การต่อสู้บนเส้นทางลูกหนังที่ยังไม่มีวันจบของ “คิงคาซู”

2 March 2019
143 VIEWS

เคยคิดกันไหมครับว่าถ้าคุณอายุ 52 ปี คุณจะทำอาชีพอะไร?

คำตอบคงมีหลากหลายออกไปไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการ , รับราชการ , เป็นพนักงานบริษัท , ประกอบอาชีพอิสระ หรืออื่นๆตามเส้นทางที่แต่ละคนเลือกที่จะเดิน แต่เชื่อเหลือเกินว่าถ้าคำตอบออกมาเป็น “นักฟุตบอลอาชีพ” มันคงจะมีเพียงชายคนเดียวที่ตอบเช่นนี้…

เขาคือ คาซูโยชิ มิอูระ หรือ คิงคาซู” ดาวเตะระดับตำนานของญี่ปุ่น

ในอดีตเขาคือดาวยิงที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่ง ผ่านการค้าแข้งในต่างแดนทั้งบราซิล และยุโรปมาอย่างโชกโชน และเป็นดาวเตะคนสำคัญของทีมชาติญี่ปุ่น มีส่วนช่วยให้ทีมซามูไรบลูส์ได้แชมป์เอเชี่ยนคัพสมัยแรกในปี 1992 รวมทั้งผ่านรอบคัดเลือกไปเลนฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายไดเป็นรั้งแรกในปี 1998

ปัจจุบัน “คิงคาซู” ค้าแข้งกับโยโกฮามะ เอฟซี ทีมใน เจลีก 2 และเพิ่งจะมีอายุครบ 52 ปีบริบูรณ์ไปเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่กระนั้นแม้จะมีอายุอานามที่เตรียมเข้าสู่วัยชรา กับสีผมที่เริ่มจะเปลี่ยนจากดกดำเป็นสีดอกเลามากขึ้น แต่ดูเหมือนว่าความคิดที่จะยุติเส้นทางลูกหนังของนักฟุตบอลอาชีพที่มีอายุมากที่สุดในโลกยังคงไม่มีอยู่ในหัวเลยแม้แต่น้อย

อะไรคือสิ่งที่ทำให้ดาวเตะระดับตำนานของแดนอาทิตย์อุทัยยังคงมีไฟและความกระหายที่จะลงวาดลวดลายในสนามหญ้าอยู่เช่นนี้?

บางทีมันอาจเป็นความรักและความหลงใหล หรือที่ในภาษาอังกฤษเรียกมันว่า “Passion”

ความชื่นชอบและหลงใหลในฟุตบอลของผมไม่เคยเปลี่ยนไปเลยนับตั้งแต่ผมเริ่นต้นอาชีพนักฟุตบอลตอนอายุ 18 ผมรู้สึกว่ามันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความชื่นชอบและหลงใหลในฟุตบอลคือสิ่งที่ผลักดันผมไปข้างหน้ามาโดยตลอด

ถ้อยแถลงของ “คิงคาซู” ที่เอื้อนเอ่ยขึ้นในวันคล้ายวันเกิดของตัวเองืนยันได้เป็นอย่างดีว่าสิ่งที่ทำให้เจ้าตัวยังคงมีความกระหายที่จะลงสนามในฐานะนักฟุตบอลอาชีพต่อไปแม้อายุอานามจะเพิ่มมากขึ้นก็ตาม

อย่างไรก็ดีแม้จะยังคงมีความกระหายที่จะลงสนาม ทว่า “โอกาส” ที่จะได้ลงเล่นของเจ้าตัวดูเหมือนจะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ…

ในปัจจุบัน “คิงคาซู “ เพิ่งต่อสัญญากับต้นสังกัดคือ โยโกฮามะ เอฟซี ออกไปอีก 1 ปี เมื่อช่วงเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่ก็ใช่ว่าเจ้าตัวจะสามารถ “การันตี” ตำแหน่งตัวจริงหรือ แม้แต่ตัวสำรองข้างสนามได้

โดยในเกมเจลีก 2  นัดเปิดฤดูกาล 2019 ที่ โยโกฮามะ เอฟซี พบกับ วีวาเรน นางาซากิ “คิงคาซู” ไม่ถูกส่งชื่อแม้แต่ในฐานะตัวสำรอง และเมื่อย้อนหลังกลับไปในฤดูกาล 2018 ที่ผ่านมา ดาวเตะระดับตำนานได้ลงสนามแค่ 9 เกมในฐานะตัวสำรอง สิริรวมเวลาลงสนามได้แค่ 56 นาทีเท่านั้น

กระนั้น “คิงคาซู” ก็ไม่ได้ถอดใจและมุ่งมั่นที่จะทำงานหนักในการต่อสู้เพื่อโอกาสที่จะได้ลงสนามต่อไป

ผมต้องการออกสตาร์ทเป็นตัวจริงและลงเล่นตลอดทั้งเกมในทุกแมทช์ เหมือนอย่างที่ผมเป็นกองหน้า ซึ่งต้องตั้งสมาธิกับการทำประตูและการแอสซิสต์” 

น่าติดตามว่าการต่อสู้บนเส้นทางลูกหนังที่ยังไม่มีวันจบของ “คิงคาซู” จะเป็นอย่างไรต่อไป… 

เจ้าตัวจะสามารถต่อสู้แย่งชิงโอกาสในการลงสนามกลับมาได้ และสามารถทำลายสถิติผู้เล่นอายุมากที่สุดที่สามารถประตู ซึ่งเจ้าตัวทำไว้ 50 ปี 14 วัน เมื่อปี 2017 ได้สำเร็จ หรือจะต้องนั่งยาวบนมานั่งสำรองสลับกับไม่มีชื่อในทีม อันเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าอาจถึงช่วงเวลาสุดท้ายในชีวิตค้าแข้งของ “ คิงคาซู” แล้ว

โดยในสัปดาห์นี้ โยโกฮามะ เอฟซี ต้นสังกัดของ “คิงคาซู” มีโปรแกรมลงเตะกับมอนเตดิโอ ยามางาตะ ในวันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคมนี้ ซึ่งแฟนบอลที่สนใจสามารถติดตามการถ่ายทอดสดได้่านทางทรูวิชั่นส์ ช่อง ทรูสปอร์ตส เอชดี 2 เวลา 12.00 น.