮตทริกในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งที่ 10 แล้ว ตามหลังสถิติยิงแฮตทริกสูงสุดในลีกอังกฤษของ “ฮอตช็อต” อลัน เชียเรอร์ แค่ 1 ครั้งเท่านั้น และดูท่าทางแล้วมีแววว่าอีกไม่นาน อเกวโร่ จะโค่นสถิตินี้ได้แน่นอน

นอกจากนี้ ประตูแรกของอเกวโร่ ในเกมนี้ยังใช้เวลาแค่ 48 วินาทีเท่านั้น และในปีนี้ปี 2019 “กุน” ก็ซัดประตูภายในนาทีแรก เป็นครั้งที่ 2 แล้ว หลังจากนัดที่แล้ว นัดที่แมนฯซิตี้บุกแพ้นิวคาสเซิ่ล 2-1 , กุนใช้เวลาแค่ 24 วินาทีสังหารประตูนิวคาสเซิ่ลได้

ขณะที่ประตูที่สองของอเกวโร่ในเกมนี้ มาจากการจ่ายของราฮีม สเตอร์ลิ่ง และนั่นทำให้ สเตอร์ลิ่ง มีส่วนกับการพังประตูในพรีเมียร์ลีกไปถึง 100 ประตูแล้ว (ยิง 58 แอสซิสต์ 42) ทั้งที่เขาอายุเพียง 24 ปีเท่านั้น

ส่วนสถิติของเป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือแมนฯซิตี้ ยังคงยอดเยี่ยม เหนืออาร์เซน่อล เพราะ เรือใบเอาชนะปืนใหญ่ในลีกสูงสุดได้ 4 ครั้งติดต่อกัน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่แมนฯซิตี้ทำเรื่องแบบนี้ได้ นับตั้งแต่ 1937 หรือ 82 ปีที่แล้ว

นอกจากนี้ กวาร์ดิโอล่า ยังมีสถิติ “ส่วนตัว” เหนือ อูไน เอเมรี่ เพราะผลงานจากนัดนี้ทำให้   เป๊ป ทำสถิติคุมทีมยังไม่แพ้ให้กับ อูไน เอเมรี่ ต่อไป  ทำให้สถิติตอนนี้เพิ่มเป็นชนะ 8 เสมอ 4  รวมเป็น 12 นัด …ซึ่งบนโลกฟุตบอลใบนี้ มี ฆัวกิน คาปาร์รอส คนเดียวเท่านั้น ที่ไร้ชัยในการเจอ เป๊ป มากกว่า เอเมรี่  ด้วยตัวเลข 13 นัด 

ด้านฝั่งอาร์เซน่อล หากแฟนบอลคนใดได้ติดตามเกม จะเห็นได้ว่าในครึ่งหลังอาร์เซนอลเงียบเหงาเป่าสาก เพราะพวกเขาไม่ได้ยิงแม้แต่ครั้งเดียวในเกมครึ่งหลัง  ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พวกเขาไม่ได้ยิงเลยในเกม 45 นาทีของพรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2015 ที่พบ แมนฯ ยูไนเต็ด

แม้สถานการณ์ปัจจุบัน แมนฯซิตี้ จะหายใจรดต้นคอหงส์แดง ลิเวอร์พูล เหลือแค่ 2 คะแนนแล้ว แต่เป๊ปพูดจาแบบ “ย้อนแยง” โดยบอกว่าความจริงแล้ว แมนฯซิตี้ต่างหากที่เป็นฝ่ายกดดันเพราะต้องเป็น “ฝ่ายไล่” แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคำพูดของเป๊ปนั้น ต้องการหวังผลแบบกระทบชิ่ง เพื่อให้แข้งลิเวอร์พูล รวมถึงเยอร์เก้น คล็อปป์ เป็นฝ่ายลนลานเองมากกว่า 

“ผมอยากไปอยู่ในตำแหน่งของลิเวอร์พูลมากกว่าจุดที่เราอยู่ ณ ตอนนี้นะครับ” เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการแมนฯซิตี้ เผย 

“ความกดดันก็คือเมื่อคุณเป็นฝ่ายตามไล่จ่าฝูง หากคุณเสียแต้ม มันก็ยากยิ่งขึ้น เมื่อคุณเป็นจ่าฝูงโดยทิ้งห่าง คุณเสียแต้มได้และยังอยู่รักษาอันดับได้ต่อไป”

“ผมปฏิเสธไม่ได้ว่า อยากให้เวสต์แฮมเอาชนะลิเวอร์พูล แต่ลิเวอร์พูลก็อยากให้อาร์เซน่อลเอาชนะเรา นั่นเป็นเรื่องปกติแต่เรื่องนั้นไม่มีอิทธิพลกับผมหรอกครับ”

“ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป พวกเราทุกคนคงต้องมาว่ากันใหม่ ต้องมองถึงเกมดวลเอฟเวอร์ตันแล้วก็เชลซี มันคือสัปดาห์ที่หนักหน่วง เราต้องโฟกัสกันนัดต่อนัด” เป๊ป เปิดใจทิ้งท้าย